ไลฟ์สไตล์

'เฌอบูโด'เมล็ดพันธุ์แห่งสันติ

'เฌอบูโด'เมล็ดพันธุ์แห่งสันติ

12 ส.ค. 2555

อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : 'เฌอบูโด' เมล็ดพันธุ์แห่งสันติ แบ่งปันรอยยิ้มที่ 'บางนรา' : โดย ... ปลวกหวาน

          วันนี้ "ปลวกหวาน" ขอพักเรื่องหนังสือ จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับเด็กๆ ซึ่งเป็นเมล็ดพันธุ์จาก 3 จังหวัดขายแดนใต้ พวกเขาจะทำอะไร และเราจะได้เห็นอะไรบ้าง ตามพวกเขาไปเลยค่ะ

 

          งานพื้นที่นี้ดีจัง...“บางนรายิ้ม” จัดขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำบางนรา จังหวัดนราธิวาสโดยมีกลุ่มเยาวชน "เฌอบูโด" เป็นแกนหลักในการทำงาน

          กว่า 1 ปีแล้ว เยาวชนมากกว่า1,000 คนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายในชื่อ“เฌอบูโด” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ร่วมกันทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม พวกเขารวมตัวกันทำงานด้านวัฒนธรรม ที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสังคมได้

          ชื่อของเฌอบูโด มาจากคำว่า “เฌอ” ที่แปลว่าต้นไม้ กับชื่อของเทือกเขาบูโดซึ่งเป็นเทือกเขาสำคัญในแถบจังหวัดชายแดนใต้เมื่อมารวมกันแล้วกลายเป็นชื่อซึ่งท้าทายภาพลักษณ์ที่สังคมมองมายังคนสามจังหวัดฯ

          เยาวชนเฌอบูโดส่วนใหญ่ไม่ใช่เยาวชนที่ผ่านการศึกษาตามระบบ แต่การศึกษาก็คงไม่ใช่ข้อจำกัดสำหรับคนที่กำลังทำเพื่อสันติสุขของคนอีกมากมาย

          “เราคิดว่าพวกเราแตกต่าง แต่เรามีหัวใจอันเดียวกัน ก็คือหัวใจที่อยากจะสร้างสังคมบ้านเราให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม เราเชื่อว่าพวกเราแตกต่างกันที่พื้นที่ แตกต่างกันที่ศาสนา เราอยู่กันคนละจังหวัด แต่สิ่งเดียวที่เราไม่แตกต่างคือหัวใจที่จะทำงานเพื่อสังคมของเราเอง อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นแรงผลักดันให้พวกเราทำกิจกรรมอย่างนี้ไปได้เรื่อยๆ” มัง หรือ นิรุสมัน อาแว หนุ่มชาวนราธิวาสวัย 24 บอกความรู้สึก

          แม้ว่าจะจัดขึ้นโดยไม่มีการสนับสนุนจากภาครัฐในพื้นที่ แต่ผู้คนก็มาช่วยกันคนละไม้คนละมือจนทำให้งานนี้คึกคักกว่างานไหนๆ ที่เคยมีมาในจังหวัดโดยได้เครือข่ายเยาวชน 13 อำเภอของนราธิวาสกลุ่มศิลปินในพื้นที่และกลุ่มเยาวชนศิลปวัฒนธรรมจากทั้งพัทลุง นครศรีธรรมราช ปัตตานี หรือแม้แต่เชียงใหม่และเชียงรายมาร่วมงานด้วย

          หันมาฟัง วีรวรรณ กังวานนวกุล ที่ปรึกษากลุ่มเยาวชนเฌอบูโด ในฐานะคนนอกพื้นที่ มองว่าภาคใต้เป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงความหลากหลายของผู้คนที่อาศัยอยู่อย่างสงบสุข เมื่อมีทุกอย่างพร้อม สิ่งที่พวกเขาต้องการเพียงอย่างเดียวก็คือเครื่องมือที่จะช่วยให้พวกเขาบอกเล่าได้ว่าในพื้นที่แห่งนี้ยังมีสิ่งดีๆ อยู่อีกมาก

          “ทุกคนอยู่ได้ แต่เสียงเขาไม่ดังพอที่จะบอกว่า เฮ้ย มันไม่ได้เลวร้ายแบบที่ขึ้นหน้า1 ทุกวันอย่างนั้นหรอก ดังนั้นสิ่งที่เราเอามาคือเครื่องมือเครื่องมือการเขียน เขียนสารคดีสิ เขียนข่าวสิ ทำนิตยสารสิ พีอาร์ทางเฟซบุ๊คสิ ทำ Blog จัดงานสิ จัดงานแล้วต้องทำให้กระหึ่มด้วย มีคนเคลื่อนไหวด้วย เราให้เครื่องมือที่เขาสามารถสื่อสารได้ และลึกๆ แล้วเขาก็เชื่อในพลังของตัวเอง ทุกครั้งพอพูดถึงเรื่องสถานการณ์แล้วแววตาเขาบอกว่ามันใช่ มันอาจจะเป็นเพราะปัญหามันกระทบกับเขาโดยตรง อยู่ดีๆ คนข้างบ้านถูกจับ นอนอยู่ดีๆ บ้านก็ถูกรื้อ มันเลยกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องทำอะไรร่วมกัน”

          ในลานกิจกรรม “ปันยิ้ม” มีกิจกรรมหลากหลายให้ทดลองเล่น ทั้งการวาดภาพระบายสี เรียนรู้งานประดิษฐ์ต่างๆ โดยกลุ่มแม่บ้านที่ได้ถ่ายทอดวิชาให้เด็กๆ เป็นครั้งแรกและยังมีนิทรรศการภาพถ่าย “บางนรายิ้ม” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลงานของแบซีหรือเพาซี ยะซิง ที่ถ่ายทอดความงดงามของวิถีชีวิตผู้คนในสามจังหวัด  

          เมื่อคณะดิเกร์ฮูลูจาก 4 ตำบล ที่มีเยาวชนกว่า 80 ชีวิตขึ้นเวทีเปิดงานเป็นกลุ่มแรก ต่อด้วยการแสดงมโนห์ราเด็กและระบำไก่ชนโดยเยาวชนจังหวัดนราธิวาสและดนตรีโฟล์กซองโดยกลุ่มเยาวชน Seed of Peace สามจังหวัดชายแดนใต้ และดนตรีเครื่องสายจากเด็กๆ บางนรา ซึ่งพ่อแม่ต่างพาลูกๆ มานั่งชมจนทำให้ลานหน้าเวทีแน่นขนัด ตกค่ำเป็นรายการของละครเวทีที่มีคณะละครจากปัตตานีมาช่วยสร้างความบันเทิงถึง 4 คณะ ในรายการสุดท้ายวงโฮปแฟมมิลี่กลับมาสร้างความสุขอีกครั้งในรอบ 15 ปี  

          สำหรับคนจัดงานอย่างมังแล้ว เขาหวังว่าหน่วยงานภาครัฐจะหันมาเห็นความสำคัญของงานเชิงวัฒนธรรม และเห็นว่านี่คือสันติวิธีทางอ้อม 

 

          จากวันที่ได้เพียงหวังถึงความสันติวันนี้เยาวชนนราธิวาสกลายเป็นทั้งความหวัง และเป็นผู้ลงมือทำความหวังนั้นให้เป็นจริง

 

 

--------------------

(อมหมึกเคี้ยวกระดาษ : 'เฌอบูโด' เมล็ดพันธุ์แห่งสันติ แบ่งปันรอยยิ้มที่ 'บางนรา' : โดย ... ปลวกหวาน <[email protected]>)