ไลฟ์สไตล์

มอเตอร์เวิลด์:น้ำกับเชื้อเพลิง

มอเตอร์เวิลด์:น้ำกับเชื้อเพลิง

12 ส.ค. 2555

มอเตอร์เวิลด์ : น้ำกับเชื้อเพลิง : โดย ... นายประโยชน์

          เข้าพรรษาแล้วก็หมายถึงเข้าสู่หน้าฝนกันอย่างจริงๆ จังๆ ส่วนฝนมากฝนน้อยก็ต้องพักไว้ก่อนฝนมาน้ำมาก็ต้องพูดกันถึงเรื่องการดูแลรถที่เกี่ยวข้องกับน้ำฝนน้ำหลากน้ำไหลน้ำท่วม จนทำให้เครื่องยนต์ที่วิ่งอยู่ดีๆ ดับไปเพราะเกี่ยวเนื่องกับน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมันในถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถ 

 

          ก็คงมีคำถามตามมาอีกว่าน้ำจากภายนอกหรือน้ำฝนน้ำท่วมน้ำขังเข้าไปในถังน้ำมันทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซลได้อย่างไร จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นถังน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลของรถในปัจจุบันแม้ว่าถังน้ำมันในรถยนต์ส่วนมากจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าพื้นตัวถังแต่ระบบน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์นั้นเหมือนกับว่าเป็นระบบปิด ที่มีทางเข้าออกได้ทางเดียวคือทางที่เติม(ฝาถัง)

          ส่วนในเครื่องยนต์ดีเซลแม้ว่าจะมีท่อน้ำมันไหลกลับถังแล้วก็ตาม แต่ถ้าไม่มีการรั่วซึมแล้วเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่น้ำจะเข้าไปในระบบโดยผ่านทางท่อไหลกลับแม้น้ำจะท่วมตัวรถจนมิดคัน ดังนั้นทางเดียวที่น้ำจะเข้าไปอยู่ในถังน้ำมันได้ก็คือทางฝาถังหรือที่เติมน้ำมัน 

          เมื่อต้องการเติมน้ำมันเราจะเปิดฝาครอบของฝาถังออกก่อน ฝาครอบตัวนี้ไม่สามารถที่จะกันน้ำได้ ล้างรถ ฝนตก น้ำท่วม น้ำจะเล็ดลอดผ่านฝาครอบตัวนี้ แต่ไม่สามารถที่จะเข้าไปในถังได้เพราะจะไปเจอกับฝาถังน้ำมันที่ปิดแน่นกับท่อเข้าถัง ฝาถังตัวนี้อาจจะเป็นเกลียว อาจจะเป็นล็อกบิด แต่ทั้งสองแบบก็จะมีซีลยางป้องกันน้ำมันกระฉอก และป้องกันสิ่งปลอมปนที่จะเข้าไปในถัง โอกาสที่น้ำจะเข้าไปในถังน้ำมันผ่านทางนี้ได้ก็คือปิดฝาถังไม่สนิท หรือซีลยางหมดสภาพตามอายุการใช้งานที่ผ่านไป เมื่อแน่ใจว่าเครื่องดับเพราะน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมัน จะต้องเริ่มหาสาเหตุที่ฝาถังน้ำมันตัวนี้ก่อน 

          หนทางที่น้ำจะเข้าไปในถังได้เหลืออยู่อีกอย่างเดียวคือจากปั๊มน้ำมัน ที่มีน้ำเข้าไปผสมในถังเก็บน้ำมันใต้ดินที่อาจจะเกิดจากสภาพถังเก่าผุ น้ำซึมเข้าไปสะสมไว้ หรืออาจจะเป็นฝนตกน้ำท่วมพื้นผิวของปั๊มน้ำมันจนทำให้น้ำเข้าไหลลงถังใต้ดินได้ (แม้ว่าในระบบความปลอดภัยของปั๊มจะมีอยู่แล้ว)

          การเติมน้ำมันควรจะหลีกเลี่ยงสถานีเติมที่เก่าแก่ ปั๊มที่อยู่ในบริเวณน้ำท่วม น้ำหลาก หรือตัวปั๊มอยู่ต่ำกว่าระดับถนนสายหลัก มีบ่อยครั้งที่เติมน้ำมันแล้ววิ่งออกจากปั๊มไปได้ไม่นานเครื่องยนต์ดับ เมื่อพิสูจน์หรือสันนิษฐานได้ว่ามีน้ำเข้าไปผสมกับน้ำมัน แม้จะมีปัญหายุ่งยากที่จะแก้ไข แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตที่จะเสียเงินเสียทองมากมาย (ในหลายๆ กรณีปั๊มจะรับผิดชอบในเรื่องนี้) เมื่อลากรถเข้าอู่ เข้าศูนย์บริการ ผู้ใช้รถมักจะถูกขู่ถูกเข็ญว่า มีชิ้นส่วนราคาแพงเสียหายใหญ่โตเช่น หัวฉีดเสียแล้วต้องเปลี่ยน ปั๊มแรงดันสูงต้องเปลี่ยน ปั๊มติ๊กเสียต้องเปลี่ยน รวมราคาแล้วเป็นเงินหลายๆ หมื่น 

          แต่โดยความเป็นจริงแล้ว น้ำที่เข้าไปอยู่ในถังน้ำมันชั่วขณะหนึ่ง (หลังจากการเติมครั้งล่าสุด) ไม่ว่าจะมากจะน้อยเท่าใดไม่สามารถที่จะทำให้ชิ้นส่วนใดเสียหายได้เลย เพราะเมื่อมีน้ำเข้าอาการแรกเริ่ม(ทั้งเครื่องเบนซิน ดีเซล) เครื่องจะสะดุดเร่งไม่ขึ้นแล้วก็จะดับลง ทางแก้ไขก็คือถ่ายน้ำมันในถังออก ทำความสะอาดในถังให้หมดจด ถอดไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงออกเปลี่ยนใหม่หรือล้างด้วยน้ำมันให้หมดน้ำ จากท่อส่งน้ำมันที่ถังจนถึงทางเข้าไส้กรอง ใช้แรงลมปานกลางเป่าไล่น้ำหรือน้ำมันที่ตกค้างอยู่ในท่อให้หมด ประกอบทุกอย่างเข้าที่ เติมน้ำมันใหม่ที่สะอาดลงไปพอประมาณ สตาร์ทเครื่องให้ติด จากก่อนนี้สตาร์ทกันแบบชึ่งเดียวติด แต่ตอนนี้อาจจะต้องสตาร์ทกันหลายครั้ง เมื่อเครื่องติดระยะแรกอาจจะเดินไม่เรียบมีอาการสะดุดอยู่บ้างก็ขอให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติเพราะน้ำยังค้างคาอยู่ในรางน้ำมัน ในหัวฉีด ในปั๊ม 

 

          ปล่อยให้เครื่องเดินตามสภาพของมันจนระดับวัดอุณหภูมิของเครื่องถึงระดับใช้งานปกติ จากนั้นขับทดสอบรอบๆ สถานที่ซ่อม จนแน่ใจว่าเครื่องยนต์เป็นปกติแล้ว จ่ายเงินค่าแรง ค่าไส้กรองเชื้อเพลิง ค่าซีลยางที่ฝาถังก็คงจะจ่ายแค่หลักพันต้นๆ แล้วขับรถไปเติมน้ำมันตามเกรดที่ใช้ ถ้าถูกขู่ถูกเข็ญให้เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ก็บอกไปเสียงดังๆ ได้เลยว่า ไม่มีเงินโว้ย

 

 

--------------------

(มอเตอร์เวิลด์ : น้ำกับเชื้อเพลิง : โดย ... นายประโยชน์)