
กรุ่นกลิ่นสวิสในถิ่นไทย
กรุ่นกลิ่นสวิสในถิ่นไทย
เพราะสภาวะน้ำท่วมอย่างหนักเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทำให้งานที่ใช้เวลาเตรียมมานานถึง 2 ปีอย่าง "สยามนิทรรศน์รัชมงคล" มีอันต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด และในที่สุดสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย รื้อแฟ้มงานกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ด้วยมุ่งหวังให้เป็นงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา พร้อมๆ กับฉลอง 80 ปีความสัมพันธ์ไทย-สวิส
ฯพณฯ คริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความสัมพันธ์ที่ดำเนินมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1931 และแน่นแฟ้นมาโดยตลอด และในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ฯ จึงร่วมจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นับสิบปีเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและชื่นชมพระบารมีร่วมกัน
"งานครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เท่านั้น ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมอีกหลากหลาย ในลักษณะเชิงเปรียบเทียบทางด้านศิลปวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ ทั้งยังมีการสาธิตการทำเนยแข็งของสวิส ที่เทียบกับการทำปลาส้มของไทย งานหัตถกรรมอย่างการทอผ้าที่ทั้งสองประเทศ ล้วนมีลวดลายที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ทั้งยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าจากสมาพันธรัฐสวิสร่วมด้วย โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 23-25 สิงหาคม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน ที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอนด้วย" เอกอัครราชทูตสวิสฯ กล่าว
ส่วน นายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ฯ กอบลาภ โปษะกฤษณะ เสริมว่า งานนี้เป็นนิทรรศการสรุปข้อมูลสำคัญๆ ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ให้เยาวชนได้เรียนรู้พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งประทับอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ขณะยังทรงพระเยาว์ ได้รำลึกและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศไทยในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ภายในงานยังมีการรวบรวมภาพถ่ายสถานที่ที่เคยประทับ สถานที่เคยทรงพระอักษร โดยการนำภาพในอดีตมาเปรียบเทียบกับภาพปัจจุบัน ในลักษณะของ ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง "ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท"
"ในส่วนของสารคดีนี้เราได้ลงไปถ่ายทำจากสถานที่จริงในปัจจุบันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับภาพเก่าสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เคยประทับ จะเห็นเลยว่าสถานที่บางแห่งยังคงสภาพเดิม ขณะที่บางแห่งเปลี่ยนไปจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้วครั้งนี้เราโชคดีมากที่สถานทูตสวิสฯ ให้ยืมสนธิสัญญาการค้าระหว่างประเทศฉบับจริง มาจัดแสดงให้ได้ชมตลอด 3 วันของการจัดงาน นอกจากนี้เรายังจัดทำดีวีดีตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เพื่อนำไปแจกให้แก่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่ยังไม่เข้าใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มากนัก ทั้งยังมีนิทรรศการเปรียบเทียบการศึกษาระหว่างไทยกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ให้ได้ชม งานนี้เราอยากจะให้นักเรียนได้เข้าชมกันมากๆ จึงได้จัดไกด์ที่พร้อมจะอธิบายรายละเอียดของนิทรรศการประกอบด้วย" นายกสมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ฯ แจง
ทั้งนี้ กอบลาภ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ภายในงานยังได้รับเกียรติจากศิลปินดังของไทยและสวิส รังสรรค์ภาพและประติมากรรมศิลปะ ที่สื่อความหมายถึงมิตรภาพอันใกล้ชิดของทั้งสองประเทศ ขณะที่นาฬิกาสวิส เมทัล ซี.เอช. ยังร่วมกันผลิตนาฬิการุ่นพิเศษขึ้น โดยนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และผลิตเพื่อจำหน่ายเป็นการกุศล โดยผลิตเพียง 200 เรือน และมีเพียง 4 เรือนเท่านั้นที่มาพร้อมหมายเลขประจำตัวเรือนที่จะเปิดให้มีการประมูล โดยรายได้จากการจัดงานหลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดลด้วย



