ไลฟ์สไตล์

กวีนิรนาม'เฉลิม-ชูสง'

กวีนิรนาม'เฉลิม-ชูสง'

05 ส.ค. 2555

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : กวีนิรนาม 'เฉลิม ชูสง' : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

               20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ภาคเช้าที่ ร.ร.ประภัสสรรังสิต ภาคบ่ายที่ ร.ร.สตรีพัทลุง เป็นวันเวลาที่แสนดี ได้พบเยาวชนคนหนุ่มสาวมัธยม ตลอดจนครูบาอาจารย์ทุกท่าน หลายท่านเคยได้พบกัน ย้อนเวลาไป 19 ปี ความทรงจำดีๆ ยังไม่ลบเลือน ความงดงามของการเดินทาง คือการได้พบปะผู้คน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ผูกสัมพันธ์เพื่อนเก่า ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้พบได้เห็นได้ดูได้ฟัง และได้ชิมลิ้มรสอาหารปักษ์ใต้ เพิ่มพลังธาตุไฟให้ผม

               ขอบคุณท่านผู้อำนวยการ ร.ร.สตรีพัทลุง ที่ให้เกียรติอย่างไม่มีพิธีรีตอง ขอบคุณ “พี่สาว” ที่ใกล้เกษียณร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย ขอบคุณนักเรียนวัยหนุ่มสาวทุกคน ที่ส่งสายตาตอบรับการสื่อสารสนทนาภายใน

               และรู้สึกยินดีที่ได้พบ และรู้จัก คุณพี่เฉลิม ชูสง กวีนิรนามแห่ง ร.ร.วัดบ้านนา สป.อ.พัทลุง ผู้รักหลงใหลในกาพย์กลอน เมื่อได้อ่านบทกวีบทนั้นที่เป็นเสมือนใบสมัครสื่อสมาน ผมก็เห็น “ธาตุกวี” ที่มีอยู่ในตัวของท่าน เชิงกลอนที่แพรวพราว ระดับ “เอาอยู่” สมกับที่เป็นครูสอนศิษย์มาชั่วชีวิต

               ท่านมีผลงานพิมพ์เป็นเล่มมาแล้ว 4 ชุด ท่านส่งมา ผมได้รับแล้วด้วยความปลาบปลื้ม 1 สร้อยอักษร - กลอนจากใจ 2 แด่มวลมหามิตร 3 แค่เพียง..พักใจ 4 ดอกไม้บาน เชื่อว่ายังมีผลงานอื่นๆ ที่ยังไม่ได้รวบรวมไว้อีกไม่น้อย

               ผมได้เดินทางไปพบเด็กๆ ระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศมาเป็นเวลากว่า 20 ปี หากนับจำนวนโรงเรียนก็น่าจะเป็นหลักร้อยหากนับจำนวนคนหนุ่มสาวที่เคยพบเคยเจอกัน ก็น่าจะหลายพันถึงหมื่น แต่เชื่อไหมครับ ผมสามารถสื่อสารได้เพียงใครบางคน ถนนสายวรรณกรรมไม่ใช่วิถีที่ใครๆ ใฝ่ฝันจะเดิน มีเพียงใครบางคนเท่านั้นที่มีวาสนาต่อกัน หยาดน้ำน้อยๆ ของผม พร่างพรมสู่เมล็ดน้อยๆ ของเขา เป็นส่วนหนึ่งของ “แรงบันดาลใจ ให้ “ใจบันดาลแรง” และแรงนั้นได้บันดาลผล..เมล็ดน้อยๆ ได้เวลางอกเงย เติบโต.. เป็นเรื่องเล็กๆ ระหว่างเราที่น่ายินดี

               คุณ(พี่) “เฉลิม ชูสง” เขียนกาพย์กลอนไว้มาก หากแต่ท่านเดินบนถนนหนทาง “ครู” ผมเองมิได้หมายจะนำท่านมาเชิดชูสรรเสริญเพียงแต่หนทางเดินพาเรามาพบกัน แล้วรู้สึกประทับใจ

               คงมีไม่กี่คนที่จะได้อ่านงานของท่าน ผมอาจเป็นคนหนึ่งในจำนวนน้อยนิดนั้น ในฐานะผมเป็นกวีตัวจริงเสียงจริง เป็นกวีที่มีชื่อเสียง (ชื่อ : ศักดิ์สิริ เสียง : อะแฮ่ม) ผมรู้สึกว่าท่าน “มีของ” และหากจะเอาดีทางกาพย์กลอนท่านก็ “เอาได้” เพราะท่าน “เอาอยู่” 

               ท่านเคยส่งผลงานลงตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเพิ่งตั้งไข่ เคยผ่านสนามมาอย่างโชกโชน บรรดา บ.ก.รุ่นก่อนคงจะจำนามของท่านได้ ไม่ว่าจะเป็นสตรีสาร สกุลไทย ที่ผลงานของท่านได้รับเกียรติบ่อยครั้ง นอกจากนั้นท่านยังขยันขันแข็ง เขียนกลอน ออกอากาศทางสถานีวิทยุตามท้องถิ่นหลายแห่ง

               ผมได้รับกลอน 4 ชุดที่ท่านส่งมาใช้เวลายามดึก เปิดไฟหัวเตียงนอนอ่านอย่างเพลิดเพลิน อ่านอย่างรื่นรมย์ บางอารมณ์ก็อ่านแบบครูตรวจงาน ไม่ว่าจะอ่านอย่างไร กลอนของท่านก็ “ผ่านตลอด” 

               ผมเขียนถึง “เฉลิม ชูสง” ในวันนี้ ผู้อ่านส่วนใหญ่คงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่าน แต่ผมบันทึกไว้ เพื่อเป็นการรำลึกถึง กวีนิรนาม ท่านหนึ่งที่เขียนกาพย์กลอนด้วยความรัก เท่านี้ก็งดงามยิ่งแล้ว หาก “วรรณกรรม” มีพลานุภาพจริง ก็ตรงที่มันส่งผลต่อจิตใจนี่แหละ ผมในฐานะกวี (ทั้งกายใจ) ขอยืนยันว่า การกาพย์กลอนมีคุณต่อชีวิต

               “เจ้าโมหะตัวร้ายได้ซ่อนเร้น

               เข้ามาเป็นเจ้านายให้สับสน

               บังคับให้เข้าพงหลงเวียนวน

               บันดาลดลมืดมัว หัวใจเลือน”

 

กลอนแบบ “ครู” “เฉลิม ชูสง” ยกมาเตือนตนเตือนใจได้ครับ

 

 

--------------------

(ศิลป์แห่งแผ่นดิน : กวีนิรนาม 'เฉลิม ชูสง' : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)