
สร้างฐาน'เอ็มคอมเมิร์ซ'รับเออีซี
เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้ชีวิตประจำวันของมนุษย์เราเปลี่ยนแปลง ทำได้รวดเร็วทันใจ
เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้ชีวิตประจำวันของมนุษย์เราเปลี่ยนแปลงไปด้วย สามารถทำกิจกรรมต่างๆ หรือตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและรวดเร็วยิ่งขึ้น จากการที่มีข้อมูลอ้างอิงพร้อมส่งถึงตัวผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การซื้อหาสินค้าต่างๆ ก็ทำได้รวดเร็วทันใจจากร้านค้าออนไลน์ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การบริการเป็นไปอย่างฉับไว ผู้บริโภคเห็นรูปสินค้าและรู้สถานะของสินค้าได้ตลอดเวลา ทั้งยังใช้อ้างอิงราคาขายกับร้านค้าทั่วไปที่ขายสินค้าชนิดเดียวกันได้อีกด้วย
ประกอบกับการขยายตัวของโทรศัพท์มือถือทั้งฟีเจอร์โฟน และสมาร์ทโฟน รวมทั้งแท็บเล็ต ทำให้ตลาดออนไลน์ในกลุ่ม "เอ็ม คอมเมิร์ซ" เติบโตอย่างชัดเจน และทำให้เว็บไซต์ตลาดดอทคอม (Tarad.com) นำเสนอฟังก์ชั่นใหม่ๆ เพื่อยั่วใจลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในส่วนของ "เอ็ม คอมเมิร์ซ" มากยิ่งขึ้น
เอ็ม คอมเมิร์ซ คือ การทำธุรกรรมซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เช่น โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต ที่ได้ขยายขีดจำกัดการซื้อขายสินค้าไปใกล้ตัวผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และตลาดกลุ่มนี้ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกับ "อีคอมเมิร์ซ" หรือการซื้อขายสินค้าออนไลน์ประเภทอื่น
แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการซื้อขายสินค้าออนไลน์อยู่ที่ความเชื่อถือของผู้ซื้อ และผู้ขาย ที่จะต้องตอบสนองความต้องการของทั้งสองฝ่ายอย่างซื่อตรง ฉับไว
นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งตลาดดอทคอม กล่าวว่า "ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาใช้สมาร์ทโฟนกันมากขึ้นตามกระแสความนิยม ทำให้ผู้ค้าปลีกต้องปรับแนวทางเพื่อตอบสนองความต้องการของนักช็อปรุ่นใหม่"
จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้มือถือและแท็บเล็ตในการซื้อสินค้าออนไลน์ของคนไทย พบว่ากลุ่มผู้บริโภควัย 20-40 ปี เป็นกลุ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ตลาดดอทคอมผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่มากที่สุด ขณะที่กลุ่มผู้บริโภควัย 30-40 ปี เป็นผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านมือถือและแท็บเล็ตมากที่สุด
ตลาดดอทคอมประเมินว่าในปี 2555 นี้ยอดขายสินค้าแบบเอ็มคอมเมิร์ซจะขยายตัวถึง 340% หรือ 3 เท่าเศษเมื่อเทียบกับสถิติในปีที่แล้ว และในปี 2556 จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 189% ทั้งยังคงจะเติบโตต่อเนื่องไปอีกระยะ สินค้าที่ขายดีมากที่สุดได้แก่กลุ่มสินค้าแฟชั่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอาหารเสริม
การคาดการณ์ของผู้บริหารตลาดดอทคอมสอดคล้องกับผลการวิจัยเรื่อง "โมบาย มันนี่ แอนด์ ช็อปปิ้ง" ของบริษัท เอบีไอ รีเสิร์ช ที่ชี้ว่าในปี 2560 ยอดขายสินค้าออนไลน์ถึง 1 ใน 3 จะมาจากผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ เป็นผลจากการขยายตัวของยอดขายสมาร์ทโฟนในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศดาวรุ่งทางเศรษฐกิจระดับโลก ซึ่งผลวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความสำคัญของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ต่อตลาดอีคอมเมิร์ซนั้นเพิ่มทวียิ่งขึ้นอย่างชัดเจน
ผู้บริหารตลาดดอทคอมยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่ากลุ่มลูกค้าในประเทศไทยที่ใช้บริการเอ็มคอมเมิร์ซของตลาดดอทคอมนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้ไอโฟนและไอแพดคิดเป็นสัดส่วน 75%ของผู้ซื้อผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหมด รองลงมาได้แก่ กลุ่มมือถือในตระกูลแอนดรอยด์ 23% แบล็กเบอร์รี่และซิมเบียนของโนเกีย ครองสัดส่วนเพียง 1% แสดงให้เห็นว่าผู้ที่นิยมเทคโนโลยีและค่อนข้างมีฐานะเป็นกลุ่มลูกค้าที่กล้าท้าทายสิ่งใหม่ๆและลองใช้บริการซื้อสินค้าออนไลน์มากที่สุด
ตลาดดอทคอมในเจนเนอเรชั่นที่ 3 ก็ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่เพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น เช่นฟีเจอร์ QR code และส่งเสริมการใช้งานเอ็มคอมเมิร์ซกับเว็บไซต์ตลาดดอทคอมด้วยการให้แต้ม TARAD Super Points เป็นพิเศษ
เทคโนโลยีดังกล่าวเกิดขึ้นในต่างประเทศมาสักพักแล้ว และเป็นที่นิยมของผู้ขายในการเชื่อมโยงโฆษณาสินค้าเข้ากับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้อย่างคล่องตัว เพียงลูกค้าเห็นสินค้าที่ต้องการ และสแกน QR Code เข้าไปในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ระบบจะนำเข้าสู่เว็บไซต์ที่ขายสินค้าชนิดนั้นๆ ในทันที
ที่เขียนมานี่ไม่ได้ต้องการจะเชียร์ผู้ใด แต่อยากกระตุ้นให้ผู้ขายสินค้าชาวไทยให้ความสำคัญกับการขายสินค้าออนไลน์มากขึ้น เพื่อรองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่โอกาสสำหรับสินค้าไทยในเวลานั้น จะกว้างขึ้นไปอีกมาก เมื่อการค้าระหว่างประเทศในประชาคมอาเซียนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น



