ไลฟ์สไตล์

'ศิลปะช่วย'สื่อ'เด็กพิเศษ'รู้เข้าใจ

'ศิลปะช่วย'สื่อ'เด็กพิเศษ'รู้เข้าใจ

04 ส.ค. 2555

ศิลปะช่วย'สื่อ'เด็กพิเศษ รู้เข้าใจ-อยู่ในสังคมได้

                ศิลปะเป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงคนทุกเพศทุกวัย รวมทั้งน้องๆ ซึ่งแม้เป็นเด็กพิเศษ หรือ "เด็กที่มีความต้องการพิเศษ" ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือเป็นพิเศษเพิ่มเติมจากปกติ ทั้งในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม ก็สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้อย่างน่าทึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท นานมี จำกัด ได้ร่วมกับโรงเรียนเปรมฤดีศึกษา ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ที่เป็นเด็กพิเศษเรียนร่วมชั้นเรียนกับเพื่อนๆ เด็กปกติ จัดกิจกรรม "ศิลปะช่วยน้อง" ซึ่งเป็นการนำเอาศิลปะมาช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและจินตนาการให้แก่น้องๆ เด็กพิเศษ

               ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมี จำกัด กล่าวว่า นานมีได้นำรูปภาพผลงานของเยาวชนไทยที่ส่งมาร่วมประกวดในโครงการฮอร์ส อะวอร์ด ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาให้น้องๆ ที่เป็นเด็กพิเศษได้มีโอกาสเรียนร่วมชั้นเรียนกับเด็กปกติ และจัดกิจกรรม "ศิลปะช่วยน้อง"  มีน้องๆ ทั้งที่เป็นเด็กพิเศษและเด็กปกติร่วมกิจกรรมด้วยกัน ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างน่าชื่นใจ เด็กพิเศษได้รับประโยชน์แล้ว ยังเป็นการฝึกให้เด็กปกติได้เรียนรู้ที่จะมีน้ำใจ แบ่งปัน เป็นการเพิ่มทักษะและความชำนาญจากการที่ได้สอนเพื่อนที่เป็นเด็กพิเศษ เหมือนได้ทบทวนได้อีกรอบหนึ่งด้วย

               คุณครูปริยา สุตัณฑวิบูลย์ หรือคุณครูแคนดี้ เล่าว่า สังคมและครอบครัวต้องเข้าใจเด็กพิเศษ ว่าน้องๆ เหล่านี้อาจแสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์หลายอย่างซึ่งเป็นเรื่องปกติด้วยสภาพของอาการเจ็บป่วย เช่น กรีดร้อง ก้าวร้าว หรือบางคนเงียบ นิ่งเฉย เก็บตัว ไม่กล้าแสดงออกเพราะคิดว่าตนเองไม่เหมือนคนอื่น พ่อแม่และครอบครัวจำเป็นต้องเข้าใจและช่วยปรับพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ได้ด้วยศิลปะ ซึ่งเป็นกิจกรรมง่ายๆ แต่ช่วยเยียวยาและกระตุ้นน้องๆกลุ่มนี้ได้มาก ทำให้พวกเขาปลดปล่อยพลังในตนเองและความก้าวร้าวต่างๆ ออกมา รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดที่สะสม และเปิดตัวคือรู้จักเข้าสังคม มีการพูดคุยกับเพื่อน คุณครู ครอบครัว และคนรอบข้าง

              "วิธีการง่ายๆ ในการสอนศิลปะให้แก่เด็กพิเศษ คือการสอนสิ่งรอบๆ ตัว พูดคุยถึงเครื่องมือเครื่องใช้และสิ่งของในชีวิตประจำวันโดยสร้างเป็นคำถามแบบปลายเปิด เพื่อให้เด็กมีการตอบสนอง เริ่มจากรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ และการลากเส้นต่างๆ เพื่อจะช่วยฝึกพัฒนาการเรื่องกล้ามเนื้อ บางรายใช้แรงกดของการลงน้ำหนักของสีในการระบาย เพราะมีความบกพร่องในการควบคุมกล้ามเนื้อมือ ชอบกดสีแรงๆ พยายามสอนเพื่อให้เกิดการปรับพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป" คุณครูแคนดี้ เล่า

              ด.ญ.นรมน ฉัตรวัฒนาสกุล หรือน้องเอี้ยนเอี้ยน อายุ 8 ขวบ เป็นเด็กพิเศษ ขณะที่น้องสาว ด.ญ.ปารมี ฉัตรวัฒนาสกุล หรือน้องหงส์ อายุ 6 ขวบ เป็นเด็กปกติ ทั้งคู่อยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งมาร่วมกิจกรรมบอกว่า สนุกมาก ชอบมากที่คุณครูและพี่ๆ มาสอนวาดรูป สอนให้รู้จักสิ่งรอบๆ ตัว วาดเป็นวงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ได้ระบายสีสวยๆ ให้เลือกหลายชนิด

              "คุณครูจะคอยถามคอยบอก เทคนิคพิเศษคือคุณครูให้ระบายสีชอล์กแบบพัดลมเบอร์ 1 คือไม่ต้องกดแรง เพราะจะทำให้สีเลอะและกระดาษทะลุได้ ระบายเบาๆ ก็สวยแล้ว ภูมิใจมาก จะเอาผลงานกลับไปอวดคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน"

               ด.ช.อนล หลักดี หรือน้องนล อายุ 7 ขวบ ชั้น ป.2 บอกว่า มีความสุขมากถึงจะวาดได้ไม่สวยเท่าเพื่อนคนอื่น แต่ก็ภูมิใจมาก ที่วาดสิ่งต่างๆ รอบตัวที่ชอบ เช่น ภาพบ้านสีชมพู มีต้นไม้ต้นใหญ่ๆ เก้าอี้ม้านั่งสีเขียวไว้นั่งชมวิว และขลุ่ยเอาไว้เป่าเวลาเหงา ที่เขารัก

              ด.ช.ปรินทร์ ศรีสัมแก้ว หรือน้องปริ้น อายุ 14 ปี ชั้น ม. 2 วาดภาพสนามหญ้าและท้องฟ้า เพราะชอบสนามหญ้ากว้างๆ สีเขียว จะได้เตะบอลและออกกำลังกาย อยากให้มีที่โล่งๆ ปลูกต้นไม้ มีท้องฟ้าสีสวยๆ อากาศดีๆ เวลาไปไหนมาไหนจะได้รู้สึกสบายไม่อึดอัด

              ศิลปะช่วยเชื่อมโยงระหว่างเด็กพิเศษกับสังคม ให้รู้จักฟัง รู้จักคิดตาม วางแผน ลงมือทำ และควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น เพราะมีสมาธิที่จดจ่อ เรียนรู้เข้าสังคมมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น มองโลกและสังคมได้อย่างมีความสุขขึ้น ขณะที่สังคมต้องเปิดกว้างเพราะคุณค่าในตัวของเด็กพิเศษสามารถสะท้อนออกมาในรูปแบบงานศิลป์ เพื่อนๆ เยาวชนเด็กปกติควรให้กำลังใจ ส่งเสริมให้พวกเขามีโอกาสที่จะสร้างสรรค์และแสดงพลังของตนเองออกมาตามความรู้สึกและจินตนาการและสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและมีความสุข