
ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : ตับอักเสบ
ตับอักเสบ : คอลัมน์ ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน โดย... หมอไพร
หนูรู้จัคุณหมอจากหนังสือที่คุณหมอเขียน คือ แม่หนูเป็นตับอักเสบ และข้อเข่าไม่ค่อยดี ไปหาหมอมาหลายที่มากๆ (แบบว่าหมอคนไหนดี โรงพยาบาลไหนดัง ไปมาหมดแล้ว) แต่ก็ทำคล้ายๆ กัน คือ เคาะเข่าแม่หนู แล้วบอกว่า ข้อเข่าเสื่อม และให้ยากิน ตอนนั้น หนูบอกแม่ว่า "แม่ลองไปหาหมอจีนไหม ตอนนี้มีคนไปรักษาเยอะ เพื่อนหนูก็รักษา" แต่แม่หนูกลัวเข้ม เลยไม่ไป จนวันหนึ่งแม่ไปหาหมอ แล้วหมอบอกแม่ว่าเป็นตับอักเสบ เพราะกินยาเยอะ (ก็หมอสั่งให้กินอ่ะ แม่หนูก็ต้องกินสิ) แม่หนูกินยา ลดไขมัน แก้อักเสบ วิตมินเสริม ฮอร์โมนและ อื่นๆ จนวันหนึ่ง แม่หนูพบกับหนังสือ คุณหมอ และตัดสินใจไปหาหมอจีนดู..... ตอนนี้ แม่หนูอาการดีขึ้นเยอะแล้วเดินนานๆ ได้แล้ว และไม่ค่อยบ่นว่าปวดขาด้วย..... ต้องขอบคุณคุณหมอนะคะ ที่เขียนหนังสือดีๆ จนแม่หนูไปรักษาจนได้ และต้องขอบคุณสุดๆ ที่ช่วยแนะนำหนู
ป.ล. คุณหมอคะ คือหนูอยากเรียนแพทย์แผนจีน หนูควรเรียนที่ไหนดี มีทุนอะไรบ้างรึเปล่า คือพ่อแม่หนูมีเงินไม่มาก แล้วต้องเรียนในประเทศไทย หรือต้องไปเรียนที่ประเทศจีนดีคะ ขอปรึกษาหน่อยนะคะ
ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ตอบ
เรื่องการเรียน การเรียนการสอนแพทย์แผนจีน มีแล้วที่เมืองไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีที่โคราชด้วย เปิดการเรียนการสอนแพทย์แผนจีน จนมีบัณฑิตจบมา 2 รุ่น เข้าร่วมขบวนการดูแลสุขภาพกันแล้ว ส่วนการเรียนเท่าที่ทราบ มีทุนกู้ยืมของรัฐบาลและทุนเรียนดีจากมหาวิทยาลัยด้วย หนูสามารถกู้เรียนได้ ถามรายละเอียดจากมหาวิทยาลัย และกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา
การเรียนแพทย์จีนในมหาวิทยาลัยที่เมืองไทยมีข้อดีที่เราเข้าใจสภาพสังคมของเราดี หากเรียนด้วยความตั้งอกตั้งใจ โดยเฉพาะเรียนภาษาจีนให้ได้จริงๆ เพราะลำพังภาษาจีนทั่วไปเรียนยากอยู่แล้ว การเรียนแพทย์แฟนจีนยังต้องเรียนศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ ภาษาแพทย์จีนก็เป็นภาษาโบราณอีก ความยากจะทบเท่าทวีคูณ แต่หากจะเป็นหมอจีนต้องรู้ภาษาจีน ไม่เช่นนั้นจะต่อยอด ไปศึกษาค้นคว้าให้มีความรู้มากขึ้น ให้เก่งขึ้นไม่ได้ และที่สำคัญ การเรียนในเมืองไทยยังง่ายในการนำมาใช้เหมาะกับคนป่วยที่บ้านเราได้ดี และเมื่อจบแล้ว การสอบรับใบประกอบโรคศิลปะ ที่ต้องสอบเป็นภาษาไทย เราจะคุ้นเคยมากกว่า
แต่การเรียนที่เมืองไทยมีจุดอ่อนที่มีสถานที่ให้ฝึกงานน้อยมาก อีกทั้งอาจารย์ที่จะพาในการปฏิบัติยังขาดแคลน เพราะ หมอจีนจะเก่งจริงต้องใช้เวลานานพอสมควร ต้องสั่งสมประสบการณ์ท่ามกลางการทำงานทางคลินิกมาก เพราะไม่มีตัวช่วยเหมือนแผนปัจจุบัน ถ้าเราต้องการเดินทางลัดให้มีประสบการณ์เร็วก็คือต้องเดินตามอาจารย์ที่มีประสบการณ์มากๆ สักระยะหนึ่งก่อนที่จะบินเดี่ยว จึงจะทำให้เราเก่งเร็วขึ้น รู้ในตำรา หากนำมาใช้กับคนไข้ไม่เป็นก็จะเป็นหมอจีนที่ดีและเก่งไม่ได้
ส่วนการเรียนที่เมืองจีนมีข้อดีที่การเรียนการสอนของเขาน่าจะได้มาตรฐาน แต่เราต้องเก่งภาษาจริงๆ จึงจะผ่านไปได้ และมักจะมีปัญหาตอนไปฝึกงาน ต้องพบปะคนไข้ที่ติดภาษาท้องถิ่น ทำให้ฟังยาก ผลการฝึกงานจึงไม่ได้เท่าที่ควร ดั่งเมื่อไม่นานมานี้ แพทย์สภาได้ออกมาติงผู้ที่จะไปเรียนแพทย์ที่เมืองจีน ต้องคิดให้รอบคอบอย่าดูแต่ว่าราคาถูก ผู้ที่ไปเรียนส่วนหนึ่งต้องหยุดเรียนกลางคัน หรือแม้จะจบได้แต่มาสอบใบประกอบโรคศิลปะจะประสบความยุ่งยากมาก รายละเอียดลองเข้าเวปฯของแพทย์สภาดูก็ได้ เมื่อเทียบข้อดีข้อเสีย แล้วตัดสินใจด้วยตัวเอง
ตอบเรื่องคุณแม่ ดีใจมากที่เนื้อหาในหนังสือเป็นประโยชน์และมีส่วนช่วยให้คุณแม่ของหนูบรรเทาจากการทรมานของโรคได้ระดับหนึ่ง และหวังว่าจะรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคความเสื่อมของผู้สูงอายุ ต้องฟื้นฟูในระยะยาว ไม่ควรหวังผลในระยะสั้น แล้วเลิกล้มการรักษาไป
.......................................
(หมายเหตุ ตับอักเสบ : คอลัมน์ ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน โดย... หมอไพร)



