ไลฟ์สไตล์

ลุ่มน้ำปายต้นแบบ'ธนาคารน้ำ'

ลุ่มน้ำปายต้นแบบ'ธนาคารน้ำ'

02 ส.ค. 2555

ลุ่มน้ำปายต้นแบบ 'ธนาคารน้ำ' ผลสำเร็จวิธีจัดการแบบองค์รวม : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ

          "กระทรวงเกษตรฯ เปรียบเสมือนหมอรักษาคนไข้ ส่วนกรมต่างๆ ก็เหมือนหมอเฉพาะทาง อยากรู้เรื่องดินก็ไปหากรมพัฒนาที่ดิน อยากรู้เรื่องสัตว์น้ำก็ไปที่กรมประมง อยากทำนาปลูกข้าวก็ไปที่กรมการข้าว แต่ในโครงการพระราชดำริ เราจะมีทุกภาคส่วนมาอยู่รวมกันเพื่อให้เกษตรกรได้มาศึกษาเรียนรู้ในที่เดียว จึงเป็นที่มาของศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นมาประมาณ 3 ปีแล้ว"

 

          สุภาพร พิมลลิขิต ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นจังหวัดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ทรงงานการพัฒนาจังหวัดที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงชายแดนภาคเหนือ โดยในปี 2522 มีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาอาชีพขึ้น 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง ศูนย์ปางมะผ้า (ศูนย์วิจัยข้าวแม่ฮ่องสอน) ศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายและศูนย์ศิลปาชีพแม่ฮ่องสอน 

          โดยศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 4 แห่ง ถือเป็นต้นแบบของการพัฒนาองค์รวมที่เหมาะสมกับภูมิสังคมของคน 7 ชาติพันธุ์ที่เริ่มจากต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำในรูปแบบของ "ธนาคารน้ำ (Water Bank)" โดยแม่ฮ่องสอน จะประกอบไปด้วย 7 อำเภอ 44 ตำบล 415 หมู่บ้าน 91,374 ครัวเรือน ราษฎรส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทั้งบนเขา กลางเขา เชิงเขา ที่ราบลุ่มแม่น้ำ ตลอดจนลำห้วยและลำน้ำสาขา โดยมีแม่น้ำสายหลักสองสายคือ ลำน้ำปายและลำน้ำยวม ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำสาละวินในเขตสหภาพเมียนมาร์

          "ธนาคารน้ำจะทำหน้าที่กักเก็บน้ำ ออมน้ำ ออมดิน รักษาต้นทุนของน้ำ แล้วปล่อยดอกเบี้ยที่เป็นน้ำออกมาให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ธนาคารน้ำยังช่วยชะลอไม่ให้น้ำไหลลงสู่ชุมชนอย่างรวดเร็ว เป็นที่เก็บปุ๋ยชีวภาพตามธรรมชาติ ถึงฤดูฝนปุ๋ยถูกน้ำชะล้างลงสู่คลองกระจายสู่พื้นแปลงเกษตรของชุมชนเฉลี่ยอย่างเป็นธรรมโดยธรรมชาติ รักษาความชุ่มชื้นของป่า รักษาระบบนิเวศของป่า สัตว์น้ำ สัตว์บก ตามธรรมชาติ ส่วนผู้จัดการธนาคาร หรือนายธนาคารคือชาวบ้านที่อยู่ริมหนองคลองห้วยและคนในชุมชน เป็นการเก็บออมทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ มีดอกเบี้ยก็คือดอกผลเป็นกุ้งหอยปูปลา ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนในลุ่มน้ำปาย"

          ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ อธิบายต่อว่า โดยเฉพาะศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย (ท่าโป่งแดง) ตามแนวพระราชดำรินั้น ถือเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมโยงฐานเรียนรู้ด้านการบริการและพัฒนาป่า น้ำ ดินและการเกษตรที่เชื่อมโยงกับงานความมั่นคงชายแดนที่มีกรมทหารราบ 21 รอ.ชุดเฉพาะกิจที่ 17 เป็นศูนย์ตัวอย่างของการทำงานแบบบูรณาการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นประธานคณะทำงานโครงการ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอนทำหน้าที่เป็นผู้จัดการศูนย์ ซึ่งมีทั้งหมด 9 ฐานเรียนรู้เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่ในการนำมาประกอบอาชีพสร้างรายได้ให้ตนเองและครอบครัว

          ด้าน สายเมือง วิริยะศิริ ประธานที่ปรึกษาศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวเสริมว่า ช่วงแรกศูนย์จะเร่งการบูรณาการทำงานในโครงการพระราชดำริตามแนวชายแดนในพื้นที่ 7 จังหวัด เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องด้านความมั่นคง ภายใต้แนวคิดจากความไม่มั่นคงไปสู่ความสมดุลและมั่นคง" โดยเน้นถึงผลสำเร็จจากการขยายผลของโครงการเป็นสำคัญ

          "การบริหารจัดการน้ำของพระองค์ไม่ได้มองแยกตามเขตการปกครอง แต่จะมองแบบองค์รวม มองทั้งลุ่มน้ำเป็นสำคัญ อย่างลุ่มน้ำปายต้องดูจากต้นน้ำยันปลายน้ำ" สายเมืองระบุ

 

          "ธนาคารน้ำ" ภายใต้การบริหารจัดการแบบองค์รวมตามแนวพระราชดำริ โดยศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปาย (ท่าโป่งแดง) นับเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมโยงฐานเรียนรู้ด้านการบริการและพัฒนาป่า น้ำ ดิน การเกษตรและการอาชีพแก่ราษฎรใน จ.แม่ฮ่องสอน ให้มีความอยู่ดีกินดีตามวิถีพอเพียง

 

 

--------------------

(ลุ่มน้ำปายต้นแบบ 'ธนาคารน้ำ' ผลสำเร็จวิธีจัดการแบบองค์รวม : โดย ... สุรัตน์ อัตตะ)