ไลฟ์สไตล์

ยึดไทยแม่แบบพัฒนา'ตลาดยางภูมิภาค'

ยึดไทยแม่แบบพัฒนา'ตลาดยางภูมิภาค'

02 ส.ค. 2555

ส.วิจัยยางเผยมติที่ประชุมสภามนตรีไตรภาคียางพารา (ITRC) "ไทย-มาเลย์-อินโดฯ" เห็นพ้องพัฒนารูปแบบตลาดยางพาราระดับภูมิภาค (RRM) โดยนำจุดเด่นตลาดกลางไทย หวังเป็นผู้กำหนดราคายางธรรมชาติในเวทีโลก

          นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร เปิดแถลงข่าวความคืบหน้าการพัฒนารูปแบบตลาดยางพาราระดับภูมิภาค (Regional Rubber Market) ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมสภามนตรีไตรภาคียางพารา หรือไอทีอาร์ซี (International Tripartite Rubber council : ITRC) ครั้งที่ 4 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ในเดือนธันวาคม 2554 ซึ่งได้มีมติให้จัดตั้งตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค (Regional Rubber Market)ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการซื้อขายยางธรรมชาติ ช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มีบทบาทในการกำหนดราคายางธรรมชาติในระดับโลก จากการประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 ที่ผ่านมา 

          ปรากฏว่าที่ประชุมได้พิจารณาทั้งรูปแบบตลาดกลางยางพาราที่ดำเนินการอยู่แล้วในประเทศไทย และกลไกการควบคุมการบริหารดำเนินการตลาดยางมาใช้พัฒนาตลาดยางพาราระดับภูมิภาค นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้นำเสนอรูปแบบการซื้อขายยางแบบข้อตกลงตามสัญญาที่กำหนด (Physical Forward Contract Market: PFCM) ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมการพัฒนา และจะเปิดดำเนินการในช่วงต้นปี พ.ศ. 2556 ให้ที่ประชุมได้พิจารณาด้วย 

          "ที่ประชุมได้เห็นพ้องให้ทั้ง 3 ประเทศพิจารณารูปแบบการดำเนินการตลาดกลางยางพาราตามขั้นตอนของประเทศไทยเป็นการเริ่มต้นเพื่อสร้างความพร้อมของทั้ง 3 ประเทศจากตลาดกลางยางพาราที่มีการส่งมอบจริงให้สำเร็จในชั้นต้น ก่อนที่จะพัฒนารูปแบบไปสู่ตลาดยางพาราล่วงหน้าและตลาดยางระดับภูมิภาคในโอกาสต่อไป"

          ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยางเผยต่อว่า จากการที่สถาบันวิจัยยางได้จัดตั้งตลาดกลางยางพาราและมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรสามารถขายยางได้ราคาดีตามคุณภาพ กระตุ้นให้มีการพัฒนาคุณภาพยางทั้งยางแผ่นดิบ และยางแผ่นรมควันจนเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการส่งออก และในปัจจุบันตลาดกลางได้พัฒนาระบบตลาดให้มีความเข้มแข็ง และลดความผันผวนจากราคาที่บางครั้งปรับตัวอย่างรุนแรงจนกระทบถึงความเป็นอยู่ของเกษตรกร โดยผ่านกลไกการซื้อขายแบบส่งมอบจริง และขยายการให้บริการไปถึงยางแผ่นรมควันอัดก้อนหรือยางลูกขุนที่จะเปิดให้บริการในต้นปีหน้าด้วย