
'แก่งจันทร์โมเดล'1ร.ร.4สาขา
'แก่งจันทร์โมเดล'1ร.ร.4สาขา เพื่อนักเรียน เพื่อครู เพื่อชุมชน : โดย...สุพินดา ณ มหาไชย
แผนผังชีวิตเด็กประถมของ ต.หาดคัมภีร์ อ.ปากชม จ.เลย ช่างน่ามหัศจรรย์ กว่าจะจบ ป.6 ได้ เด็กๆ ต้องย้ายที่เรียนถึง 5 ครั้ง เริ่มเข้าสู่วัยเรียนชั้นอนุบาล 1 ที่ ร.ร.บ้านนาโม้ จากนั้นย้ายมาเรียนอนุบาล 2 ที่ ร.ร.บ้านปากมั่งห้วยทับช้าง แล้วกลับไปเรียน ป.1 ที่ ร.ร.บ้านนาโม้ โยกมาเรียน ป.2 ที่ ร.ร.บ้านปากมั่งห้วยทับช้างอีกครั้ง พอถึงชั้น ป.3-ป.4 ก็ร่อนมาเรียนที่ ร.ร.บ้านคกเว้า ส่วนโค้งสุดท้าย ป.5-ป.6 มาประจำที่ ร.ร.บ้านหาดคัมภีร์
เห็นสลับที่เรียนซับซ้อนขนาดนี้ แต่พ่อแม่พี่น้องร่วมตำบลเขาเต็มใจกับวงจรเช่นนั้น เพราะมิฉะนั้นแล้ว อาจต้องมีโรงเรียนแห่งใดแห่งหนึ่งใน 4 โรงข้างต้นถูกยุบ ทั้ง 4 โรงเรียนเคยเป็นโรงเรียนประจำแต่ละหมู่บ้าน แต่ปัจจุบันถูกทิ้งให้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียน 60-80 คน น้อยเกินไปสำหรับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
อันที่จริงแล้ว พิษณุ ตุลสุข รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) บอกว่า จ.เลย เป็นจังหวัดที่มีโรงเรียนขนาดเล็กมากที่สุดในประเทศไทย แต่การยุบโรงเรียนเป็นสิ่งที่เสียดแทงความรู้สึกของคนในชุมชน สพป.เลย เขต 1 จึงคิดค้น "แก่งจันทร์โมเดล" ขึ้น นำทั้ง 4 โรงเรียนซึ่งอยู่ห่างกันแค่ 3-5 กม. มารวมตัวกัน แชร์ทรัพยากร แชร์ครู นำนักเรียนมาคละกัน แล้วแบ่งหน้าที่กันจัดการเรียนการสอนแห่งละ 2 ชั้นเรียน เป็นทางออกที่สามารถหลีกเลี่ยงการยุบโรงเรียนได้<
พิษณุ บอกว่า โรงเรียนมีความหมายกับคนในชุมชนมาก มันไม่ใช่แค่ที่เรียนหนังสือ หากแต่คือส่วนประกอบหนึ่งใน "บ ว ร" หรือ "บ้าน วัด โรงเรียน"
"โรงเรียนเป็นสัญลักษณ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของหมู่บ้าน คนในชุมชนมักจะบอกว่า ในหมู่บ้านต้องมีบ้าน วัด และโรงเรียนอยู่ด้วยกัน จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ชาวบ้านบอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้โรงเรียนของเขายังอยู่ แต่ถ้ายุบและปล่อยให้ร้าง ในความเป็นผู้นำชุมชนเขาจะรู้สึกรับไม่ได้ที่ปล่อยให้โรงเรียนถูกยุบ นักเรียนในชุมชนของตัวเองต้องไปเรียนที่อื่น" พิษณุ กล่าว
ครูใหญ่ ครู เป็นบุคคลที่ชาวบ้านนับหน้าถือตา ให้ความเคารพนับถือ เป็นที่พึ่งได้เมื่อเกิดเหตุคับขันขึ้น ผู้บริหารท้องถิ่นจึงอุ่นใจเมื่อมีโรงเรียนอยู่ในชุมชนแม้จะเป็นโรงเรียนเล็กๆ เวลามีการประชุมหมู่บ้าน ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ต้องเข้าไปร่วมหารือด้วย ถ้าไม่มี ชาวบ้านก็รู้สึกขาดอะไรไป เพราะฉะนั้น "แก่งจันทร์โมเดล" จึงเป็นการ "พบกันครึ่งทาง"
แต่ แก่งจันทร์โมเดลไม่ได้เยียวยาความรู้สึกชุมชนเท่านั้น ยังเยียวยานักเรียนด้วย ด้วยความเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ละแห่งจึงต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนครูซึ่งมีผลต่อคุณภาพการเรียนการสอน
สุเทพ บุญเติม ผอ.สพป.เลย เขต 1 บอกว่า ทั้ง 4 โรงเรียนมีครูแห่งละ 4 คน สอน 8 ชั้นเรียน ครู 1 คน ต้องวิ่งรอกสอน 2 ชั้นเรียน แต่เมื่อนำนักเรียนมาเรียนรวมกัน เกิดสมการมุมกลับ รวม 4 โรงเรียน มีครู 16 คน กลายเป็น 1 ชั้นเรียนมีครูประจำ 2 คน เพียงพอสำหรับดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง จัดการเรียนการสอนได้มีคุณภาพ เด็กอ่านออกเขียนได้มากขึ้น สามารถเลือกครูให้ประจำชั้นเรียนที่ถนัดได้ เอกอนุบาลให้มาดูแลอนุบาล ไม่ต้องสอนไม่ตรงเอกเหมือนสมัยก่อน
"ช่วยสร้างความสมานฉันท์ระหว่างเด็กในตำบลด้วย แต่ก่อนต่างโรงเรียนต่างหมู่บ้าน ชอบทะเลาะกัน มาเรียนร่วมกัน เป็นพี่น้องกันรักกันมากขึ้น เด็กรู้จักกันทั้งตำบล ผู้ปกครองก็รู้จักกัน ไม่แตกแยก วันเด็กจัดงานรวมกัน มีเงินจ้างรถทัวร์ มาเด็กไปเที่ยวได้ แต่ก่อนที่ต่างคนต่างอยู่ไม่เคยทำได้ เพราะระดมงบประมาณได้ไม่พอ" ผอ.สพป.เลย เขต 1 กล่าว
พิษณุ บอกว่า แนวทางนี้อาจไม่ใช่แนวทางที่ใช้ cost ต่ำสุด เหมือนการยุบรวมโรงเรียนแต่สามารถรักษาความร่วมมือจากชุมชนได้ ชุมชนไม่บอบช้ำใจจากการยุบโรงเรียนอันเป็นที่รักของเขา เขาก็จะให้ความร่วมมือกับโรงเรียนต่อไป และโดยข้อเท็จจริงแล้ว หากโรงเรียนเล็กอยู่โดยอาศัยงบประมาณจากภาครัฐไม่เพียงพอ ต้องระดมความช่วยเหลือจากชุมชน ภาคเอกชนด้วย
ศรีทัด นันทะคู ประธานสภาอบต.หาดคัมภีร์ บอกว่า โรงเรียนแต่ละแห่งสร้างมานาน ใช้ชื่อหมู่บ้านมาเป็นชื่อโรงเรียน เป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความผูกพัน ความภาคภูมิใจของคนในหมู่บ้าน ไม่อยากให้ยุบ อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเด็กมาเรียนรวมกันแล้ว มีผลลัพธ์ที่ดีเกิดขึ้นหลายอย่าง เรียนดีขึ้น แต่ก่อนจะจบ ป.6 แล้ว ยังอ่านไม่ค่อยออก อีกทั้งกิริยามารยาทดีขึ้น สุขอนามัย สะอาดขึ้น เด็กๆ รักใคร่กันขึ้นด้วย สรุปว่า ชุมชนพอใจกับการเรียนแบบ 1 โรงเรียน 4 สาขา นี้
................................................
('แก่งจันทร์โมเดล'1ร.ร.4สาขา เพื่อนักเรียน เพื่อครู เพื่อชุมชน : โดย...สุพินดา ณ มหาไชย )



