
สามี(ตัวดี)ฟ้องเอาบ้าน
มีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ คือว่า พี่สาวกับพี่เขย แต่งงานกันมาได้ประมาณ 7 ปี ก็เลิกกัน หลังจากนั้นพี่สาวก็มีแฟนคนใหม่ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน
ปัญหาคือ พี่สาวได้ซื้อบ้านผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ไว้ แต่ใช้ชื่อแฟนใหม่กู้ผ่านแบงก์ โดยมีชื่อของตัวเองร่วมอยู่ด้วยในโฉนดที่ดิน โดยที่พี่เป็นคนจ่ายเข้าธนาคารทุกเดือน
ปัจจุบันพี่สาวได้ปิดค่างวดบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่เนื่องจากขณะที่เคยอยู่กับอดีตพี่เขย เคยสร้างหนี้สินร่วมกันไว้ เมื่อกรมบังคับคดีเห็นว่าพี่สาวมีทรัพย์สินแล้วจึงมายึดบ้านไว้ เพื่อให้จ่ายหนี้เดิม เมื่อพี่สาวติดต่อกลับ พบกว่ามีหนี้สินเดิมรวมต้นและดอกเบี้ย 335,000 บาท แต่ประนอมหนี้ได้ โดยให้จ่าย 120,000 บาท จ่ายเรื่องก็จบ
สิ่งที่ดิฉันเริ่มกังวลในขณะนี้คือ แฟนใหม่ของพี่สาวไม่ยอมเซ็นชื่อโอนบ้านให้ เพราะเขามีส่วนได้กับบ้านหลังนี้ หากมีปัญหากันพี่สาวจะได้บ้านหลังนี้คืนไหมคะ ขณะนี้เราสองคนพี่น้องเครียดมากค่ะ
ปูดำ
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า กรณีเรื่องบ้านนั้น ถ้ามีหนี้อยู่ เมื่อกรมบังคับคดีตามจนทราบว่ามีทรัพย์สินที่จะยึดได้ ก็ต้องชำระหนี้กันไป เป็นสิ่งที่บิดพลิ้วไม่ได้ การที่เจรจากันเพื่อใช้หนี้ก็ทำถูกต้องแล้ว
ส่วนเรื่องที่บ้านที่พี่สาวเป็นคนจ่ายเงินนั้น ในความเป็นจริงแล้ว หากลงชื่อร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เป็นคนจ่ายเงิน สิทธิที่มีร่วมกันคนละครึ่ง กรณีที่อยากจะได้บ้านคืนเป็นชื่อพี่สาวเพียงคนเดียวแล้วสามีใหม่ไม่ยอมเซ็นโอนให้ ก็ต้องพึ่งศาล โดยฟ้องร้องเพียงอย่างเดียว
แต่ก่อนที่จะฟ้องอยากให้คิดในเรื่องที่พี่สาวโดนบังคับดคีเรื่องเกี่ยวกับการยึดบ้านจากหนี้สินเก่าด้วย เนื่องจากว่า ขณะนี้บ้านยังเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมสองคน คือพี่สาวกับแฟนใหม่ ถ้ามีการบังคับคดีเอาบ้านมาชดใช้หนี้ที่พี่สาวเคยมีอยู่ ก็จะถูกบังคับเฉพาะในส่วนของพี่สาวเท่านั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่โอนบ้านเป็นชื่อของพี่สาวเรียบร้อยแล้ว การบังคับหนี้ก็จะบังคับบ้านทั้งหลังที่เป็นสิทธิของพี่สาวเพียงคนเดียว
ดังนั้นทางที่ดีลองเคลียร์ทีละเรื่อง คือ เคลียร์เรื่องหนี้สินเก่าให้จบก่อน เพื่อจะได้ไม่ถูกบังคับเอาบ้านไปทั้งหลัง หลังจากนั้นค่อยเจรจากับสามีใหม่เรื่องโอนบ้านให้เป็นชื่อของพี่สาว
ลุงแจ่ม



