
สะเทือนภาพลักษณ์ไทย ในเวทีโลก (1)
ขณะนี้ประเด็นแรงงานข้ามชาติของไทย ทั้งแรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานในไทยและแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ กำลังถูกยกระดับในเวทีโลก หากยังมองข้ามหรือละเลยไม่แก้ไขปัญหา ไทยจะกลายเป็นเป้าหมายและถูกหยิบยกขึ้นมาโจมตี จนกลายเป็นเรื่องที่มีผลต่อภาพลักษณ์อย่
แรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะจากพม่าทั้งที่เข้าเมืองถูกต้องตามกฎหมายและลักลอบเข้ามา มีการข้ามแดนเข้ามาในไทย เพิ่มจำนวนมากขึ้นนับเป็นล้านๆ คน ตามเมืองต่างๆ จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษในเรื่องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติ ทั้งประเด็นการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประมงและอาหารแช่แข็ง ตลอดจนโรงงานอาหารกระป๋อง กระบวนการการพิสูจน์สัญชาติที่ล่าช้า ซับซ้อนและอาจมีการทุจริต และการดูแลความเป็นอยู่ของแรงงานข้ามชาติตามสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานระหว่างประทศที่พึงได้รับ อาทิ กรณีนายชาลี ดีอยู่ ที่ประสบอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน และกรณีแรงงานข้ามชาติที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยเมื่อปี 2554
การดำเนินการของไทยจึงได้รับความสนใจจากนานาประเทศ ทั้งในกรอบสหประชาชาติ โดยกลไกพิเศษของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เสนอรายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยการค้ามนุษย์ฯ และสื่อต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนและภาคประชาสังคม ซึ่งติดตามสถานการณ์แรงงานข้ามชาติอย่างใกล้ชิด แสดงความห่วงกังวลต่อนโยบายของไทยต่อแรงงานข้ามชาติ โดยล่าสุดองค์การฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ ได้แสดงความห่วงกังวลต่อรายงานข่าวว่าด้วยแนวความคิดในการส่งแรงงานที่ตั้งครรภ์ไปคลอดกลับประเทศ
มีรายงานพิเศษเสนอคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 20 ว่าด้วยการค้ามนุษย์ฯ ได้กล่าวถึงปัญหาสำหรับการปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย เกี่ยวกับการทุจริตที่หยั่งรากลึกใน ฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย และขาดความตั้งใจที่จะช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และถึงแม้เหยื่อเหล่านี้จะได้รับการช่วยเหลือ ศูนย์พักพิงสำหรับช่วยเหลือเหยื่อไม่พร้อมที่จะสนับสนุนให้เหยื่อได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ ด้วยการจำกัดสิทธิในการเคลื่อนย้ายและการหาเลี้ยงชีพ
ที่มา- รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยการค้ามนุษย์ฯ



