ไลฟ์สไตล์

อบ'ลำไยสด'ด้วยอากาศลดสารตกค้าง

อบ'ลำไยสด'ด้วยอากาศลดสารตกค้าง

30 ก.ค. 2555

อบ 'ลำไยสด' ด้วยอากาศแนวตั้ง ลดสารตกค้าง-ทางเลือกผู้ส่งออก : รายงานเกษตร : โดย ... ธานี กุลแพทย์

          แม้ลำไยไม้ผลเศรษฐกิจของไทยจะได้รับการยอมรับในตลาดโลก มีมูลค่าการส่งออกแต่ละปีมหาศาล ดูได้จากการส่งออกลำไยสดปี 2554 ที่มีมูลค่าถึง 205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 54 จากปี 2553 เป็นปริมาณ 382,013 ตัน มีตลาดหลัก ได้แก่ จีน ฮ่องกง อินโดนีเซีย เวียดนาม โดยจีนและฮ่องกงคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 67 ทว่า นอกจากปัญหาลำไยล้นตลาดราคาตกต่ำแล้ว ปัญหาสารตกค้างในผลผลิตสูงกว่าเกณฑ์ที่ประเทศคู่ค้ากำหนด เหล่านี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการส่งออก จึงทำให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเร่งหาทางแก้ไข

 

          ล่าสุด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาลำไย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้จัดโครงการเสวนาทางวิชาการ ในหัวข้อ "การขับเคลื่อนความปลอดภัยของการใช้ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในลำไยสด" ขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ระดมความเห็นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ อีกทั้งส่งเสริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก

          รศ.ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะ ผู้อำนวยการฝ่ายเกษตร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ยอมรับในเหตุผลที่ว่า ด้วยวิธีการรม SO2 กับผลลำไยสดของประเทศไทยในการส่งออกที่ปฏิบัติในปัจจุบัน คือ การเผากำมะถันโดยตรงก่อนนำไอร้อนดังกล่าวเข้าไปรมลำไยสดในห้องรม ที่ผ่านมาวิธีการดังกล่าวมักมีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ SO2 ตกค้างในผลลำไยสูงกว่าเกณฑ์ที่ประเทศคู่ค้ากำหนด เช่น ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก กำหนดค่าเกณฑ์สูงสุด (Maximum Ressidue Level - MRL) ในเนื้อลำไยไม่เกิน 50 พีพีเอ็ม (ppm) แต่จากการที่กงสุลใหญ่ ณ นครกวางโจว รายงานว่าเคยตรวจพบสารดังกล่าวตกค้างสูงถึง 170 พีพีเอ็ม

          โดยการตกค้างของสาร SO2 ที่สูงดังกล่าว เนื่องจากสาเหตุหลายประการ เช่น ห้องรมที่สร้างไม่ได้ตามมาตรฐาน การปฏิบัติของคนงาน รวมถึงความต้องการผลลำไยที่มีสีสันสวยงามโดยไม่ตระหนักถึงปริมาณสารตกค้าง ทำให้การรมในปัจจุบันไม่สามารถควบคุมหรือตรวจสอบได้เท่าที่ควร หากประเทศคู่ค้าปลายทางเข้มงวดกับการตรวจสารพิษตกค้าง การส่งออกลำไยสดอาจถึงจุดวิกฤติได้ ดังนั้น สกว.จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ด้วยเทคนิคใหม่ การรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ด้วยระบบอากาศแบบบังคับ เพื่อลดปริมาณสารตกค้างในผลผลิตลำไย ทั้งนี้ เพื่อร่วมแก้ปัญหาสารตกค้างให้ลดน้อยลง เพื่อผลผลิตลำไยที่ได้มาตรฐานการส่งออก

          ผศ.จักรพงษ์ พิมพ์พิมล อาจารย์คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปี พบว่า การรม SO2 โดยใช้ระบบหมุนเวียนอากาศแบบบังคับแนวตั้งประกอบ กับการใช้แก๊ส SO2 ทำให้สามารถลดปริมาณสาร SO2 ตกค้างในผลลำไยสดได้โดยไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพ และอายุการเก็บรักษาลำไยแต่อย่างใด การขยายผลเพื่อนำไปใช้กับผู้ประกอบการในเบื้องต้นได้ทดสอบกับบริษัท ไทยฮง ผลไม้ จำกัด ปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจของผู้ประกอบการและพ่อค้าที่รับซื้อ อีกทั้งมีการขยายไปยังกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เช่น จาก อ.เทิง จ.เชียงราย และ อ.เชียงคำ จ.พะเยา 

          ด้าน นางชิง ชิง ทองดี ประธานกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย กล่าวยอมว่า ปัญหาสารตกค้างในลำไยสดของไทย เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยควรตระหนักและให้ความใส่ใจเรื่องคุณภาพ โดยเฉพาะการส่งออกยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งแนวโน้มการส่งออกในส่วนของภาคเหนือปี 2555 คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้น 14% และตลาดต้องการลำไยที่มีคุณภาพดี มีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะขนาด 3 A และ 2 A 

          ทั้งนี้ การส่งออกลำไยทั่วประเทศใน 5 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่า 107 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 37% ซึ่งเห็นได้จากการเปิดเวทีเจรจาการค้ากับผู้ส่งออกโดยกระทรวงพาณิชย์เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ที่มีผู้ซื้อและผู้นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซีย และจีน ซึ่งมีตัวแทนจากตลาดหลักอย่าง กวางโจว นครเซี่ยงไฮ้ คุนหมิง เซียะเหมิน กว่า 30 บริษัท สนใจในผลผลิตลำไยของไทย พร้อมร่วมเจรจาการค้ากับผู้ส่งออก และกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูก พร้อมเยี่ยมชมสวนลำไยที่ได้มาตรฐาน อีกทั้ง เยี่ยมชมโรงงานที่ใช้นวัตกรรมใหม่การรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ด้วยระบบอากาศแบบบังคับฯ ด้วย

          ขณะที่ นายสัญชัย ปุรณะชัยศิริ นายกสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย กล่าวว่า วิธีการนี้จะเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการในการปรับปรุงคุณภาพและบริหารจัดการลำไยให้ได้มาตรฐานการส่งออก โดยเฉพาะกับปัญหาลดสารตกค้างดังกล่าว อันเป็นการบรรเทาปัญหาสินค้าลำไยล้นตลาด ราคาตกต่ำ ดังนั้น จึงต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ ดังเช่น การรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ด้วยระบบอากาศแบบบังคับฯ จึงเป็นการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันสินค้าทางการเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด ที่สำคัญยังส่งผลให้เกิดการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างประเทศพร้อมสร้างตราสินค้าไทย สร้างการยอมรับให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลกมากขึ้น

 

          นับเป็นอีกทางเลือกของผู้ประกอบการส่งออกลำไยไทย ที่หากใช้วิธีการดังกล่าวจะช่วยให้ปริมาณสารตกค้างลดน้อยลง มีมาตรฐานการส่งออก และผ่านเกณฑ์ของประเทศคู่ค้าต่างๆ ได้

 

 

--------------------

(อบ 'ลำไยสด' ด้วยอากาศแนวตั้ง ลดสารตกค้าง-ทางเลือกผู้ส่งออก : รายงานเกษตร : โดย ... ธานี กุลแพทย์)