ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระ28ก.ค.2555

คมเลนส์ส่องพระ28ก.ค.2555

28 ก.ค. 2555

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 28 ก.ค. พ.ศ.2555 : แล่ม จันท์พิศาโล

               *** วันพรุ่งนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๒๙ ก.ค.๕๕) มี งานประกวดพระ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จ.นครราชสีมา โดยมี พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ เป็นประธานจัดงาน พล.ต.ต.กรกต สาริยา รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๓ เป็นประธานดำเนินงาน  รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทองคำหนัก ๒ บาท รางวัลชนะเลิศพระยอดนิยม ถ้วยรางวัล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมโทรทัศน์ ๑ เครื่อง รางวัลชนะเลิศพระทั่วไป จะได้รับถ้วยรางวัล พล.ต.อ.เพียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ เพชรน้ำเอก "พระเครื่องเมืองอีสาน" นับเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่ง โดยมีรายการพระที่จัดประกวดมากถึง ๖๙ โต๊ะ จำนวน ๒,๔๓๑ รายการ สำหรับวันนี้ภายในบริเวณจัดงานมีตลาดนัดพระจากทั่วประเทศ วางจำหน่ายพร้อมกับร้านขายหนังสือและอุปกรณ์การสะสมพระครบวงจร...ขออภัย...ที่เพิ่งลงข่าวให้ในวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครส่งข่าวไปให้ผู้เขียนทราบล่วงหน้ามาก่อนเลย แม้แต่โบชัวร์รายการพระที่จัดประกวดก็ไม่มีให้ ข่าววันนี้ที่ลงให้ก็ด้วยข้อมูลที่ได้มาจาก จิมมี่ ลานโพธิ์ จึงขอขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

               ** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มด้วย พระสมเด็จเกศไชโย วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย จ.อ่างทอง พิมพ์ ๖ ชั้น อกตัน เป็นพระตระกูล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สร้างขึ้นด้วยผงวิเศษ ขณะครองวัดระฆัง ธนบุรี เมื่อ พ.ศ.๒๔๐๔ เพื่อนำไปบรรจุที่องค์พระ หลวงพ่อโต (พระมหาพุทธพิมพ์) พระประธานในพระอุโบสถ วัดไชโยวรวิหาร เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๔๐๖ เพื่อเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาและอุทิศส่วนกุศลแด่โยมมารดาของท่าน ซึ่งเป็นชาวบ้าน อ.ไชโย ... พระสมเด็จเกศไชโย มีเอกลักษณ์สำคัญ คือ ขอบองค์พระมี ๒ ชั้นซ้อนกันที่เรียกว่า ขอบกระจก พระทุกองค์มีพระกรรณ (หู) ยาวที่เรียกว่า หูบายศรี อกเป็นร่อง ขอบองค์พระลบคม มีลักษณะมนทุกด้าน เส้นฐานส่วนใหญ่มีลักษณะปลายแหลมทั้งซ้ายและขวา สำหรับองค์ในภาพนี้เป็นพระของ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผกก.ศดส.บช.น. (ศูนย์สวัสดิภาพเด็กเยาวชนและสตรี) นายตำรวจผู้มีผลงานยอดเยี่ยมมาโดยตลอด

               ** สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พบกับ "ท่านโอ๊ต" วัฒนพล ไชยมณี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นชาวจังหวัดสงขลา พระที่แขวนติดตัวนอกจาก พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ แล้วก็ยังมี พระปิดตาเนื้อเมฆสิทธิ์ พิมพ์เล็ก หลวงพ่อทับ วัดอนงคาราม ธนบุรี เป็นพระแท้ดูง่าย เลี่ยมจับขอบแบบโบราณ น่ารักมาก นอกจากเป็นพระปิดตาที่มีพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย แล้วก็ยังมีอานุภาพด้านเสริมดวงอีกด้วย ** หลวงพ่อโสธร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนไปกราบไหว้อย่างเนืองแน่นตลอดปี ส่งผลให้เหรียญของท่านที่ออกมาทุกรุ่นมีความศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน จนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง รวมทั้ง  เหรียญเสมาทองคำลงยาสีแดง ปี ๒๕๐๙ ที่มีตัวหนังสือ ร.พ. อยู่ด้านหลังเหรียญล่างสุด ซึ่งเป็นตัวย่อมาจากชื่อ พระราชพุทธรังสี (ด.เจียม กุลละวณิชย์) อดีตเจ้าอาวาสซึ่งครองสมณศักดิ์นี้ในระหว่างปี ๒๕๐๘-๒๕๑๔ ท่านเป็นพระเถระนักพัฒนาวัดนี้มาโดยตลอด เหรียญหลวงพ่อโสธร ที่ออกในช่วงที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสจึงเป็นที่ศรัทธานิยมกันมาก รวมทั้งเหรียญที่เห็นในภาพนี้ ซึ่งเป็นเหรียญของ ต้น ท่าพระจันทร์ แชมป์รายการ "แฟนพันธุ์แท้" เหรียญพระ ผู้ชำนาญการพิจารณาเหรียญทุกสำนัก รวมทั้งพระยอดนิยมทุกประเภท

               ** พระปิดตาจัมโบ้ นับเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะของ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ท่าพระ ธนบุรี เป็นต้นกำเนิดของพระปิดตาองค์โตๆ ที่มีการสร้างเลียนแบบในยุคต่อมามากมาย แต่จะให้โด่งดังเท่ากับของ หลวงปู่โต๊ะ คงยาก พระปิดตาจัมโบ้ หลวงปู่โต๊ะ สร้างครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๐ เรียกว่า จัมโบ้ ๑ มี ๓ เนื้อ คือ เนื้อผงใบลาน ๑,๓๐๐ องค์, เนื้อผงเกสร ๖๐ องค์ และเนื้อผงสมเด็จ ๑๖ องค์ พระทุกองค์มีเส้นเกศาของหลวงปู่ผสมอยู่ด้วย พร้อมกับตะกรุดเงิน ขนาด ๑x๑ ซม. ที่ด้านล่างขององค์พระ ในภาพนี้เป็นพระปิดตาเนื้อผงใบลาน ของ ศักดิ์ ตลิ่งชัน ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน...พระปิดตาจัมโบ้ ๑ รุ่นนี้ที่ช่วงออกใหม่ๆ ทำบุญองค์ละ ๑๐๐ บาท ลูกศิษย์และผู้ศรัทธาเลื่อมใส หลวงปู่โต๊ะ ต่างบ่นกันว่า ทำไมองค์พระถึงใหญ่ขนาดนี้ จะไปแขวนไหวหรือ? ต่อมาไม่กี่วัน จอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางกลับมาเมืองไทย หลังจากลี้ภัยไปอยู่เมืองนอกหลายปี ท่านได้ทำบุญพระปิดตารุ่นนี้ไปจำนวนหนึ่ง เมื่อมีใครไปกราบคารวะท่านที่บ้าน ท่านจะมอบพระปิดตารุ่นนี้ให้คนละองค์ มีบางคนเอาไปทดลองยิง ปรากฏว่ายิงไม่ออก ทำให้บรรดานายทหารเดินทางไปเช่าพระปิดตารุ่นนี้ที่วัดอย่างต่อเนื่อง จนพระหมดในเวลาไม่กี่วัน ทำให้เกิดการเช่าหากันต่อในราคาองค์ละ ๓๐๐ บาท ต่อมาขึ้นเป็น ๑ พันบาทก็ยังหาไม่ได้ มาถึงทุกวันนี้กลายเป็นพระปิดตายอดนิยมที่เช่าหากันถึงหลักแสนขึ้นไป ก็ยังหา พระแท้ ได้ยาก ใครมีไว้ก็โชคดี ไม่มีเสียงบ่นว่า...ทำไมองค์พระถึงมีขนาดใหญ่เช่นนี้...อีกแล้ว

               ** สุดยอดแห่ง พระปิดตาเมืองใต้ ที่สร้างขึ้นโดยพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมขลัง ต้องยกให้ พระปิดตาหลวงพ่อมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่เรียกว่า พระปิดตาน้ำนมควาย โดยใช้ผงนะปัดตลอดที่หลวงพ่อลบผงด้วยเอง ผสมกับ น้ำนมควาย ที่เคี่ยวจนแห้ง แล้วจึงกดเป็นพิมพ์พระปิดตา โดยหลวงพ่อจะขูดแต่งองค์พระด้วยท่านเอง องค์ต่อองค์ เสร็จแล้วจะทาด้วยชะแล็ก ก่อนนำไปปลุกเสกเดี่ยวตลอดไตรมาสภายในพรรษา เนื่องจากเป็นพระที่ท่านสร้างด้วยตนเอง ด้วยกรรมวิธีที่ซับซ้อนมาก พระปิดตาแต่ละรุ่นที่สร้างออกมาจึงมีไม่มาก พบเห็น พระแท้ ได้ยาก ทุกวันนี้เช่าหากันกว่าครึ่งแสนขึ้นไป องค์ในภาพนี้เป็นพระของ เบ็นซ์ ทวีทรัพย์ ชมพระแท้องค์จริงโทรไปหาได้ที่ ๐๘-๗๖๙๕-๓๙๙๙

               ** หลวงพ่อมุ่ย จนฺทสุวณฺโณ (พระครูนิโครธจรรยานุยุต) ท่านเกิดเมื่อวันอังคารที่ ๔ เมษายน ๒๔๔๒ ณ บ้านป่าระกำ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บรรพชาอุปสมบท เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๖๒ ท่านได้ศึกษาด้านวิปัสสนาธุระกับ พระอาจารย์จี้ต วัดถ้ำเขาพลู จ.ชุมพร และเป็นสหธรรมิกกับ พ่อหลวงสงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย ท่านเป็นพระวิปัสสนาธุระ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นเลิศ เป็นผู้รู้เวทมนต์คาถาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีวัตรปฏิบัติที่เคร่งครัดมาก ท่านจะไม่จับต้องเงินทอง และไม่สะสมสมบัติของมีค่าใดๆ ทั้งสิ้น การปลุกเสกพระเครื่องท่านจะปลุกเสกเดี่ยวมาโดยตลอด ตามลักษณะความเชื่อมั่นของพระเกจิสายใต้ในสมัยก่อน คือ ถ้าไม่มั่นใจจะไม่ปลุกเสกพระเครื่องให้ลูกศิษย์นำไปใช้อย่างเด็ดขาด พระเครื่องของท่านจึงสร้างขึ้นด้วยความมั่นใจในวิชาอาคมที่ได้ร่ำเรียนมาเป็นที่ตั้ง... หลวงพ่อมุ่ย มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๓๕ สิริรวมอายุ ๙๓ ปี พรรษา ๗๓

               ** เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พิมพ์พุทธซ้อน ปี ๒๕๐๙ เป็นเหรียญเดียวในสายนี้ที่มีรูปสถูป (เขื่อน) อยู่ด้านหลังเหรียญ โดยทั่วไปด้านหลัง เหรียญหลวงพ่อทวด จะเป็นรูป พระอาจารย์ทิม แต่เหรียญรุ่นนี้รูป พระอาจารย์ทิม จะอยู่ด้านหน้าใต้รูป หลวงพ่อทวด ดูเหมือนกับ หลวงพ่อทวด กำลังขี่คอ พระอาจารย์ทิม อันเป็นที่มาของเหรียญรุ่นนี้ที่เรียกกันว่า พิมพ์ขี่คอ เหรียญรุ่นนี้เป็นเนื้ออัลปาก้า มีทั้งชุบนิเกิ้ล และไม่ชุบนิเกิ้ล เป็นเนื้ออัลปาก้าเดิมๆ ที่เรียกว่าเหรียญเปลือย ซึ่งเห็นรายละเอียดบนหน้าเหรียญชัดเจนกว่า จึงมีค่านิยมสูงกว่าเหรียญชุบนิเกิ้ล ทุกวันนี้เช่าหากันถึงหลักแสนขึ้นไป ๒ เหรียญในภาพนี้เป็นของ สุชิน อยู่เย็น นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นักสะสมพระหลวงพ่อทวดในระดับแถวหน้าอีกคนหนึ่งของวงการ

               ** ยังคงมาแรงในเว็บไซต์หลายสำนัก เหรียญบารมีหลวงพ่อทวด ๒๕๕๔ เพราะเจตนาการสร้างดี มีจำนวนสร้างไม่มากนัก และที่สำคัญไม่ได้เปิดจองตามศูนย์พระเครื่องทั่วไป เพราะคณะศรัทธาผู้สร้างเหรียญรุ่นนี้มีเจตนาจะไว้ใช้กันเอง แต่มีบางคนได้แบ่งปันให้พรรคพวกได้นำไปใช้กันบ้าง จึงเกิดการแสวงหากันอย่างกว้างขวาง จนมีการประมูลกันในเว็บไซต์ เฉพาะเนื้อทองแดงสูงถึงเหรียญละ ๑,๕๐๐ บาท เนื้ออัลปาก้าสูงถึง ๕,๐๐๐ บาท ท่านที่ไม่ต้องการซื้อขายแบบประมูลติดต่อ จุ๋ม ขุมทอง ชั้น ๓ พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โทร.๐๘-๑๗๕๔-๕๕๘๐ รายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปทำบุญโรงพยาบาลสงฆ์, โรงเรียนสอนคนตาบอด, โรงเรียนคนหูหนวก ฯลฯ เป็นการต่อยอดเพื่อการกุศลอีกครั้งหนึ่ง...ส่วนท่านที่ต้องการเลี่ยมกรอบทองคำกันน้ำเหรียญรุ่นนี้ ไปทำที่ร้าน ศักดา โทร.๐๘-๗๘๑๑-๒๔๑๖ มีผู้นำไปเลี่ยมแล้วสวยดี ฝีมือระดับเซียนพระในวงการใช้กันทั่ว ขณะนี้มีกรอบสำเร็จรูปไว้บริการแล้ว

               ** ขอเชิญร่วมทำบุญบูรณะพระอุโบสถ วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี พระอารามหลวง ซึ่งสร้างมานานปี ได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จึงได้มีโครงการบูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถ โดยใช้งบประมาณเป็นเงิน ๙ ล้านบาท กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ๒๕๕๕ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคได้ที่กุฏิหลวงปู่จันทร์ศรี หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธ.กรุงไทย สาขาอุดรธานี ชื่อบัญชี “บูรณะพระอุโบสถ วัดโพธิสมภรณ์" เลขที่บัญชี ๔๐๑-๓-๒๐๑๖๕-๘ สอบถามโทร.๐-๔๒๒๒-๑๓๗๕, ๐๘-๙๘๔๐-๐๗๐๐ ** พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***