ไลฟ์สไตล์

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 7 กลุ่มเสี่ยง

ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 7 กลุ่มเสี่ยง

28 ก.ค. 2555

สัมภาษณ์พิเศษ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค : ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 7 กลุ่มเสี่ยง

                  ปีนี้รัฐบาลมีนโยบายฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ประจำปี 2555 ให้แก่ ประชากรกลุ่มเสี่ยงในทุกสิทธิการรักษา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มฉีดพร้อมกันทั่วประเทศมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2555 ที่สถานพยาบาลของรัฐทุกแห่ง และโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ เป็นวัคซีนรวม 3 สายพันธุ์ คือชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 ชนิดเอ เอช 3 เอ็น 2 และชนิดบี ซึ่งเป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทยและทั่วโลก และวัคซีนยังใช้ได้ผลดี เพราะเชื้อไม่มีปัญหากลายพันธุ์

                   นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 7-9 แสนราย ในจำนวนนี้มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม ต้องรับไว้ในโรงพยาบาล 12,575-75,801 รายต่อปี อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่มีภาวะแทรกซ้อนอยู่ที่ 2.5% ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลปีละ 913-2,453 ล้านบาท วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่นำมาฉีดให้ฟรี เป็นวัคซีนชนิดฉีด ผลิตจากเชื้อที่ตายแล้ว โดยผ่านกระบวนการผลิตที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง สามารถฉีดได้ตลอดปี แต่ช่วงที่เหมาะสมคือก่อนฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม และก่อนฤดูหนาวประมาณเดือนตุลาคม เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการระบาด และต้องฉีดซ้ำทุกปี ถ้าต้องการป้องกันต่อเนื่อง สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี ที่รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นปีแรกควรได้รับ 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน

               "โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา ซึ่งมีการระบาดเป็นช่วงในหน้าฝน และหน้าหนาว เป็นเชื้อที่มีโอกาสกลายพันธุ์เป็นพันธุ์ใหม่ที่รุนแรงได้ ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการน้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บคอ มีไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว โดยทั่วไปมีอาการ 2-3 วัน บางรายมีอาการรุนแรง เช่นปอดบวม เกิดโรคแทรกซ้อนได้ การติดต่อสามารถแพร่กระจายเชื้อได้ทางการหายใจ ไอ จาม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" 

                 ประชากรกลุ่มเสี่ยงในทุกสิทธิการรักษาที่จะได้สิทธิในการฉีดวัคฉีนฟรี ได้แก่ 1.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง มะเร็งที่กำลังรับเคมีบำบัด เบาหวาน ทาลัสซีเมีย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการ 2.ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 3.ผู้มีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม 4.ผู้พิการทางสมองช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 5.เด็กอายุ 6 เดือน-2 ปี 6.หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 7 เดือนขึ้นไป และ 7.บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลรักษาผู้เจ็บป่วย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดสัตว์ปีก จำนวน 3.55 ล้านคน ซึ่งได้ขยายกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากปี 2554 จำนวน 1 ล้านคน

               อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่มีการเริ่มฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายให้แก่ประชากรกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ปี 2551 พบว่าในปีต่อๆ มา ประชากรกลุ่มเสี่ยงมารับบริการฉีดวัคซีนไม่ครบ 100% อาจเพราะติดปัญหาเรื่องการเดินทางเข้ามารับบริการที่สถานพยาบาลของรัฐ ซึ่งเมื่อปี 2554 มีประชากรกลุ่มเสี่ยงมารับบริการการฉีดวัคซีนนี้เพียง 86% จึงอยากกระตุ้นให้ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงทั้ง 7 กลุ่มมารับการฉีดวัคซีน

              "กรมควบคุมโรคคาดการณ์ว่า สถานการณ์ระบาดจะมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ประมาณ 1-4 ล้านคน มีอาการรุนแรงต้องเข้ารับการรักษา 5-6 หมื่นคน และเสียชีวิตจำนวนหนึ่งในฤดูกาลระบาดตั้งแต่เดือนมิถุนายน จึงกำหนดเป้าหมายเป็นผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง โดยใช้งบจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพ และกระทรวงสาธารณสุขจัดหาวัคซีนให้กลุ่มเสี่ยงดังกล่าว 3.1 ล้านเข็ม ฉีดคนละ 1 เข็ม ป้องกันได้ 70-90% กลุ่มเสี่ยงสามารถรับบริการได้ตามโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ" นพ.พรเทพกล่าว

               การแพ้ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตมีน้อยมาก ถ้าเกิดขึ้นจะปรากฏอาการภายใน 2-3 นาที ถึง 2-3 ชั่วโมงหลังฉีด อาจมีอาการหายใจไม่สะดวก เสียงแหบ หรือหายใจมีเสียงดัง เป็นลมพิษ ซีดขาว อ่อนเพลีย หัวใจเต้นเร็ว อาจมีอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด มีไข้ ปวดเมื่อย แต่จะหายไปใน 1-2 วัน หลังจากรับการฉีดวัคซีนแล้ว ควรเฝ้ารอสังเกตอาการข้างเคียงในสถานพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที เมื่อกลับไปบ้านควรมีผู้ดูแลต่อไปอีก 2 วัน หากมีอาการข้างเคียงควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งก่อนการรับวัคซีนครั้งต่อไป

               อย่างไรก็ตาม วัคซีนนี้ไม่ควรฉีดให้เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน คนที่มีประวัติแพ้ไก่ หรือไข่ไก่อย่างรุนแรง เพราะวัคซีนผลิตในไข่ไก่ ผู้ที่เคยฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรง หากมีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือโรคประจำตัวมีอาการกำเริบ ควบคุมไม่ได้ ควรเลื่อนการรับวัคซีนออกไปก่อน ซึ่งโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการรักษาร่างกายให้แข็งแรงและอบอุ่น ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่เป็นประจำ ไม่ควรใช้เครื่องใช้ส่วนตัวปะปนกับคนอื่น หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนแออัด ไม่คลุกคลีหรือนอนร่วมกับผู้ป่วยในระยะที่มีการระบาดของโรค ในกลุ่มเสี่ยงสูงควรรับการฉีดวัคซีนตามกำหนดเวลาที่แพทย์แนะนำเสมอ ในกรณีที่ไม่สามารถมารับการฉีดวัคซีนได้ตามกำหนด ควรรีบมารับการฉีดทันทีที่ทำได้

.......................................................
(สัมภาษณ์พิเศษ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค : ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 7 กลุ่มเสี่ยง )