ไลฟ์สไตล์

เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สยามมกุฎราชกุมาร

เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สยามมกุฎราชกุมาร

28 ก.ค. 2555

เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สยามมกุฎราชกุมาร

                "ข้าพเจ้า ขอพระราชทานกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานต่อประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย เฉพาะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เฉพาะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ท่ามกลางสันนิบาตนี้ว่า ข้าพระพุทธเจ้าผู้เป็นมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอิสริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานไว้เสมอด้วยชีวิต จะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถและโดยความเสียสละ เพื่อความเจริญ ความสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศชาติไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่" พระราชดำรัสในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ที่มีขึ้นหลังพระราชพิธีเฉลิมพระนามาภิไธย

                 ดังจะเห็นว่า พระราชกรณียกิจใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงปฏิบัติเพื่อพสกนิกรคนไทยนั้น ดั่งพระราชดำรัสในทุกประการ มาจนถึงทุกวันนี้ พระราชกรณียกิจในพระองค์แตกขยายไปทุกด้าน ทั้งสังคม การศึกษา ศาสนา การทหาร เกษตรกรรม และการต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตที่ขึ้น อย่างในด้านการทหาร ด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โปรดทหารและเครื่องบินมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ กระทั่งทรงเจริญพระชันษาก็ทรงเลือกศึกษาด้านการทหารและการบิน

                ด้านการทหารนั้นทรงเริ่มรับราชการมาตั้งทรงพระยศ "ร้อยตรี" จนปัจจุบันทรงดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหล่าทัพ คือ พลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอก พร้อมกับทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการทหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการร้ายในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา ที่เขาล้าน จังหวัดตราด ด้วย แม้เป็นพระราชภารกิจที่ต้องทรงเสี่ยงภยันตราย แต่ด้วยทรงเป็นชายชาติทหาร และเพื่อความผาสุกของพสกนิกร เพื่อมนุษยธรรมต่อผู้ประสบทุกข์ยาก จึงทรงปฏิบัติพระราชภารกิจดังกล่าวโดยเต็มพระราชกำลัง

               ด้านการบิน ทรงเข้ารับการฝึกตั้งแต่หลักสูตรการฝึกบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป จนถึงหลักสูตรนักบินขับไล่ไอพ่นสมรรถนะสูง และในการแข่งขันการใช้อาวุธทางอากาศประจำปี พ.ศ. 2532 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงทำคะแนนได้สูงตามกติกา กองทัพอากาศจึงได้ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องหมายความสามารถในการใช้อาวุธทางอากาศชั้น 1 นอกจากนี้ยังทรงเข้ารับการฝึกหลักสูตรการบินในฐานะนักบินโบอิ้ง 737-400 และต่อมาทรงเข้ารับหลักสูตรกัปตันจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทรงได้รับตำแหน่งนักบินที่ 1 และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จากกรมการขนส่งทางบก

               ในช่วงเกิดอุทกภัยและเกิดปัญหาความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี พ.ศ. 2552 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ยังทรงใช้พระปรีชาสามารถด้านการบิน ทรงปฏิบัติหน้าที่นักบินที่ 1 เครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ใน "เที่ยวบินพิเศษมหากุศล สายใยรักแห่งครอบครัว ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และจัดหาอุปกรณ์ด้านการแพทย์สำหรับโรงพยาบาลใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้" เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ

                ด้านการแพทย์ และการสาธารณสุข ทรงตระหนักว่า สุขภาพพลานามัยอันดีของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคลอันมีคุณภาพไว้เป็นพลังในการพัฒนาประเทศ จึงสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข เช่น เมื่อรัฐบาลได้น้อมเกล้าฯถวายโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เนื่องในพระราชพิธีอภิเษกสมรสจำนวน 21 แห่ง ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พระองค์ก็ได้ทรงพระอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ พระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนให้มีอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย เพื่อสามารถให้บริการที่ดีแก่ประชาชน และเมื่อ พ.ศ.2537 ทรงรับเป็นประธานกรรมการอำนวยการจัดสร้างอาคารศูนย์โรคหัวใจ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เป็นต้น

                ด้านการศาสนา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ยังทรงฝักใฝ่เลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนา ทรงหาโอกาสในวันหยุด เสด็จฯ ไปถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช และทรงเยี่ยมนมัสการพระเถระผู้ใหญ่เพื่อทรงสนทนาพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมกันนี้ยังเสด็จฯ แทนพระองค์ไปปฏิบัติพระราชกิจทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ เช่น เสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามฤดูกาล เสด็จฯ แทนพระองค์ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันเข้าพรรษา และการถวายผ้าพระกฐินหลวงตามวัดต่างๆ เป็นต้น

               ด้านเกษตรกรรม ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมการเกษตรอันเป็นอาชีพหลักของปวงชนชาวไทยตลอดมา เช่น เสด็จฯ แทนพระองค์ในการพระราชพิธีพืชมงคล ณ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นประจำ และเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2529 ได้เสด็จฯ ไปทรงทำปุ๋ยหมักเป็นปฐมฤกษ์จากผักตบชวาและพืชอื่นๆ ณ บ้านแหลมสะแก ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช และได้เสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานในการทำนาสาธิตโดยใช้ปุ๋ยหมัก ณ ตำบลดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2529 ในการนี้ ได้ทรงปฏิบัติการสาธิตการทำนาด้วยพระองค์เอง โดยเมื่อพระราชทานอุปกรณ์การทำนา พันธุ์ข้าวปลูก และปุ๋ยหมักแก่ข้าราชการ ผู้ใหญ่ไปดำเนินการสาธิตแล้ว ได้ทรงถอดฉลองพระบาท ถลกพระสนับเพลา ทรงพระดำเนินลุยโคลน หว่านพันธุ์ข้าวปลูกและปุ๋ยหมักในแปลงนาสาธิต โดยมิได้มีกำหนดการไว้ก่อน ยังความชื่นชมโสมนัสปลาบปลื้มปีติและซาบซึ้งในพระราชจริยวัตรแก่บรรดาข้าราชการและประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองพระบาทในวันนั้นเป็นอย่างยิ่ง

                ด้านสังคมสงเคราะห์ ทรงพระกรุณาห่วงใยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาสและขาดแคลน ทรงพระอุตสาหะเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ หลายแห่ง เช่น ชุมชนแออัดเขตพระโขนง เขตคลองเตย เขตยานนาวา เป็นต้น ทรงพระกรุณาพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องกีฬา เครื่องดับเพลิง โปรดเกล้าฯ ให้กรมทหารในบังคับบัญชาของพระองค์ ร่วมกับประชาชนพัฒนาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนโครงการของชุมชน เช่น โครงการพัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน โครงการปราบปรามยาเสพย์ติดในหมู่เยาวชนชุมชนแออัดคลองเตย เพื่อให้เยาวชนผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้นเติบโตเป็นพลเมืองดีและเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าในการพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

                แม้กระทั่งในช่วงเกิดมหาอุทกภัยเมื่อปลายปี พ.ศ. 2554 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีรับสั่งว่า "โดนด้วยกัน จมด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ช่วยและปลอบใจซึ่งกันและกัน ไปรอดด้วยกัน ร่วมพัฒนาฟื้นฟูด้วยกัน" นั่นเองจึงเป็นกำลังใจที่สำคัญแก่ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในครานั้น และเห็นได้ชัดว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไม่เคยทิ้งประชาชน ขณะเดียวกันยังเสด็จฯ ทั้งโดยรถยนต์พระที่นั่งยีเอ็มซี และประทับเรือยนต์พระที่นั่ง พร้อมพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานความช่วยเหลือ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ถุงยังชีพ และครัวพระราชทาน เพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ยังความปลื้มปีติแก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

                เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2555 นี้ ขอน้อมถวายพระพรชัยมงคล ขอทรงพระเกษมสำราญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ทีมข่าวสังคม หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก