
ปรับกำลังทหาร ปราสาทพระวิหาร
การปรับกำลังทหารเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 เวลา 08.30 น. รัฐมนตรีว่าการได้ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยการปรับกำลังทหารในเขตปลอดทหารชั่วคราว และการพิจารณาอนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซียเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว ให้แล้วเสร็จก่อนที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายมีการอธิบายทางวาจาเพิ่มเติม ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 15-19 เมษายน 2556 ก่อนที่คาดว่าจะมีคำพิพากษาประมาณช่วงเดือนตุลาคม 2556
ได้มีมติให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมร่วมกันพิจารณาร่างความตกลงและข้อกำหนดหน้าที่ของผู้สังเกตการณ์อินโดนีเซีย และให้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในโอกาสแรก หลังจากที่ได้เจรจาหารือกับฝ่ายอินโดนีเซียและฝ่ายกัมพูชาและปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจะนำร่างความตกลงและข้อกำหนดฯ ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 190 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญฯ ต่อไป
การปรับกำลังทหารเป็นการปรับกำลังอย่างเท่าเทียมกันตามสถานการณ์ที่คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น และเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติตามคำสั่งมาตรการชั่วคราวของศาลฯ โดยนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะให้มีการปรับกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายในพื้นที่ PDZ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 และรายงานผลการดำเนินการต่อศาลฯ ต่อไป สำหรับฝ่ายไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการปรับกำลังทหาร ซึ่งจะรวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ร่วมกันด้วย
ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา อยู่ในระดับที่ดี ซึ่งส่งผลให้การเจรจาหารือในด้านต่างๆ มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น
สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ



