ไลฟ์สไตล์

จากยาแลกไข่  สู่...นโยบายด้านยาที่ดีขึ้น

จากยาแลกไข่ สู่...นโยบายด้านยาที่ดีขึ้น

27 ก.ค. 2555

จากยาแลกไข่ สู่...นโยบายด้านยาที่ดีขึ้น : โดย...นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน ชมรมแพทย์ชนบท

                  จากนโยบายการนำ "ยาเก่า" มาแลก "ไข่ใหม่" ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่สามารถนำยาเก่ากว่า 37 ล้านเม็ด มาทำพิธีเผาทำลาย ยาที่ประชาชนเลิกใช้จำนวนกว่า 37 ล้านเม็ด มูลค่าไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาทนั้น สะท้อนถึงปัญหาการใช้ยาของประเทศไทยที่ซ่อนเร้นอยู่

                  จากการขาดนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการ และควบคุมการบริโภคยาของประชาชน เช่น การรับยา และเวชภัณฑ์ที่ขาดการรวมจ่ายเพื่อจูงใจในการใช้ยาอย่างเหมาะสม ขาดการควบคุมร้านขายยาให้มีคุณภาพ ที่ควรต้องจ่ายยาโดยเภสัชกร ระบบบริการที่ซ้ำซ้อน ไม่ผสมผสาน จนเกิดการบริการที่แออัด ไม่มีเวลาเพียงพอในการอธิบายการใช้ยาแก่ผู้ป่วยและญาติในโรงพยาบาลระดับต่างๆ 

                  สาเหตุเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขที่สาเหตุอย่างจริงจัง และเชื่อมโยง หาใช่เพียงแค่มีโครงการยาเก่าแลกไข่ใหม่ที่เป็นสีสัน วูบไหวกับจำนวนเม็ดยาที่แลกมาได้เท่านั้น

                 จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้ 1.การพัฒนาศักยภาพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หรือสถานีอนามัยทั้งด้านอัตรากำลัง เครื่องมืออุปกรณ์ และการร่วมบริการจัดการกับชุมชน ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ เพื่อให้มีเวลามากเพียงพอในการอธิบายการใช้ยาที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือใช้การให้คำปรึกษา เพื่อทดแทน และลดการใช้ยา

                 2.การพัฒนาด้านสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการใช้ยาภายในโรงพยาบาล และระหว่างโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยา เช่นข้อมูลการใช้ยาจากโรงพยาบาลจังหวัดกับโรงพยาบาลชุมชน การส่งเสริมให้ประชาชนนำยามาที่โรงพยาบาลทุกครั้ง ทั้งจากโรงพยาบาลที่มา, โรงพยาบาลอื่นๆ หรือแม้แต่ยาที่ได้มาจากแหล่งอื่นๆ เป็นต้น

                3.การเชื่อมโยงการร่วมจ่ายของโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าเข้ากับนโยบายควบคุมการใช้ยา อาทิ การร่วมจ่ายตามจำนวนรายการยาที่สั่ง เหมือนในประเทศอังกฤษ   สำหรับรายที่มีฐานะยากจน ควรจัดมีการอนุเคราะห์ หรือช่วยจ่ายจากกองทุนของท้องถิ่น หรือชุมชน เป็นต้น

                4.การควบคุมการจำหน่ายยาให้มีความปลอดภัย มีมาตรการทางกฎหมายที่จริงจังมากขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความรู้ ความตระหนักด้วยสื่อสาธารณะที่มีคุณภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมากขึ้น แทนการตรวจจับเป็นฤดูกาล ตามระบบราชการเดิมๆ เท่านั้น ต่อยอดด้วยยุทธศาสตร์ด้านกำลังคนในการกระจายร้านยาที่มีคุณภาพไปสู่ชุมชนต่างๆ อย่างทั่วถึง เพื่อให้มีระบบยาในชุมชนที่ปลอดภัย จนสามารถทัดเทียมอารยประเทศที่พัฒนาแล้วในอนาคต และการปฏิรูปอุตสาหกรรมการผลิตยาให้มีรูปแบบยาที่เป็นมาตรฐาน สะดวกต่อการระบุชนิดของยามากขึ้น แทนการผลิตรูปแบบยาที่หลากหลายเพียงเพื่อเหตุผลทางการตลาด และมุ่งแสวงหาผลกำไรของผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น

               5.การส่งเสริมวัฒนธรรมไทย และจิตสาธารณะให้สมดุลกับค่านิยมแบบทุนนิยม การนำยามาคืนแบบสมัครใจ เพื่อเป็นการทำความดี ทำบุญ สามารถนำยามาหมุนเวียนให้ผู้อื่นได้นำไปใช้ ช่วยลดรายจ่าย เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 

               ดังนั้นโครงการยาเก่าแลกไข่ใหม่ เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น ควรมีการกำหนดนโยบาย และมาตรการที่เป็นรูปธรรม จริงจัง ต่อเนื่องด้านยา เวชภัณฑ์ เพื่อการแก้ไขที่สาเหตุอย่างบูรณาการ เพื่อสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยามากขึ้นต่อไป

.......................................................
(จากยาแลกไข่  สู่...นโยบายด้านยาที่ดีขึ้น : โดย...นพ.พรเทพ โชติชัยสุวัฒน  ชมรมแพทย์ชนบท)