ไลฟ์สไตล์

ขอต่อรองใช้หนี้

ขอต่อรองใช้หนี้

27 ก.ค. 2555

ผมมีเรื่องอยากปรึกษาครับ คือเมื่อ 5 ปีก่อน ผมมีปัญหาเรื่องบัตรเครดิต ซึ่งในช่วงนั้นเป็นจังหวะที่ผมตกงานพอดี และว่างงานอยู่ประมาณปีกว่า ซึ่งความจริงแล้วผมก็ไม่อยากจะเบี้ยวครับ เพราะทราบดีว่าเป็นหนี้ก็ต้องชดใช้ แต่ช่วงนั้นไม่ไหวจริงๆ

 แล้วผมก็ย้ายที่อยู่ครับ เลยไม่เคยทราบว่า หนี้ที่ผมมีอยู่ 50,000 บาทนั้น ได้ถูกฟ้องร้องไปเรียบร้อยแล้ว แล้วศาลก็มีคำพิพากษามาแล้ว เวลาผ่านมาเกือบ 4 ปี จนผมได้ทำงาน แล้วจู่ ๆ ก็ทราบว่า กรมบังคับคดีได้สั่งอายัดเงินเดือนของผม
 ผมได้เห็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่การเงินที่ทำงานส่งให้ผมว่า ผมมีเงินต้น 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 49
 อยากทราบว่า ในความเป็นจริงแล้ว ผมต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วยใช่ไหมครับ ผมต้องจ่ายเงินต้นรวมดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงวันที่ผมชำระหนี้หมดหรืออย่างไรครับ แล้วผมมีสิทธิที่จะต่อรองกับเจ้าหนี้เพื่อขอชำระหนี้ก้อนเดียวจบโดยไม่ต้องหักเงินเดือนได้ไหมครับ ช่วยให้ความกระจ่างแก่ผมด้วย
 บัญชา
 ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน ผศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ จากข้อมูลที่ให้แสดงว่า เรื่องของคุณได้ผ่านกระบวนการทั้งหมดจนมีคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว โดยที่ศาลได้พิจารณาฝ่ายเดียว เนื่องจากคุณไม่ได้ไปขึ้นศาล เพราะไม่ได้รับข้อมูลต่างๆ ดังที่กล่าวมา
 ในเรื่องของการหักเงินเดือนนั้น เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้แล้วก็คงต้องปล่อยให้หักไป เพราะเป็นคำพิพากษาของศาล ไม่สามารถขัดขืนได้
 ส่วนเรื่องของดอกเบี้ยที่คุณอยากทราบนั้น ถ้าไม่แน่ใจ คุณมีสิทธิที่จะขอดูคำพิพากษาจากเจ้าหนี้ หรือกรมบังคับคดีว่า มีคำพิพากษาออกมาอย่างไร ถ้ามีคำพิพากษาแล้วว่า คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยตามที่คุณบอกมา ก็ต้องจ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เนื่องจากเรื่องบัตรเครดิตเป็นคดีแพ่ง และคดีแพ่งนั้น ลูกหนี้มีสิทธิที่จะขอเจรจาต่อรองเรื่องการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ได้ตลอดเวลา
 ดังนั้นกรณีของคุณ ถ้าอยากให้เรื่องจบโดยไม่ต้องถูกหักเงินเดือนดังที่คุณกล่าวมา คุณมีสิทธิที่จะขอเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อขอจ่ายเงินก้อน หรือ เจรจาต่อรองกันว่า ถ้าคุณจ่ายเงินก้อน เจ้าหนี้จะลดให้มากได้แค่ไหน ซึ่งตรงนี้ก็ต้องเจรจาต่อรองกันดู ถ้าตกลงกันได้ทั้งสองฝ่าย หลังจากตกลงกันได้เจ้าหนี้ก็จะถอนอายัดเงินเดือนของคุณเอง
 ลุงแจ่ม