ไลฟ์สไตล์

มือน้อยแสนวิเศษ บันทึก(ไม่)ลับครูวัลลภา

มือน้อยแสนวิเศษ บันทึก(ไม่)ลับครูวัลลภา

24 ก.ค. 2555

มือน้อยแสนวิเศษ บันทึก(ไม่)ลับครูวัลลภา : คอลัมน์มองมุมใหม่

              เด็กนักเรียนในโรงเรียนส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนที่ยากจน อาศัยอยู่กับผู้ปกครอง ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ปกครองต้องหาเช้ากินค่ำ บ่อยครั้งที่ผู้ปกครองจะขอแรงเด็กๆ ให้บีบนวดเพื่อผ่อนคลายความปวดเมื่อย เด็กๆ ก็จะบีบนวดไปตามประสา ไม่รู้วิธีการนวดที่ถูกต้อง ครูจึงเห็นว่าเมื่อนักเรียนต้องการที่จะเรียนรู้จริง สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เป็นการแสดงความกตัญญูและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์  สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคตได้ ครูจึงนำเรื่องการนวดแผนไทยมาจัดการเรียนการสอน โดยสอนแบบบูรณาการตามโครงการพัฒนาความฉลาดทางสุขภาวะ HL (Health Literacy) ของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านชมรมคนรักสุขภาพ ซึ่งแทรก HL ไว้ในคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และแนวทางการจัดกิจกรรมที่ได้รับจากการอบรมมา นั่นคือจุดเริ่มต้นบันทึก(ไม่)ลับของ ครูวัลลภา เภากัน อาจารย์โรงเรียนอนุบาลจังหวัดทหารบกลพบุรี อ.เมือง จ.ลพบุรี จนมาเป็นกิจกรรมที่ชื่อว่า "มือน้อยแสนวิเศษ"

              ต่อจากนั้น ครูได้ให้นักเรียนไปศึกษาเรื่องการนวดแผนไทยจากแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียน เช่น ห้องสมุด  ห้องคอมพิวเตอร์ และพานักเรียนไปศึกษาหาความรู้เรื่องการนวดเพิ่มเติมจากคุณหมอ ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.ถนนแค และต.ชุบศร ซึ่งคุณหมอใจดีให้ความรู้แก่นักเรียน บอกวิธีการนวดที่ถูกวิธี พร้อมสาธิตให้ดู ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและสรุปร่วมกันในเรื่องขั้นตอนการนวด วิธีหลีกเลี่ยงการนวดจุดที่อาจเกิดอันตราย ประโยชน์ วิธีดูแลและป้องกันสุขภาพตนเองเมื่อให้บริการ

              สำหรับขั้นการนำไปใช้ ครูวัลลภา มีเรื่องเล่าให้ฟังอีกว่า หลังน้ำท่วม ครูได้พานักเรียนในชมรมไปนวดให้ผู้สูงวัยที่สถานสงเคราะห์คนชราลพบุรี 2 ครั้ง เป็นการทำประโยชน์ให้แก่สังคม โดยครูสังเกตว่า ผู้สูงวัยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มีความสุขที่เด็กๆ ไปนวดให้ ซึ่งทราบได้จากการพูดคุยกับคุณยายท่านหนึ่ง ครูถามว่า "เด็กมานวดให้คุณยายรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง รู้สึกผ่อนคลายหายปวดเมื่อยมั้ยคะ" คุณยายบอกว่า "ดีลูก ดีลูก" 

            นักเรียนถามท่านต่อว่า "หนูกดแรงไปมั้ยคะคุณยาย" คุณยายบอกว่า "ไม่แรงหรอกหนู กำลังพอดีเลย" นักเรียนถามว่า "คุณยายอยากให้พวกหนูมานวดให้อีกมั้ยคะ" ยายบอกว่า  "อยากให้มาอีกสิลูก" นักเรียนคนไหนที่นวดก็นวดไป เด็กคนไหนที่ไม่ได้นวด ก็จะนำหนังสือธรรมะไปอ่านให้ผู้สูงวัยฟัง  พร้อมเลี้ยงขนมปังและน้ำผลไม้คุณตาคุณยาย ครูสังเกตเห็นว่า สายตาของผู้สูงวัยมีความสุขที่นักเรียนรุ่นหลานได้ไปนวดให้ ก่อนกลับคุณยายท่านหนึ่งได้บอกว่า "วันหน้ามาเยี่ยมและนวดให้ยายอีกนะ" " ขอบใจนะลูก"

            แม้ว่าแรงมือเล็กๆ จะไม่กดหนักเหมือนหมอนวดมืออาชีพ  แต่อย่างน้อยมือน้อยๆ ของนักเรียนก็ทำให้ผู้สูงวัยมีความสุขและคลายเหงาได้บ้าง นอกจากนี้นักเรียนยังได้กลับไปนวดให้ผู้ปกครองที่บ้าน เมื่อนักเรียนนวดเสร็จแล้วก็ให้ผู้ปกครองลงชื่อในสมุดบันทึกสร้างความดี "นวดสืบสานสัมพันธ์" ให้แก่นักเรียนด้วย 

             สุดท้ายของบันทึก(ไม่)ลับฉบับนี้ กล่าวไว้ว่า "ฉันรู้สึกพอใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีการสอดแทรกความฉลาดทางสุขภาวะ 5 ขั้นตอนของ HL ทำให้นักเรียนมีความรู้ ในเรื่องการนวดได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้มีพระคุณ บุคคลในครอบครัว  สังคม เกิดสายใยความรัก ความผูกพันในครอบครัว เปรียบเสมือนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในตัวให้เกิดกับเด็กที่จะดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมที่อ่อนแอทางวัฒนธรรมเฉกเช่นทุกวันนี้"

.............................................
(มือน้อยแสนวิเศษ บันทึก(ไม่)ลับครูวัลลภา  : คอลัมน์มองมุมใหม่)