ไลฟ์สไตล์

'อดุลย์'ปปส.ปลุกชุมชน เร่งลดปัญหายาเสพติด

'อดุลย์'ปปส.ปลุกชุมชน เร่งลดปัญหายาเสพติด

21 ก.ค. 2555

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ปปส.ปลุกชุมชน เร่งลดปัญหายาเสพติด'ยาเสพติด อย่าลอง ติดง่าย เลิกยาก'

               ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย "ปัญหายาเสพติด" เปรียบเสมือนเงาตามตัวอยู่คู่กับสังคมไทยมาโดยตลอด แต่กว่า 9 เดือนแล้ว ที่รัฐบาลประกาศ "ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด" เมื่อ 11 กันยายน 2554 หลังจากมีกระแสพระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อ 11 สิงหาคม 2554 ว่า "ขอให้รัฐบาลและคนไทยทั้งชาติ ผนึกกำลัง ช่วยกันป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด"

               ส่งผลให้สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้ 282,402 คดี ผู้ต้องหา 273,409 คน ยึดยาบ้าได้ 55.76 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 1,000 กิโลกรัม ยึดทรัพย์ได้ 3,000 กว่าคดี มูลค่าทั้งสิ้น 1,200 ล้านบาทเศษ และยังสามารถนำผู้เสพมาบำบัดได้ 3 แสนราย

              พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ในฐานะเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคายาเสพติดเริ่มสูง และหายากมากขึ้น จากการที่ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการ ปีที่ผ่านมามีการประมาณการว่า มีผู้ที่ติดยาเสพติดในประเทศประมาณ 1.2 ล้านคน ยาเสพติดร้อยละ 80 ผลิตในประเทศเพื่อนบ้านที่มีพื้นที่รอยต่อทางชายแดนติดกับประเทศไทย ทางด้าน จ.แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ซึ่งการแพร่ระบาดอยู่ในเมืองใหญ่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีประมาณครึ่งหนึ่งของการแพร่ระบาดทั้งหมด การปฏิบัติที่ผ่านมาถือว่าเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังพบว่า สถานการณ์ในกว่า 3,972 ชุมชน ยังมีการร้องเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก รวมถึงการดึงผู้เสพออกมาบำบัด ยังคงมีปัญหาและข้อติดขัดอยู่บ้าง

               "จากการขับเคลื่อนแผนพบว่า บางชุมชนยังคงมียาเสพติดอยู่ เป็นมาตรการหนึ่งที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา รวมทั้งดึงผู้เสพออกมาจากชุมชน ถ้าเรานำคนเข้าสู่การบำบัดได้ 4 แสนคน จะลดปัญหาได้มาก เมื่อไม่มีคนซื้อ คนขายก็อยู่ไม่ได้ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องมองทุกมิติ ทั้งเรื่องการปราบปราม การลำเลียงเชื่อมต่อกันระหว่างประเทศ ลดจำนวนผู้เสพ และป้องกันกลุ่มเสี่ยง คือเยาวชน ต้องทำครบวงจร ทำไปพร้อมๆ กัน ตัดวงจรทุกอย่างไม่ให้ผู้ค้าเจอผู้เสพ ต้องกั้นไว้ก่อน ต้องเร่งทำให้เป็นระบบให้ได้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ในช่วงหลังเราจำเป็นต้องเดินหน้าในการลงพื้นที่ชุมชนมากยิ่งขึ้น"

              ที่ผ่านมา ป.ป.ส.ได้ลงพื้นที่ที่มีการร้องเรียนว่าเป็นหนึ่งในจุดที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา นั่นก็คือ "ชุมชนไผ่เขียว" ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดในด้านการสร้างพลังให้สังคม ชุมชนเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน ถึงแม้จะมีการจับกุมขยายผลยึดทรัพย์ไปแล้ว แต่ในชุมชนก็ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่มาก เพราะเป็นพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างพระนครศรีอยุธยากับปทุมธานี ลักษณะเป็นชุมชนแออัด มีบ้านพักเรียงรายอยู่กันอย่างหนาแน่น จากข้อมูลพบว่า เป็นแหล่งค้ายาเสพติดแหล่งใหญ่ มีผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยจำนวนมาก นอกจากเป็นแหล่งแพร่ระบาดแล้ว ผู้ค้ายังใช้เป็นจุดพักยาที่ลำเลียงมาจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกฉียงเหนือ เพื่อเตรียมจัดจำหน่ายในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และลงสู่ภาคตะวันตก ด้วย

             การลงชุมชนเพื่อปลุกชุมชนให้ตื่นตัวนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ มองว่า ป.ป.ส.เป็นหน่วยประมวลพล เป็นหน่วยยุทธศาสตร์ การจะรับทราบปัญหาที่แท้จริงก็ควรจะต้องลงไปรับทราบปัญหาในชุมชน ไปชี้นำและไปประมวลเรื่องเพื่อให้ชุมชนเดินไปข้างหน้าโดยปราศจากยาเสพติดได้ จึงต้องมีการเร่งเข้าไปในชุมชนเพื่อให้เห็นภาพในของจริง ไปกระตุ้น ขับเคลื่อน 3,972 ชุมชน จาก 84,302 ชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งมีเรื่องรับร้องเรียนในทุกๆ วันจะมีประมาณ 60-80 ราย ที่โทรมาร้องเรียน เราก็มีส่วนเฝ้าฟังและรับแจ้งตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อมีการรับเรื่องมาแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนจะให้หน่วยงานนั้นดำเนินงาน ที่มีการกระตุ้นเน้นให้ตำรวจเขาเคลื่อน เพราะเป็นจุดที่ได้รับการร้องเรียนมีความถี่สูงมาก จุดอื่นๆ เราก็ต้องชี้นำให้ทางอำเภอจังหวัดของชุมชนนั้นๆคอยเคลื่อน ตามที่มีข้อมูล และชี้ให้เห็น เพื่อให้พื้นที่ชุมชนในประเทศไทยต้องไม่พบผู้ค้า ผู้เสพ และเยาวชนได้รับการป้องกันที่ดี นี่คือแผนหลัก

              "ในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ ป.ป.ส.เน้นเกือบทุกมาตรการ เช่น ปราบปราม การที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการแพร่ระบาดของผู้ค้า ผู้เสพในชุมชน และต้องเร่งบำบัด ให้ครบเป้าหมาย 4 แสนคนที่วางไว้ รวมทั้งผลักดันการแก้ไขในระดับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องขอความร่วมมือจากเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว เวียดนาม จีน กัมพูชา และมาเลเซีย ต้องพูดคุยขอความร่วมมือ ต้องยกระดับมากขึ้น รวมทั้งการควบคุมสารตั้งต้น ขณะนี้มีการแชร์ข้อมูลกันมากขึ้น มีการให้ข้อมูลเรื่องเส้นทางลำเลียง มีข่าวสารร่วมกันมากขึ้น"

              เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาเริ่มดีขึ้น พบว่า ผู้ค้าเริ่มปรับตัวในการลำเลียง จากยาเสพติดหลายล้านเม็ด เหลือเป็นหมื่นเม็ด หลังจากมีการตั้งด่านตรวจยาเสพติดที่ด่านแม่พริก เพื่อป้องกันการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงมา จนผู้กระทำผิดต้องใช้วิธีลำเลียงไปเส้นทางอื่นๆ อย่างภาคอีสาน ป.ป.ส.ตั้งเป้าว่า การค้าและการแพร่ระบาดต้องลด บำบัดผู้เสพยาเสพติดไม่ให้กลับไปเสพอีก และป้องกันเยาวชนกลุ่มเสี่ยงไม่ให้หลงผิดเข้าไปเสพยา รวมทั้งป้องกันการระบาดของ "ไอซ์" ซึ่งคาดว่าจะมีการระบาดในอนาคตอันใกล้ แรงกว่ายาบ้า 7-8 เท่า และผู้ค้าเริ่มมีการตลาดที่ทำให้ซื้อง่ายขายคล่อง เพื่อเรียกลูกค้า และพยายามทำให้ราคาใกล้เคียงกับยาบ้า อาจจะมาแทนที่ยาบ้า แต่หนักหน่วงกว่า นี่เป็นแผนของ ป.ป.ส.ในช่วงไตรมาสสุดท้าย

             แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างถาวร พล.ต.อ.อดุลย์ มองว่า ปัญหายาเสพติดเป็นวงจรที่เกี่ยวข้องกันหมด ตั้งแต่ต้นตอของการแพร่ระบาด มีแหล่งผลิตนอกประเทศ มีสารตั้งต้น ผู้ค้า ผู้เสพ กระบวนการลำเลียง ต้องอาศัยแผนการต่างประเทศ แผนการปราบปราม แผนการเข้าถึงชุมชน ลดปริมาณไม่ให้มีผู้ซื้อ ลดความเสี่ยงของเยาวชนอายุ 7-19 ปี ที่ต้องเสริมสร้างวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกัน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด เพราะยาเสพติดเป็นกระบวนการที่มีหลายปัจจัย เกี่ยวข้องกับสังคมที่ต้องใช้แรงงาน ทุกปัจจัยต้องเกี่ยวข้อง ต้องมีการช่วยเหลือกัน

            "ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังในการแก้ไขปัญหา พลังชุมชน จะช่วยได้มาก การดูแลตั้งแต่ครอบครัวที่อบอุ่นจะช่วยได้เยอะ ชุมชนที่เข้มเแข็งจะมีการตรวจสอบดูแลลูกบ้าน คนในชุมชน สร้างเกาะในชุมชน รัฐบาลจะเข้าไปช่วยขับเคลื่อนในเรื่องการปราบปรามติดตามจับกุม ชุมชนคือศูนย์กลางเป็นเรื่องที่สำคัญ และใกล้ตัวมาก ที่ต้องมีการทำความเข้าใจในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด เราหวังอยากให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง คือ เข้าใจพิษภัยยาเสพติดอย่างท่องแท้ อย่าลอง ติดง่าย เลิกยาก การบำบัดฟื้นฟูไม่ใช่เรื่องง่าย หากประชาชนพบเบาะแสขอให้แจ้งมาที่ 1386 เจ้าหน้าที่จะเข้าไปปฏิบัติการค้นหาผู้ค้า ผู้เสพในชุมชน หวังว่าจะปลุกให้ชุมชน 3,972 ชุมชนขับเคลื่อนไปข้างหน้า พร้อมที่จะต่อสู้กับยาเสพติดต่อไป" เลขาธิการ ป.ป.ส.ย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

               อยากให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง คือ เข้าใจพิษภัยยาเสพติดอย่างท่องแท้ อย่าลอง ติดง่าย เลิกยาก การบำบัดฟื้นฟูไม่ใช่เรื่องง่าย หากประชาชนพบเบาะแสขอให้แจ้งมาที่ 1386 เจ้าหน้าที่จะเข้าไปปฏิบัติการค้นหาผู้ค้า ผู้เสพ ในชุมชน หวังว่าจะปลุกให้ชุมชน 3,972 ชุมชน ขับเคลื่อนไปข้างหน้า พร้อมที่จะต่อสู้กับยาเสพติดต่อไป

........................................................
 (พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ปปส.ปลุกชุมชน เร่งลดปัญหายาเสพติด'ยาเสพติด อย่าลอง ติดง่าย เลิกยาก' : คอลัมน์สัมภาษณ์พิเศษ)