ไลฟ์สไตล์

ซิ่งแหวกฟ้า ท้าใจ'โบว์'อรอนงค์

ซิ่งแหวกฟ้า ท้าใจ'โบว์'อรอนงค์

21 ก.ค. 2555

ซิ่งแหวกฟ้า ท้าใจ 'โบว์' อรอนงค์ กุญชร ณ อยุธยา : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...กอบแก้ว แผนสท้าน....เรื่อง/กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร...ภาพ

          " รู้สึกมีความสุขที่ได้บิน ได้เห็นโลกกว้าง เหมือนนกอิสระ จะเรียกให้ถูกคงเป็นอิสระแบบมีวินัย"

          จากความสงสัยในวัยเด็กค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นคำถามติดค้างอยู่ในหัวใจทุกครั้งที่มีโอกาสได้ติดสอยห้อยตามคุณพ่อ ในฐานะนักบินแห่งกองทัพอากาศ และนักบินพระที่นั่ง ว่าเพราะเหตุใด "นกเหล็กขนาดใหญ่" ถึงลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ เมื่อถูกผนวกเข้ากับความผูกพันนานวันเข้าสิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้  "โบว์" อรอนงค์ กุญชร ณ อยุธยา ซีเนียร์ คอนเซาท์แทนต์ บริษัท ไอ บี เอ็ม จำกัด หาจังหวะเวลาเต็มเติมข้อกังขาของตัวเองด้วยการตัดสินใจสมัครเข้า "เรียนขับเครื่องบิน"

          1 ใน 3 ใบเถาของ คณบดี สถาบันการบิน มหาวิทยาลัยรังสิตของ คุณพ่อ  "พล.อ.อ.คธาทิพย์ และ คุณแม่ นันทนา กุญชร ณ อยุธยา เล่าย้อนที่มาของกิจกรรมโฉบเฉี่ยวกลางเวลาให้ฟังคร่าวๆ ก่อนจะขอตัวตรวจสอบเครื่องบินตามระเบียบก่อนจะนำเครื่องขึ้นสู่ท้องฟ้า

         "เริ่มจากคุณพ่อเป็นนักบินพระที่นั่ง ตอนเด็กๆ อายุสัก 4-5 ขวบ คุณพ่อพาขึ้นไปดูข้างบนเครื่องบินเห็นคุณพ่อได้นั่งบนเก้าอี้นักบิน จำได้ว่ารู้สึกว่าเก่งจังเลย อยากทำได้บ้าง คิดว่าโตขึ้นหากเป็นไปได้ก็อยากลองขับดูบ้าง ตอนนั้นคิดแค่ว่าน่าจะสนุกดี จนเวลาผ่านไปเรียนจบปริญญาโททางด้าน เมเนจเมนท์ อินฟอร์เมชั่น ซิสเต็ม มหาวิทยาลับริชมอนด์ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้วก็มาทำงาน พอได้ทราบว่าที่  "หน่วยฝึกการบินพลเรือนกองทัพอากาศ ฝูงบิน 604"  เปิดสอนการบิน จึงเข้ามาสมัครเรียนที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งนี้เป็นการช่วยตอบโจทย์ที่เราเคยสงสัย ว่ามันคืออะไรในสมัยเด็กๆ และเหนือกว่านั้นเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่คงรู้สึกภูมิใจด้วย เพราะท่านมีลูกสาว 3 คน คงอยากให้มีใครเดินตามรอยท่านบ้าง แล้วเราก็ทำได้" สาวโบว์ในชุดนักบินเล่าให้ฟังพร้อมกับชักชวนให้ไปร่วมสังเกตการณ์การเตรียมความพร้อมของตัวเครื่อง ซึ่งเป็นหน้าที่ประจำของนักบินทุกคนที่ต้องทำทุกครั้งก่อนนำเครื่องทะยานขึ้นจากรันเวย์ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

           เวลาเรียนมีทั้งแบบในห้องเรียนและปฏิบัติจริงกลางอากาศ ทายาทนักบิน ยอมรับว่า แรกๆ แอบกลัวบ้าง เพราะจินตนาการไปเองว่าต้องรับผิดชอบสูง จะเป็นอะไรที่พลาดไม่ได้เลย แต่พอผ่านไปได้ระยะหนึ่งจึงเริ่มคุ้นเคยและกลายเป็นความสนุกในที่สุด

           "ช่วงแรกๆ ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะทำถูกไหม เพราะความรับผิดชอบมันเยอะ แล้วก็ขั้นตอนในการทำการบินเยอะมาก แต่พอได้ฝึกฝนไปเรื่อยๆ เรียกว่า ชั่วโมงบินสูงขึ้นทำให้เรารู้สึกคุ้นเคย และรีแล็กซ์กับเครื่องมากขึ้น สุดท้ายทำให้บินสนุกมากขึ้น พอบินขึ้นไปแล้วสัมผัสได้ถึงอารมณ์อย่างหนึ่ง คือความสุขซึ่งมาพร้อมความรับผิดชอบ ทุกครั้งที่ได้บินเหมือนเป็นการพัฒนาศักยภาพของตัวเองพร้อมๆ กัน ยิ่งบินยิ่งทำให้เรียนรู้มากขึ้นไปด้วย มันต่างกับประสบการณ์อื่นๆ ขณะเดียวกันร่างกายเราต้องแข็งแรง ข้อต่อมาคือเราได้ฝึกวินัยของตัวเอง เป็นนักบินต้องมีวินัยสูง ต้องรู้ตัวเองว่าเราสามารถที่จะทำการบินได้หรือไม่ พอเรารู้สึกว่าพร้อมแล้วเราจะไม่เครียด แล้วเราจะสนุกกับการบิน ยิ่งตอนที่เครื่องฝ่ากลุ่มเมฆ ความรู้สึกมันต่างจากผู้โดยสารซึ่งโอเคได้เห็นเมฆอยู่ข้างนอก แต่พอเป็นนักบินเราจะรู้สึกได้ว่าใกล้เมฆยิ่งกว่า ความรู้สึกมันบอกไม่ถูก คือ รู้สึกมีความสุขที่ได้บิน ได้เห็นโลกกว้าง เหมือนนกอิสระ จะเรียกให้ถูกคงเป็นอิสระแบบมีวินัย" นักเรียนการบินเล่าถึงมนต์เสน่ห์ของกิจกรรมที่เธอหลงรัก พร้อมกับเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นว่า คงไม่ต่างจากนักแข่งรถก็มีความสุขที่ได้สัมผัสพลังความเร็วของรถแต่ต้องอยู่ในกฎกติกา

            จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการเติมเต็มความฝันตัวเอง สาวโบว์ผู้รักความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ ไม่หยุดเรื่องการบินไว้เพียงแค่กิจกรรมยามว่าง สำหรับโฉบเฉี่ยวให้ผ่อนคลายหลังจากคร่ำเคร่งจากงานประจำ ทว่าเธอยังคงตั้งธงต่อไปด้วยการเพิ่มพูนความรู้และสะสมชั่วโมงบินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ด้วยหวังว่าสักวันเธอจะทำหน้าที่ "ครูการบิน" เช่นเดียวกับคุณพ่อ (อีกครั้ง) ด้วยครูสอนการบินน้อย และเมื่อกลับมามองที่ตัวเองว่าถ้าเราไปเป็นครูการบินได้ ก็เป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งที่จะมีส่วนร่วมในการผลิตคนที่จะมาเป็นนักบินได้ พูดจบก็ขอตัวทะยานขึ้นฟ้าไปแว้นกลางเวหากับครูผู้ฝึกด้วยอากาศยานแบบ 2 เครื่องยนต์ หรือ มัลติเอ็นจิน (Mutiengine)

           ถึงเป็นกิจกรรมยามว่างที่ต้องใช้เม็ดเงินค่อนข้างสูง ด้วยว่าค่าเรียนแต่ละคอร์สต้องใช้เงินเป็นหลัก (หลาย) แสนบาท ยังไม่นับค่าชั่วโมงบินหากต้องการฝึกนอกรอบอีกเกือบครึ่งหมื่นบาท ทว่า "ที่ปรึกษาด้านไอที" การันตีว่าบินแล้วแก้เครียดได้ดีนักล่ะ

            "ยอมรับว่าเป็นกิจกรรมที่แพงแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่คุ้มค่า มันเป็นอะไรที่ไม่ใช่ว่าคนทุกคนจะมาทำตรงนี้ได้ และช่วยลดความเครียดได้จริง โดยปกติทำงานอยู่ในออฟฟิศ เจอผู้คนงานเป็นอีกอย่างหนึ่ง พอได้บินเหมือนเป็นการปลดปล่อยความเครียด ซึ่งจริงๆ ก็เครียดเหมือน เพราะพลาดไม่ได้เลย แต่รู้สึกสนุก เหมือนกับว่าเรามีอะไรต้องทำอยู่ตลอดเวลา พอบินกลับมาปุ๊บความเครียดที่เคยแบกจากเรื่องงานอยู่หายไปเลย แต่ก็ใช่ว่าจะช่วยได้แค่ผ่อนคลายเท่านั้น เพราะเรายังสามารถนำประสบการณ์จากการบินไปช่วยงานประจำได้ด้วย  โดยเฉพาะเรื่องวินัย ตรงต่อเวลา สมาธิและความพร้อมความแข็งแรงต่อร่างกาย สอนให้เรารู้จักรักษาเวลาในชีวิตการทำงานได้ ส่วนเรื่องร่างกายที่มีความพร้อมแข็งแรง ทำให้สมองเราปลอดโปรงแจ่มใส สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรื่องระเบียบวินัยเองก็นำไปใช้ได้เยอะ" สาวโบว์กระซิบว่า ดีกว่าเอาเสาร์-อาทิตย์ไปเที่ยวห้างวันๆ หนึ่งไม่ได้พัฒนาอะไรเลย

           1 ชั่วโมงผ่านไป สาวโบว์พาใบหน้าแดงระเรื่อหลังจากขับเครื่องบินฝ่าเปลวแดดกลับมานั่งคุยต่อ ในเรื่องข้อดีข้อด้อย โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับสาวๆ โดยตรง หากสนใจอยากเรียนขับเครื่องบินนั่นได้แก่ ข้อพึงระวังเรื่องดูแลผิวพรรณ เพราะข้างบนแดดค่อนข้างแรง

          "ทุกอย่างมีข้อดีข้อด้อย อย่างในช่วงฝึกใหม่ๆ อาจจะเจอสภาพอากาศไม่ดี ช่วงใกล้สอบ อาจจะเครียดและทำให้รู้สึกท้อแท้บ้าง เวลาบินได้ไม่ดี ส่วนอีกข้อหนึ่งสำหรับผู้หญิงโดยตรง คือเรื่องผิวพรรณ อาจจะดูแลยากหน่อย เนื่องจากแดดข้างบนค่อนข้างแรง ครีมกันแดดค่อนข้างจำเป็น แต่เพราะโบว์เป็นคนที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองอยู่แล้ว ส่วนใหญ่พี่สาวกับน้องสาวจะคอยกำชับซะมากกว่า แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือ แว่นตา" ครูฝึกบิน (ในอนาคต) ฝากกำชับถึงหนุ่มสาวที่กำลังคิดอยากจะเรียนขับเครื่องบิน

(ซิ่งแหวกฟ้า ท้าใจ 'โบว์' อรอนงค์ กุญชร ณ อยุธยา : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...กอบแก้ว แผนสท้าน....เรื่อง/กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร...ภาพ)