ไลฟ์สไตล์

โรคตาในผู้สูงอายุ

โรคตาในผู้สูงอายุ

19 ก.ค. 2555

โรคตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม เบาหวานขึ้นตา ต้อเนื้อ ต้อลม และโรคของหนังตา เช่น ขนตาแยงตา หนังตาม้วน หนังตาตก

 ต้อกระจก คือการที่มีเลนส์ตาขุ่น ทำให้ตามัวลง และไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแว่นตา  อาการที่สงสัยว่าเป็นต้อกระจก ได้แก่
 - ตามัวลงช้าๆ โดยไม่มีอาการปวดหรือการอักเสบในตา
 - มองเห็นภาพซ้อน หรือภาพบิดเบี้ยว
 - มองเห็นสีเพี้ยนหรือจางลง
 - มองเห็นกลางคืนดีขึ้นหรือแย่ลง ขึ้นกับชนิดของต้อกระจก
 - สายตาสั้นมากขึ้นผิดปกติแม้อายุมาก
 - ขับรถลำบากเวลากลางคืน
 สาเหตุ ส่วนใหญ่เป็นการเสื่อมตามอายุ อุบัติเหตุทางตา การใช้ยาบางชนิด โดยเฉพาะยาสเตียรอยด์  เบาหวาน แสงแดดและรังสีอื่น การสูบบุหรี่ โรคตาบางชนิด เช่น ม่านตาอักเสบ

การป้องกัน
 - หลีกเลี่ยงแสงแดด รังสี และความร้อนสูง
 - หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่อดวงตา
 - หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาที่มีสารสเตียรอยด์
 - ควบคุมเบาหวานและโรคประจำตัวอื่น
 - งดสูบบุหรี่
 - เพิ่มอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
 ต้อหิน  เป็นโรคที่เกิดจากความดันในลูกนัยน์ตาสูงขึ้น จากการอุดตันของช่องทางการไหลของของเหลว ในนัยน์ตาเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ขั้วประสาทตาและเส้นใยประสาทตาฝ่อ ต้อหินเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตาบอดได้ รองจากต้อกระจก พบมากในผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป

ชนิดของต้อหิน
 1.ต้อหินมุมเปิด เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด ลานสายตาจะแคบลงช้าๆ ไม่มีอาการปวด อาการอาจไม่เป็นที่สังเกตจนระยะรอยโรคเป็นมาก
 2.ต้อหินมุมปิด เป็นชนิดที่พบน้อยกว่า มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดตา ตาแดง และตามัวอย่างเฉียบพลัน อาจเป็นวงสีต่างๆ รอบแสง ต้อหินชนิดนี้จะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันเส้นประสาทถูกทำลายอย่างถาวร
 3.ต้อหินที่เกิดจากโรคตาอื่นๆ เช่น อุบัติเหตุทางตา  ม่านตาอักเสบ ต้อกระจกที่สุกแล้ว และไม่ได้รักษา หรือการใช้ยาสเตียรอยด์หยอดตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน
 4.ต้อหินชนิดที่เป็นมาแต่กำเนิด เป็นชนิดที่พบบ่อย พบในทารก เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างของนัยน์ตา มักมีอาการน้ำตาไหล และเคืองตา

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเช็กความดันตา ปีละ 1 ครั้ง ได้แก่
 1.อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป
 2.สายตาสั้น-ยาวมากๆ
 3.โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือเคยเกิดอุบัติเหตุมาก่อน
 4.ผู้ที่ใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์ เป็นเวลานานๆ
โรงพยาบาลเซ็นทรัลเยนเนอรัล
โทร.0-2552-8777