
'กฟก.บึงกาฬ'เร่งปรับองค์กรใหม่
'กฟก.บึงกาฬ' เร่งปรับองค์กรรับจังหวัดใหม่
หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2554 โดยแยกออกจากการปกครองจังหวัดหนองคาย ซึ่งประกอบด้วย 8 อำเภอได้แก่ อ.บึงกาฬ อ.เซกา อ.โซ่พิสัย อ.บุ้งคล้า อ.บึงโขงหลง อ.ปากคาด อ.พรเจริญ และ อ.ศรีวิไล โดยมีจำนวนองค์กรเกษตรกรที่มีอยู่ในเขต จ.บึงกาฬ จำนวน 535 องค์กร และมีจำนวนเกษตรกรสมาชิกจำนวน 60,806 คน
ดังนั้นคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) ก็ได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งสำนักงานกองทุนฟื้นฟูสาขาบึงกาฬ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554 โดยในช่วงแรกได้รับความอนุเคราะห์จากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) จ.บึงกาฬ ให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูใช้อาคารสถานที่ทำการเป็นการชั่วคราวในการให้บริการพี่น้องเกษตรกร จนกระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 จึงได้ย้ายมายังอาคารสถานที่ของตัวเองเป็นการถาวร พร้อมทำพิธีเปิดอาคารสำนักงานอย่างเป็นทางการและได้เชิญประธานคณะอนุกรรมการจังหวัดบึงกาฬเป็นประธานในการเปิดป้ายสำนักงาน โดยมีผู้นำกลุ่มองค์กรจากอำเภอต่างๆ และประชาชนเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง
น.ส.พุทธรักษา รูปสูง รักษาการหัวหน้าสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่จัดตั้งสำนักงานสาขาจังหวัดบึงกาฬมานั้น ปรากฏว่า มีเกษตรกรเข้ามาติดต่อขอรับบริการด้านการจัดการหนี้การฟื้นฟูอาชีพอย่างต่อเนื่องทุกวัน เนื่องจากการเดินทางเข้ามาติดต่อได้ง่ายขึ้น การเดินทางก็สะดวกมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ต้องเดินทางไปติดต่อกับสำนักงานสาขาที่ จ.หนองคาย ซึ่งต้องใช้เวลานานและก็มีระยะทางไม่น้อยกว่า 100 กิโลเมตร แต่เมื่อบึงกาฬแยกตัวออกมาแล้ว การดำเนินงานช่วยเหลือด้านต่างๆ จึงง่ายและสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดก็ดีใจที่มีสำนักงานกองทุนฟื้นฟูอยู่ที่บึงกาฬ
"ในช่วงเริ่มแรก สำนักงานยังขาดความพร้อมเรื่องอุปกรณ์สำนักงาน เช่นโต๊ะ เก้าอี้ที่ใช้สำหรับต้อนรับพี่น้องเกษตรกร แต่เชื่อว่าหลังจากได้รับการอนุมัติงบประมาณจากสำนักงานใหญ่แล้ว ความพร้อมเรื่องสถานที่จะดีขึ้นอย่างแน่นอน เกษตรกรและผู้นำกลุ่มองค์กรใน 8 อำเภอของบึงกาฬต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ภารกิจหลักที่สำนักงานต้องเร่งทำความเข้าใจกับสมาชิกในพื้นที่ในขณะนี้ก็คือเรื่องการขึ้นทะเบียนเกษตรกร การขึ้นทะเบียนองค์กรและเรื่องการเขียนแผนงานหรือโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ยื่นกับสำนักงานใหญ่ต่อไป" น.ส.พุทธรักษา กล่าวทิ้งท้าย



