ไลฟ์สไตล์

ศิลปวัฒนธรรม:ศิลป์สืบค้นอาเซียน

ศิลปวัฒนธรรม:ศิลป์สืบค้นอาเซียน

19 ก.ค. 2555

ศิลปวัฒนธรรม : ศิลป์สืบค้นอาเซียน

                            คำว่า "รู้เขารู้เรา" เพียงประเด็นเศรษฐกิจ การเมือง หรือสังคม คงน้อยเกินไปหากอีก 3 ปีนับจากนี้ "ประชาคมอาเซียน" จะรวมเป็นหนึ่ง ถามว่าวันนี้เรารู้จักเพื่อนบ้านดีแค่ไหน บริบทเชิงศิลปวัฒนธรรมในนิทรรศการ "ร่องรอย (TRACES)" น่าจะเป็นอีกมุมมองที่จะอธิบายได้ดีขึ้น โดยหอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นธุระจัดเต็มผลงานศิลปะจากหลากแนวคิดของ 10 ศิลปินในชาติสมาชิก ทั้งพม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย รวมทั้งมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่จะร่วมรื้อค้นความทรงจำในสังคมแถบนี้

                            มากกว่าตาดูหูรับเสียง นิทรรศการมุ่งที่จะตั้งคำถามว่า ประวัติศาสตร์ หรือความทรงจำร่วมทางสังคมใดที่เรายังคงมีร่วมกันอยู่ระหว่างประเทศในแถบอาเซียน อะไรคือสิ่งที่เราเลือกจะจำ และอะไรคือสิ่งที่เราหลงลืม หรืออะไรคือสิ่งที่ทำให้เราเกิดการตั้งคำถาม ผลงานที่นำมาจัดแสดงมีทั้งภาพถ่าย โครงการวิจัย วิดีโอสารคดี และสารคดีเทียม (mockumentary) โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกว่าด้วย พื้นที่ทางสังคมและความทรงจำร่วม ส่วนที่สองนำเสนอ การพลิกรื้อประวัติศาสตร์เรื่องราวยุคหลังการล่าอาณานิคม และ ยุคหลังสงครามเวียดนาม สุดท้ายพูดถึง การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และการต่อรองกับตนเอง

                            ในฐานะศิลปินเจ้าบ้าน ณัฐพาส จิระสถิตย์วรกุล มองว่าวัฒนธรรมอาเซียนบางแง่มุมเป็นเรื่องชวนสงสัย ในผลงานภาพถ่ายชื่อ "สคูล ยูนิฟอร์ม" จึงนำเสนอความเป็นไปในสังคมไทยโดยได้แรงบันดาลใจจากหนึ่งในกฎระเบียบของโรงเรียนที่ตั้งขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานให้เป็นหนึ่งเดียว ภาพการบังคับให้หั่นผมสั้นแบบทหารญี่ปุ่นยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 สะท้อนว่ายุคนี้ แม้เหาจะจากไปแล้วแต่ทำไมความเกรียนยังคงอยู่ ชวนให้ตั้งคำถามกลับไป

                            เช่นเดียวกับผลงานวิดีโอความยาว 16 นาที ชื่อ "กรุงเทพตอนเย็นๆ" ของ สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ ที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 ใช้ตากล้อง 6 คน  เพียงวันละ 40 วินาที เรียกร้องให้เกิดการตั้งคำถามและมองกิจวัตรประจำวันในการยืนตรงเคารพเพลงชาติของคนไทยในพื้นที่สาธารณะ

                            "ผู้คนที่หยุดทำกิจกรรมต่างๆ แล้วยืนตรงช่วง 8 โมงเช้าหรือ 6 โมงเย็น เพราะเคารพหรือถูกกดดันจากสังคม หรือความเคยชิน ชวนให้รู้สึกว่าแปลกดี ในผลงานผมเอาเพลงชาติออกแล้วลองใส่เพลงอื่นเป็นเพลงบรรเลงช้าๆ ลงไปซึ่งมันก็โอเคไปกันได้ดี" ศิลปิน กระเทาะมุมมอง ซึ่งการค้นหาพื้นที่ทางสังคมและความทรงจำยังมีถ่ายทอดผ่าน "โครงการวิจัยโรงหนังแบบเดี่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ของ ฟิลลิป จาบลอง ศิลปินในคราบนักวิจัยชาวอเมริกัน ที่พูดถึงการล่มสลายของโรงหนังชุมชน และการหดหายของพื้นที่สาธารณะในเมืองไทย และแถบอาเซียน ผ่านภาพโรงหนังเดี่ยวจากทั้งในไทย พม่า และลาว ซึ่งทุกวันนี้บางแห่งกลายสภาพเป็นโรงจอดรถ หรือที่นั่งกินข้าวของโสเภณีไปแล้ว

                            ขณะที่ผลงานวิดีโอชื่อ "รีลุคกิ้ง" ของศิลปินรุ่นบุกเบิกงานแนวคอนเซ็ปต์ช่วลแดนเสือเหลือง วอง ฮอย ซอง ใช้เทคนิคภาพถ่าย หนัง ศิลปะจัดวาง และการแสดงสด นำมุมมองการพลิกรื้อประวัติศาสตร์เรื่องราวยุคหลังการล่าอาณานิคมมาล้อเลียนในรูปภาพยนตร์สารคดี ตีแผ่อย่างแยบยลแต่กลับตาลปัตรตรงที่ให้รัฐมาเลเซียล่าอาณานิคมเหนือดินแดนออสเตรีย โดยใช้รูปแบบของข่าวสถานีโทรทัศน์และสารคดี เหมือนข้อมูลการวิจัยที่น่าเชื่อถือ จากนั้นความรู้สึกกระอักกระอ่วนเริ่มเกิดขึ้น เนื่องจากเรื่องราวความทรงจำและประวัติศาตร์นั้นแสดงถึงสิ่งที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของปัจจุบัน เช่น ปัญหาการอพยพ การเยียดเชื้อชาติ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจและการสร้างชาติ เป็นต้น

                            ในความหลากหลายของชาติพันธุ์ที่รวมกันเป็นอาเซียน นอกจากจะช่วยสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ภูมิภาคนี้ ความแตกต่างยังอาจกลายเป็นอุปสรรค ซึ่งศิลปินแสดงสดชาวพม่า โมสาร์ท สร้างสรรค์ความคิดผ่านผลงาน "เอฟ แอนด์ เอฟ (face & fingers)" โดยสำรวจหาความสัมพันธ์ระหว่างใบหน้ากับนิ้วมือและใช้ตัวเองเป็นสื่อแสดงออกมาเป็นภาพถ่ายได้ 108 ภาพ แต่นำมาจัดแสดงเพียง 8 ภาพ

                            "ผมอยากสร้างสมการชีวิตใหม่ขึ้นมา อย่างภาพชื่อ "โน รีซั่น (ไร้เหตุผล)" สะท้อนเรื่องราวในพม่าเมื่อ 50 ปีก่อนที่มีปัญหาการระบาดอย่างหนักของยาเสพติด ราคาถูกจนหาเสพได้ง่าย หรือภาพที่ชื่อ "กัน (ปืน)" ที่นิ้วมือจ่อเป็นสัญลักษณ์ปืนที่หัว พูดถึงรัฐบาลปกครองที่มีปืนเป็นอาวุธในการจัดการกับปัญหา หรือนิ้วมือที่นำมาปิดปากชื่อ "โคลส โซไซตี้" สะท้อนสังคมในพม่าที่ปิดไม่สามารถสื่อสารเรื่องราวต่างๆ ได้ กระทั่งผลงานศิลปะเองแม้ไม่ถูกเซ็นเซอร์โดยรัฐบาล แต่ศิลปินก็ต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง" ศิลปินชาวเมืองย่างกุ้ง เผยความเป็นไปในบ้านเกิด ซึ่งอีกไม่นานคงต้องปรับเปลี่ยนท่าทีรับความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก

                            ร่วมรื้อค้นความทรงจำในสังคมแถบอาเซี่ยนกับนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยได้แล้วถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ที่หอศิลป์ บ้านจิม ทอมสันป์ ซอยเกษมสันต์ 2