ไลฟ์สไตล์

สธ.ย้ำไวรัสมือเท้าปากไม่ใช่พันธุ์ใหม่

สธ.ย้ำไวรัสมือเท้าปากไม่ใช่พันธุ์ใหม่

18 ก.ค. 2555

อธิบดี คร. ย้ำไวรัส "มือเท้าปาก" ไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ พร้อมแจงเหตุก่อโรคข้ามเด็กเล็กไปเด็กโต ยังอยู่ในข่ายปกติ ไม่รุนแรง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 55  นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีนักไวรัสวิทยาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ปี 2555 พบการระบาดของโรคมือเท้าปากมากที่สุด และเชื้อมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงการกระจายช่วงอายุที่ได้รับเชื้อ จากปกติจะพบมากในกลุ่มเด็กอายุไม่เกิน 5 ขวบ เป็นพบเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีปะปนด้วย จนทำให้เกิดความวิตกกังวลถึงมาตรการป้องกันว่า ไม่อยากให้ตื่นตระหนก เพราะเชื้อนี้ไม่ใช่เชื้อใหม่ และไม่มีการกลายพันธุ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเชื้อไวรัสมือเท้าปาก ในปีนี้ คือ คอกซากี A6 และเอนเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์ B5 เป็นเชื้อที่เคยพบอยู่ก่อน แม้แต่เอนเทอโรไวรัส 71 สายพันธุ์ C4 ที่พบในเวียดนามก็เคยพบในไทย แต่ไม่รุนแรงเช่นกัน เพราะสามารถควบคุมได้ ดังนั้นสรุปคือ ในปีนี้เชื้อไม่ได้รุนแรงอย่างที่คิด ส่วนที่พบจำนวนมากในช่วง 1-2 เดือนนี้ เพราะเป็นช่วงก่อโรค เนื่องจากเป็นฤดูฝน มีความอับชื้น ระบายอากาศไม่ดี ทำให้ในแหล่งชุมชน หรือแหล่งคนจำนวนมาก โรงเรียน อนุบาล ศูนย์เด็กเล็กมีโอกาสติดเชื้อ และแพร่กระจายสูง 

          "สำหรับกรณีที่เชื้อมีการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การเปลี่ยนกลุ่มการรับเชื้อจากเด็กเล็กไปเป็นเด็กโตนั้น ข้อเท็จจริงต้องบอกว่า เชื้อไวรัสมือเท้าปากจะติดคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ซึ่งในผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะมีภูมิคุ้มกันแล้ว รวมทั้งคนที่เคยติดเชื้อแล้วก็จะไม่เป็นอีก แต่ในกรณีข่าวที่พบปิดโรงเรียนประถมวัย ต้องดูว่าเด็กกลุ่มดังกล่าวกลุ่มอายุเท่าใด ซึ่งหากต่ำกว่า 12 ปีก็ถือว่าปกติ เพราะอยู่ในข่ายไม่มีภูมิต่อเชื้อ"

          อธิบดี คร. กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการในการป้องกันนั้นไม่แตกต่างจากศูนย์เด็กเล็ก หรืออนุบาล โดยหากพบเด็กนักเรียนได้รับเชื้อในห้องเรียนเกิน 2 คนให้ปิดห้องเรียน แต่หากพบป่วยในระดับชั้นเดียวกันเกิน 3 คนต้องปิดการสอนทั้งระดับชั้น และหากพบป่วยกระจายในระดับชั้นต่าง ๆ เกิน 5 ห้องเรียนต้องปิดโรงเรียนชั่วคราวประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อเป็นการตัดช่องทางการแพร่กระจายเชื้อทันที โดยมาตรการตรงนี้สามารถใช้ได้ทุกระดับทั้งศูนย์เด็กเล็ก อนุบาล ประถมวัย หรือระดับมัธยม นอกจากนี้ ตามสถานที่สาธารณะ ห้างสรรพสินค้า พวกเครื่องเล่นต่าง ๆ ก็ต้องระวัง ช่วงนี้ไม่ควรให้บุตรหลานเล่นหรือสัมผัสของเล่นตามที่สาธารณะ เนื่องจากไม่แน่ใจว่ามีการทำความสะอาดอย่างเพียงพอหรือไม่ ซึ่งเร็ว ๆ นี้ คร.มีแผนจะหารือกับภาคส่วนต่าง ๆ ในการรณรงค์การทำความสะอาดเครื่องเล่น รวมทั้งพวกห้องน้ำสาธารณะให้มีความสะอาด น่าใช้ และปลอดโรคอีกด้วย

          ด้าน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษก คร. ในฐานะผู้อำนวยการสำนักโรคอุบัติใหม่ กล่าวว่า ยืนยันว่าเชื้อไวรัสมือเท้าปากที่พบ ณ ขณะนี้ไม่ใช่เชื้อสายพันธุ์ใหม่ ไม่พบการกลายพันธุ์ แต่เป็นกลุ่มเชื้อไวรัสที่อยู่ในธรรมชาติและหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงการระบาดไปทุกปี ส่วนที่พบในเด็กชั้นประถมที่อายุต่ำกว่า 12 ปีป่วยนั้นก็เป็นเรื่องปกติ เพราะตามหลักเกณฑ์การป่วยจะพบในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และพบการระบาดมากสุดในกลุ่มเด็กต่ำกว่า 5 ปี 

          "อย่างไรก็ตาม สำหรับโรงเรียนที่ปิดทำการเรียนการสอนชั่วคราว หลังจากพบเด็กนักเรียนป่วยนั้น ขอชื่นชม เพราะการดำเนินการดังกล่าวจัดเป็นการสกัดกั้นการระบาดที่ดีที่สุด ส่วนบางโรงเรียนที่เคยปิดทำความสะอาดแต่ยังพบเด็กป่วยอยู่ ก็ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของ สธ. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ ทุกเช้าก่อนเข้าเรียนให้มีการตรวจกระพุ้งแก้มเด็ก ก่อนเข้าเรียน ว่ามีบาดแผล หรือมีไข้หรือไม่ ซึ่งจะช่วยคัดกรองได้ทางหนึ่ง"

          โฆษก คร. กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ระบาดของโรคมือเท้าปากพบผู้ป่วย 13,918 คน ถือว่าอยู่ในช่วงระบาดสูงสุด แต่เชื่อว่าจะระบาดต่อเนื่องอีก 4-6 สัปดาห์ จากนั้นอัตราการป่วยจะค่อย ๆ ลดลง ขอประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนก อยู่ที่การป้องกัน โดยผู้ปกครองหมั่นสังเกตบุตรหลานหากมีไข้สูงเกิน 3 วัน คลื่นไส้ มีตุ่มน้ำตามฝ่ามือ เท้า ควรพบแพทย์ทันที