
คำถามยอดนิยม "หัวใจเต้นผิดจังหวะ"
1.ภาวะปกติ หัวใจเต้นด้วยอัตราเท่าไหร่ อย่างไร ในภาวะปกตินั้น เด็กจะมีอัตราการเต้นงหัวใจที่เร็วกว่าผู้ใหญ่ และมีอัตราการเต้นหัวใจ เท่ากับผู้ใหญ่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ในผู้ใหญ่ทั่วไป
ในภาวะปกติหัวใจจะเต้นอย่างสม่ำเสมอ ด้วยอัตราประมาณ 60-100 ครั้ง/นาที ในภาวะตื่นเต้น ตกใจ หรือขณะออกกำลังกายหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นในนักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะมีอัตราการเต้นหัวใจที่ช้ากว่าคนทั่วไป
ส่วนหญิงมีครรภ์ จะมีอัตราการเต้นหัวใจที่เร็วขึ้นกว่าปกติ
2.ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หมายถึงภาวะอย่างไร
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หมายถึง ภาวะหัวใจเต้นช้าหรือเร็วกว่าปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ หรือภาวะหัวใจเต้นสะดุด หรือหยุดเต้นเป็นช่วงๆ
3.อาการและอันตรายที่อาจเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะนั้นมีความรุนแรงตั้งแต่น้อยจนมาก ขึ้นกับความบ่อยของการเกิดและชนิดของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ รวมถึงสาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และโรคร่วมอื่นๆ ด้วย ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการก็ได้
อาการที่อาจพบได้จากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นช้า เช่น วิงเวียนหน้ามืด หมดสติ อ่อนเพลีย เป็นต้น
อาการที่อาจพบได้จากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นเร็ว เช่น ใจสั่น ใจสะดุด วิงเวียน เหนื่อย เป็นลมหมดสติ ในภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นเร็ว- จากหัวใจห้องว่างบางชนิด อาจทำให้เสียชีวิตกะทันหันได้ หรือในบางรายอาจมีอาการจากภาวะแทรกซ้อน เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต จากภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว เป็นต้น
4.สาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง
1.สาเหตุที่เกิดจากภาวะอื่นที่ไม่ใช่จากหัวใจ เช่น ยาหรือสารเคมี เกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำหรือเป็นพิษ ภาวะฮอร์โมนต่อมหมากไตบางชนิดผิดปกติ ภาวะความผิดปกติที่ปอด สมอง ตับ เป็นต้น
2.สาเหตุที่เกิดจากความผิดปกติจากหัวใจ เช่น เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจตีบ หรือรั่ว ภาวะการนำไฟฟ้าหัวใจเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น เป็นต้น
5.การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำอย่างไร
การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ก็จะเริ่มจากการที่แพทย์ทำการซักประวัติต่างๆ รวมถึงอาการหรืออาการแสดงที่อาจเป็นผลจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น หน้ามืด วิงเวียน หรือเป็นลมหมดสติ อาการใจสั่น ใจเต้นสะดุด เป็นต้น จากนั้นแพทย์ก็จะทำการเพิ่มเติมตามความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย เช่น กราฟหัวใจหรือ ECG การติดเครื่องบันทึกการเต้นหัวใจ 24-48 ชั่วโมง การตรวจเลือด (Blood tests) เอกซเรย์ปอด การตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ การเดินสายพานหรือ EST การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดหัวใจ การฉีดสีหลอดเลือด เป็นต้น
6.การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
1.หาสาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และทำการรักษาหรือแก้ไขสาเหตุ
2.ทำการรักษาเพื่อลดการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ลดอาการหรือป้องกันภาวะแทรกซ้อน
6.1 การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นช้า
1.การรักษาและแก้ไขสาเหตุและติดตามอาการ เช่น การหยุดยาหรือสารเคมี หรือการรักษาภาวะหรือความผิดปกติที่เป็นสาเหตุ
2.การรักษาด้วยยา เพื่อลดภาวะหรืออาการรวมถึงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
3.การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือ Pacemaker ใช้ในกรณีที่มีอาการมากหรือรุนแรง
6.2 การรักษาภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเต้นเร็ว
1.การรักษาและแก้ไขสาเหตุและติดตามอาการ เช่น การหยุดยาหรือสารเคมี หรือการรักษาความผิดปกติที่เป็นสาเหตุ
2.การรักษาด้วยยา เพื่อลดภาวะหรืออาการรวมถึงภาวะแทรกซ้อน
3.การจี้ไฟฟ้าหัวใจ เป็นการรักษาที่อาจทำให้หายขาดได้ โดยจะเลือกทำในกรณีที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบ่อย มีอาการมากหรือรุนแรง ในการที่ใช้ยาไม่ได้ผลหรือมีภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยา
4.การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ แพทย์จะเลือกใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ในกรณีที่เป็นภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดเร็วที่ร้ายแรง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตกะทันหันได้ เช่น หัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดจังหวะบางชนิด
โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719



