
จนท.เร่งหาสาเหตุปลาตายเกลื่อนลำตะคอง
ปลาหลายหมื่นตัวตายลอยน้ำลำตะคองกลางเมืองโคราช นักวิจัยลงพื้นที่ตรวจสอบพบค่าปริมาณออกซิเจนในน้ำพบต่ำกว่ามาตรฐาน พร้อมเร่งตรวจสอบโรงงานริมฝั่งลำตะคองหลายแห่งเพื่อหาต้นตอ
วันที่ 15 ก.ค.55 ความคืบหน้ากรณีปลาในลำตะคอง ตัวเมืองโคราช ตายนับแสนตัว ดร.ฉัตรเพชร ยศพล อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีหรือมทส. ลงพื้นที่วัดปริมาณออกซิเจนในน้ำ ที่ซอยสำโรงจันทร์ หลังจากมีการปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว เพื่อช่วยผลักดันน้ำเสียออกไป
ดร.ฉัตรเพชร กล่าวว่า ได้เก็บตัวอย่างน้ำจากบริเวณที่เกิดปัญหา 5 จุด ได้แก่ เขื่อนคนชุม หลังเดอะมอลล์โคราช ซอยสำโรงจันทร์ วัดท่าตะโก และหมู่บ้านวีไอพี จากการตรวจสอบพบว่าทุกจุดมีค่าออกซิเจนต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหมู่บ้านวีไอพีมีค่าออกซิเจนประมาณ 1 มิลิกรัมต่อลิตรท่านั้น ส่วนบริเวณอื่นๆ เฉลี่ยประมาณ 3 มิลลิกรัมต่อลิตร ทั้งนี้ปกติปลาทั่วไปจะมีชีวิตอยู่ได้ต้องมีค่าออกซิเจนมากกว่า 7 มิลลิกรัมต่อลิตร หากต่ำกว่านั้นจะมีเพียงปลาช่อนและปลาดุกเท่านั้นที่สามารถอยู่ได้ เนื่องจากทนต่อสภาพออกซิเจนน้อย
“สำหรับน้ำลำตะคองนั้นมีสภาพเสื่อมโทรมมานานแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเดอะมอลล์โคราช ซึ่งเป็นชุมชนเมือง มีการปล่อยน้ำเสียลงมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีค่าออกซิเจนต่ำมาโดยตลอด แต่ช่วง 3 วันที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะมีการปล่อยสารพิษบางอย่างลงมาในน้ำปริมาณมาก จึงทำให้ค่าออกซิเจนลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปลาบางชนิด อาทิ ปลาตะเพียน ปลาเกล็ดขาว และปลาเนื้ออ่อน ตายเป็นจำนวนมาก ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้น ขณะนี้ทีมวิจัยกำลังเก็บตัวอย่างน้ำและซากปลาตายไปพิสูจน์ในห้องแล็บ คาดว่าใช้เวลา 3 วันจึงจะทราบว่ามีสารพิษชนิดใดเจือปนจนทำให้ปลาตายได้ขนาดนี้” ดร.ฉัตรเพชร กล่าว
ด้านสำนักงานเทศบาลนครนครราชสีมาพร้อมด้วยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา และสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 นครราชสีมาได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระบบบำบัดน้ำ และท่อน้ำทิ้งภายในโรงงานต่างๆที่อยู่ริมฝั่งลำตะคองในเขตเทศบาลนครราชสีมา โดยเฉพาะโรงงานผลิตน้ำแข็ง 2 แห่งที่อยู่ติดกับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมาพร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำจากท่อน้ำทิ้งเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ว่าจะเกี่ยวข้องกับการทำให้ปลาตายจำนวนมากครั้งนี้หรือไม่โดยจะทราบผลภายในสัปดาห์หน้าเช่นกัน
นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งเทศบาลนครนครราชสีมา สำนักงานสิ่งแวดล้อมที่ 11 นครราชสีมา สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด อุตสาหกรรม สาธารณสุข และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อสรุปหาสาเหตุที่แท้จริง



