ไลฟ์สไตล์

ลิตเติ้ล อิตาลี @ ปาลีโอ

ลิตเติ้ล อิตาลี @ ปาลีโอ

15 ก.ค. 2555

ลิตเติ้ล อิตาลี @ ปาลีโอ : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์

          พาแฟนๆ คมชัดลึก เข้าป่า เข้าดง ท่องเที่ยวตามธรรมชาติมาก็เยอะ คราวนี้พาไปเที่ยวเมืองบ้างก็น่าจะดี แต่ช้อยส์ของฉันก็ยังขออิงธรรมชาติสักหน่อย ขอเมืองที่มีกลิ่นอายอิตาลีนิดๆ ดูโรแมนติกหน่อยๆ เกี่ยวก้อยเดินช็อป เดินถ่ายรูปสบายใจ แล้วค่อยไปหาที่พักอิงแอบธรรมชาติ แล้วชื่อของ "ปาลีโอ (Palio)" ก็ผุดพรายในความคิด พอบอกไป ใครๆ ก็ร้องอ๋อ ก็ที่นี่มีคนไปเที่ยวมาเยอะแล้วนี่นา แต่จะมีไม่มากที่จะไปเยือนที่นี่ในหน้าฝนแบบนี้

           ปาลีโอ อยู่แค่เขาใหญ่ ฝั่งปากช่อง ตั้งอยู่บนถนนธนะรัชต์ หลักกิโลเมตรที่ 17 ติดกับโรงแรมจุลดิศ เขาใหญ่ รีสอร์ท แอนด์ สปา แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นโรงแรมบาลิออส รีสอร์ท เขาใหญ่ หลังจากเปลี่ยนเจ้าของ  ถ้าจะขับรถไปก็ไม่ยาก ยึดเส้นทางขึ้นเขาใหญ่ฝั่งปากช่อง ยังไงก็ไม่พลาด เพราะปาลีโอโดดเด่น เห็นไกล อยู่ติดริมถนน ช่วงฤดูฝนที่นี่ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ที่จะมีคนแวะไปเยี่ยมเยียนไม่มาก เหมือนในฤดูหนาว

           บอกกันทีแรก เพื่อนๆ หัวเราะ ใครเขาไปช่วงนี้กัน ถ่ายรูปออกมาก็ฟ้าไม่สวย ตุ่นๆ เผลอๆ เจอฝนอีก เพราะส่วนใหญ่คนที่ไปเดินเที่ยวที่นี่ ก็หวังอยากถ่ายรูปออกมา ได้ฟ้าสวยๆ อากาศเย็นๆ เดินเที่ยวสบายๆ ในบรรยากาศที่คึกคัก  แต่ก็เพราะฝนนี่แหละ ลองไปดูกันก็ได้อีกบรรยากาศ โดยเฉพาะความชุ่มฉ่ำ และคนไม่มากจนน่าเป็นห่วงจะมีเพื่อนร่วมเฟรมมากเกินไป ซึ่งที่นี่เปิดทุกวัน ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ วันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ เปิด 10.00 -19.00 น. ส่วนเสาร์-อาทิตย์ เปิด 09.00 -20.00 น. แต่ถ้าฤดูหนาวก็ปิดช้าอีกหน่อย 

          ปาลีโอ เปิดตัวสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2552 หลายคนบอกว่า หน้าตาคล้ายๆ กับ พรีโม พอสโต (Primo Posto) ที่โดดเด่นในสไลต์อิตาเลียน ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก แล้วยังเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวชม ไปถ่ายรูปเหมือนหลุดไปอยู่อิตาลียังไงยังงั้น  ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่หน้าตาเหมือนกัน ก็เพราะปาลีโอ ต่อยอดมาจากพรีโม พอสโต นั่นเอง โดยร่วมมือกับกลุ่มจุลดิศ แต่ตอนนี้ ก็ขายหุ้น ขายกิจการไปหมดแล้ว เป็นกลุ่มมาลีนนท์เข้ามาซื้อกิจการไปดูแล (รวมถึงโรงแรมจุลดิศฯ ที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบาลิออส รีสอร์ท เขาใหญ่ด้วย)

          ส่วนพรีโม พอสโต ก็ปิดตัวไปแล้วหลังจากขายกิจการให้ RS ไป ปาลีโอเลยยิ่งคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่อยากไปสัมผัสกลิ่นอายอิตาลีเล็กๆ ที่เจ้าของตั้งใจสร้างขึ้น เป็นกลุ่มอาคารถนนu3618 ?ๆ ในบรรยากาศที่คึกคัก  แต่ก็เพราะฝนนี่แหละ ลองไปดูกันก็ได้อีกบรรยากาศ โดยเฉพาะความชุ่มฉ่ำ และคนไม่มากจนน่าเป็นห่วงจะมีเพื่อนร่วมเฟรมมากเกินไป ซึ่งที่นี่เปิดทุกวัน ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ วันธรรมดา จันทร์-ศุกร์ เปิด 10.00 -19.00 น. ส่วนเสาร์-อาทิตย์ เปิด 09.00 -20.00 น. แต่ถ้าฤดูหนาวก็ปิดช้าอีกหน่อย 

          ปาลีโอ เปิดตัวสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2552 หลายคนบอกว่า หน้าตาคล้ายๆ กับ พรีโม พอสโต (Primo Posto) ที่โดดเด่นในสไลต์อิตาเลียน ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก แล้วยังเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวชม ไปถ่ายรูปเหมือนหลุดไปอยู่อิตาลียังไงยังงั้น  ซึ่งจริงๆ แล้ว ที่หน้าตาเหมือนกัน ก็เพราะปาลีโอ ต่อยอดมาจากพรีโม พอสโต นั่นเอง โดยร่วมมือกับกลุ่มจุลดิศ แต่ตอนนี้ ก็ขายหุ้น ขายกิจการไปหมดแล้ว เป็นกลุ่มมาลีนนท์เข้ามาซื้อกิจการไปดูแล (รวมถึงโรงแรมจุลดิศฯ ที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นบาลิออส รีสอร์ท เขาใหญ่ด้วย)

         ส่วนพรีโม พอสโต ก็ปิดตัวไปแล้วหลังจากขายกิจการให้ RS ไป ปาลีโอเลยยิ่งคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่อยากไปสัมผัสกลิ่นอายอิตาลีเล็กๆ ที่เจ้าของตั้งใจสร้างขึ้น เป็นกลุ่มอาคารถนนคนเดิน และสวนสวยบนเนื้อที่ 7 ไร่  แล้วยังจัดที่จอดรถ ที่แรกเริ่มบอกว่าจอดได้ราวๆ 300 คัน แต่ไปๆ มาๆ ก็ดูเหมือนจะขยายวงออกไปข้างๆ ก็มี 

         ที่นี่ เข้าฟรี ไม่มีค่าผ่านประตู จากเดิมที่เคยเก็บค่าผ่านมาช่วงหนึ่งแต่ก็ยกเลิกไปนานแล้ว แต่ยังเก็บค่าจอดรถคันละ 20 บาทเหมือนเดิม

          ชื่อ Palio นั้น ก็มีที่มา เป็นชื่อเทศกาลขี่ม้าที่โด่งดัง ในเมืองเซียน่า ประเทศอิตาลี มีความหมายคือรางวัล ซึ่งเจ้าของโครงการบอกเลือกใช้ชื่อนี้ ก็เพราะต้องการให้ Palio เป็นรางวัลกับชุมชนเขาใหญ่ เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในเขาใหญ่ ตอนนี้ใครไป ใครมาแถวนั้น ก็มักจะแวะเดินเล่น หรือไม่ก็ชิมๆ ช็อปๆ กัน

         ถึงจะไปหน้าฝน แต่ฉันก็เลือกจังหวะเวลา ดูฝนฟ้าซะหน่อย เพราะใช่ว่าฝนจะตกทุกวัน ไปที่นี่ นอกเหนือจากเตรียมเสื้อผ้าที่คิดว่าจะขึ้นกล้อง ถึงจะฝนตกตกเสื้อกันฝนก็ต้องเด่นนะเออ 555 แล้วยังต้องเตรียมเมมโมรี่สำหรับกล้องไปเผื่อด้วย เพราะมองไปทางไหน ก็น่าถ่ายรูปไปซะทั้งนั้น

          ยังโชคดีที่ฝนไม่ตก แต่ฟ้าสีตุ่นๆ ไม่เป็นใจเท่าไหร่ งั้นเก็บภาพร้านค้าดีกว่า ก็ ร้านค้าที่นี่ ส่วนใหญ่ตกแต่งเหมือนแกะแบบมาจากเมืองนอกซะจริง และก็ทำให้ฉันเหมือนได้สัมผัสกลิ่นอายเล็กๆ ของอิตาลี นอกเหนือไปจากชื่อสถานที่  บางร้านวางสินค้าใส่ตะกร้าไว้หน้าร้าน  มีตกแต่งร้านด้วยต้นไม้สวยงาม ทั้งไม้กระถางและไม้แขวน

          การจัดสถานที่เป็นอาคารที่ลดหลั่นกันไป เลยทำให้มีร้านค้า ร้านเล็ก ร้านน้อยได้มากกว่า 120 ร้าน ตั้งแต่ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ สินค้าแฮนด์เมด ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ไปจนถึงธนาคาร ร้านหนังสือ ร้าน IT และสปา เลยทีเดียว

          แต่จุดแรกที่ฉันอดยกกล้องมาถ่ายไม่ได้ เห็นจะเป็นหอนาฬิกา จุดนัดพบกับเพื่อน บังเอิ๊ญ...บังเอิญ มีเจ้าแมวขึ้นคานให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่อย่าหวังนะว่าจะขึ้นตาม 555  แล้วไปก็ต่อที่ร้านขายโปสการ์ด ก็ฉันชอบทำโปสการ์ดเอง ส่งให้กับเพื่อนอยู่บ่อยๆ แต่บางทีซื้อจากแหล่ง ส่งจากสถานที่นั้นทันที ก็ดีไม่น้อย ว่าแล้วก็จัดแจ้งลงมือเลือกๆๆ

           อีกจุดที่ฉันไม่พลาด ก็บรรดาร้านขายของตกแต่งบ้าน ร้านกิ๊ฟช็อฟเก๋ๆ เข้าไปก็แทบจะหมกตัวอยู่เป็นนานสองนาน สินค้าแต่ละชิ้นแต่ละอย่างน่ารักแล้วดูช่างอยากจะดูดเงินออกจากกระเป๋าของฉันซะจริง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มีติดมือออกมาไม่เท่าไหร่ 

           ร้านเสื้อผ้าก็ดูจะมีไม่น้อย ทั้งยี่ห้อดัง หรือเสื้อยืดแฟชั่นราคาหยิบจับได้สบายใจ อีกมุมที่ฉันสนใจ ร้านขายของสำหรับคนเดินทาง อยุ่ติดกับโรงแรมปาลีโอ ด้านใน เข้าไปในร้านนี้มีแทบทุกอย่างตั้งแต่เป้ใบใหญ่ ไปจนถึงไฟฉายคาดหัวอันกระจิ๋ว ยังไม่นับพวกเสื้อผ้า หมวก อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับเดินป่า เจ้าของบอกบางอย่างก็ไปเลือกซื้อมาจากเนปาลบ้าง จีน บ้างระหว่างที่ไปไต่เขา ไปเที่ยวกัน

           ฉันเองเป็นคนไม่ชอบเดินช็อปเท่าไหร่ ถนัดเดินดู แล้วก็เดินถ่ายรูปซะมากกว่า เวลาส่วนใหญ่เลยอยู่มันแถวๆ สวนหย่อม น้ำพุ ลานอเนกประสงค์ เหนื่อยนักก็นั่งพัก ดูคนอื่นเขาโพสท่าถ่ายรูปกิ๊บเก๋กัน และด้วยความที่ตอนนี้ กลุ่มมาลีนนท์เข้าไปซื้อกิจการปาลีโอ เลยได้เห็นดาราจากช่องน้อยสี แวะเวียนไปที่นี่อยู่บ่อยครั้ง ไปถ่ายแฟชั่นกันบ้าง ไปเที่ยวบ้าง

          ปาลีโอวันนี้ แม้จะเปลี่ยนเจ้าของ แต่สถานที่ยังคงเดิม คนที่แวะเวียนไปเที่ยวชมก็เพียงเพราะอยากไปสัมผัสกลิ่นอายอิตาลี ความสวยงามของสถาปัตยกรรม และธรรมชาติของเขาใหญ่

          ฉันหมดเวลาไปแทบทั้งวัน อยู่ที่นี่ ก่อนจะออกเดินทางต่อไป ไหนๆ ไปถึงปาลีโอแล้ว พาเที่ยวเมืองอิตาลีเล็กๆแล้ว ก็ขอไปเกี่ยวกับอากาศบริสุทธิ์ กางเต็นท์นอนอิงแอบธรรมชาติบนเขาใหญ่หน่อยเถอะ  อ้อ... ถ้าใครไม่ชอบนอนเต็นท์ ก็มีรีสอร์ทรอบๆ เขาใหญ่มีให้เลือกเยอะแยะทีเดียว หรือถ้าใครยังไม่จุใจในปาลีโอ ก็นอนพักซะที่นั่นเลยก็ได้ เพราะมีโรงแรมเล็กๆ ขนาด 10 ห้องให้บริการ ที่สำคัญได้เห็นปาลีโอมุมต่างในยามค่ำคืนอีกด้วย

..............................................
(ลิตเติ้ล อิตาลี @ ปาลีโอ  : คอลัมน์ชวนเที่ยว : โดย...เรื่อง/ภาพ : นพพร วิจิตร์วงษ์)