
เจ้าอาวาสยันไม่ได้กลืนตะปู-เข็มหมุดเข้าไปเอง
เจ้าอาวาสวัดหาดสองแควอาการดีขึ้น หลังแพทย์ช่วยผ่าตัดเอาตะปู - เข็มหมุดออกจากลำไส้ ยืนยันไม่ได้กลืนตะปู และเข็มหมุดเข้าไป เผยไม่เชื่ออย่าลบหลู่ บอกหลังออกจาก รพ. เตรียมทำบุญสะเดาเคราะห์ แพทย์ระบุอาการดีขึ้น
วันที่ 19 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพระอธิการอนุวัฒน์ วิสุทโธ อายุ 32 ปี ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหาดสองแคว บ้านดงงาม หมู่ที่ 3 ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มีอาการปวดท้องอย่างแรง กระทั่งคณะแพทย์โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ได้เอ็กซเรย์แล้วพบว่า มีวัตถุต้องสงสัยคล้ายตะปูและเข็มหมุดฝังอยู่ในลำไส้เล็กตอนต้นและกระเพาะอาหาร จึงรีบผ่าตัดช่วยชีวิตเอาไว้
จากการผ่าตัดแพทย์พบตะปูเหล็กชนิดมีหัวขนาด 3 นิ้ว จำนวน 2 อัน และเข็มหมุด อีก 1 เล่ม และเชื่อว่าโดนคุณไสยแบบโยมคุณตาที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น พระอธิการอนุวัฒน์ กล่าวว่า หลังผ่าตัดแล้วรู้สึกโล่ง อาการที่เคยปวดอยู่ในท้องก็ไม่มี สำหรับอาการตอนนี้รู้สึกปวดแต่เพียงบาดแผลที่เกิดจากการผ่าตัดบริเวณช่องท้องน้อยด้านซ้ายและขวา ส่วนเช้าวันนี้ (19 พ.ค.) พยาบาลได้พาไปตรวจและเอ็กซเรย์ร่างกายภายในเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อหาดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่อีกหรือไม่ซึ่งผลก็ยังไม่ออกมา จึงยังไม่ทราบ
"มีญาติโยมจากต่างถิ่นโดยเฉพาะ จ.แพร่ และ จ.พะเยา รวมทั้งในพื้นที่อำเภอท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ทราบข่าวว่า อาตมาป่วยจากการโดนคุณไสย ก็ได้มาเยี่ยมถึงที่โรงพยาบาล โดยญาติโยมบางท่านมาไม่ได้ ก็รู้สึกเป็นห่วงจึงโทรศัพท์มาสอบถามอาการว่าเป็นอย่างไรบ้าง บอกว่าส่งกำลังใจมาให้ ขอให้หายในเร็ววัน ก็ต้องฝากขอบคุณโยมทุกท่านที่เป็นห่วง"พระอธิการอนุวัฒน์ กล่าวและว่า
หลังจากที่แพทย์อนุญาตให้กลับวัดได้ ก็จะบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางที่บ้านซึ่งเป็นผีประจำตำบลให้ช่วยปกปักคุ้มครอง พร้อมทำพิธีสะเดาะเคราะห์ ต่อดวงชะตา ซึ่งก็ยังคงเชื่อว่ามีบุคคลทำคุณไสยใส่อาตมา เหตุที่ทำเพราะอิจฉาริษยา ตามที่หมอรักษาคุณไสย จ.แพร่ ได้บอกกล่าวเอาไว้
ทั้งนี้เพราะญาติโยมต่างพื้นที่ที่ให้ความศรัทธาวัดและอาตมา ด้วยการไปให้อาบน้ำมนต์หรือเจิมป้ายรถยนต์ที่ออกมาใหม่ ในเรื่องอื่นไม่วิตกกังวลเพราะไม่มีศัตรูกับใคร ญาติโยมส่วนใหญ่ที่มาทำบุญภายในวัด ก็จะให้ศีลให้พรตามภาษาทางเหนือหรือภาษาพื้นเมืองล้านนา เน้นให้กระทำแต่ความดีละความชั่ว ให้ช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก รู้จักแบ่งปันน้ำใจให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาส หมั่นสร้างบุญกุศลให้มาก ทำให้ญาติโยมศรัทธา และจากเหตุผลนี้ทำให้มีโยมเข้ามาที่วัดมาขึ้น และก็จะกลับไปหาหมอด้านคุณไสย จ.แพร่ เพื่อให้ทำการแก้คุณไสยที่มีอยู่ให้หมดไป
พระอธิการอนุวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเพราะว่าได้กลืนกินเข้าไปเอง เป็นถึงเจ้าอาวาสวัด บวชมาแล้วถึง 12 พรรษา บวชเณรตั้งแต่อายุ 18 ปี ที่วัดห้วยอ้อย ต.จริม อ.ท่าปลา กับพระครูรังสีธรรมคุณ หรือหลวงพ่อตุ้ย เกจิอาจารย์ชื่อดัง เมื่ออายุ 20 ปี บวชเป็นพระสงฆ์โดยมีพระครูโอภาส ศาสนุกูล เจ้าคณะอำเภอท่าปลา เป็นผู้บวชให้
เท่าที่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการโดนของหรือโดยคุณไสยนั้น ที่ผ่านมามีแต่โยมผู้หญิงหรือผู้ชายโดนกัน หรือพระภิกษุบางรูปในพื้นที่อำเภอท่าปลาโดน สามารถสะเดาะเคราะห์เอาออกได้และก็หายไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมาโดนเข้าด้วยตนเอง เรื่องแบบนี้ใครไม่โดนไม่รู้หรอกว่าเป็นอย่างไร ไม่เชื่อแต่ก็ไม่อยากให้ลบหลู่อยากฝากบอกผู้ที่ทำคุณไสยว่า ถ้าจะทำก็ขออย่าได้กระทำกับคนที่ดีหรือกระทำผิดคน อย่าได้ไปแกล้งคนอื่น ระวังกรรมนั้นจะมาย้อนกับตัวเอง ซึ่งก็จะหนักกว่าที่ได้กระทำกับผู้อื่น
ในเรื่องคุณไสยนั้น เป็นศาตร์ทางกลุ่มอวิชาในทางอุตริธรรม พระสงฆ์บางรูปก็เชื่อ บางรูปก็ไม่เชื่อ ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ได้รับรู้มา เหตุที่อาตมาโดนคุณไสยได้ แต่พระบางรูปไม่โดนคุณไสยเพราะว่า อาตมาไม่มีเครื่องลาง ของขลัง ไว้ป้องกัน ชอบในเรื่องเมตตามหานิยม พระสงฆ์บางรูปชอบในเรื่องเครื่องลาง ของขลัง คุณไสยต่างก็ไม่สามารถเข้าถึงได้
นายแพทย์เธียรชัย คฤหโยธิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สภาพร่างกายของพระอธิการอนุวัฒน์ วันนี้อาการดีขึ้นมาแล้วยิ้มแย้มแจ่มใสได้ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นตามลำดับ แพทย์ได้งดการให้น้ำเกลือ และให้หันมาทานอาหารอ่อนแทน แต่ยังคงต้องให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอุตรดิ้ตถ์ต่อไประยะหนึ่งก่อน เพื่อที่จะทำการประเมินในเรื่องของทางสุขภาพจิต ซึ่งในวันศุกร์นี้ถึงจะสามารถประเมินได้ว่า สุขภาพทางจิตเป็นอย่างไร
ด้าน แพทย์หญิงเนตรนภา ภมะราภา หัวหน้ากลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ กล่าวว่า กรณีที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกายคนไข้ โดยเฉพาะกระเพาะอาหารหรือลำใส้ ทางจิตเวชก็เคยเจอแต่ไม่บ่อยครั้ง ใน 2-3 ปี มีเพียงหนึ่งครั้ง สิ่งแปลกปลอมที่พบไม่ว่าญาติหรือคนไข้จะว่าอย่างไรก็ตามนั้น สุดท้ายก็พบว่ามีการกลืนกินเข้าไปด้วยตนเอง
ซึ่งโดยพื้นฐานคนไข้กลุ่มนี้มีพื้นฐานในเรื่องของสติปัญญาระดับต่ำกว่าปกติ ไม่ใช่เป็นคนปัญญาอ่อน ไม่ใช่เป็นคนโรคจิตเพศ แต่มีสภาวะทางจิตใจที่เกิดจากความเครียด ขาดความรักและต้องการความสนใจ ก็สามารถกินอะไรทมี่แปลกไปได้ เมื่อทำไปแล้วได้รับความสนใจ เมื่อได้รับความสนใจก็จะกระทำเป็นครั้งที่ 2 และ 3 อีก ถ้าไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม
"คนไข้รายนี้อาการทางอารมณ์ปกติ ไม่มีอาการซึมเศร้าและสภาวะกังวลสิ่งใด คนไข้ยังให้การปฏิเสธเรื่องความหวาดระแวงหรืออาการหลอน เมื่อถามว่ากังวลใจอะไรไหมหลังจากที่ได้ทำการผ่าตัดเอาตะปูออกไปแล้ว ก็บอกว่าไม่รู้สึกกังวลและเครียดอะไรแล้ว ถามแล้วว่าท่านกินเข้าไปเองหรือเปล่า ก็ตอบว่าไม่ได้ฉันท์เข้าไปเอง การโต้ตอบพูดคุยก็ปกติก็คงจะต้องมีการนัดเพื่อตรวจเชาว์ปัญญา และตรวจสภาวะทางจิตใจที่ลึกกว่าที่ได้มีการพูดโต้ตอบกัน ซึ่งคงต้องรอให้หายจากอาการปวดท้องก่อน คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้า "แพทย์หญิงเนตรนภา กล่าว



