ไลฟ์สไตล์

หอมกลิ่นกล้วยไม้

หอมกลิ่นกล้วยไม้

12 ก.ค. 2555

คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : ฉันศึกษากล้วยไม้มาจากไหน? (จบ) : โดย ... ศ.ระพี สาคริก

          เพราะคนสมัยนั้นกลัวราในอากาศจะเข้ามาขึ้นในขวดเพาะ บางคนถึงกลับเอาเมล็ดกล้วยไม้ไปใส่ในหลอดฉีดยา แล้วใช้สารละลายใส่ลงไปในหลอดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะไม่ว่าใครจะมาสมัครหรือไม่ เขาก็เกรงอำนาจคนที่อยู่ด้านสูง นี่คือปัญหา จนรู้สึกว่าการใช้วิธีแก้ปัญหานี้ตัวเองจะพัง ส่วนตัวฉันกำหนดออกมาเป็นรูปร่างต่างๆ แล้วเปิดโอกาสให้คนทั่วไปมาสมัคร เพื่อเข้ามาศึกษาเรื่องการเพาะเมล็ด

 

          กระทั่งว่าเมื่อจบมหาวิทยาลัยในปี 2485 แล้ว ตัวฉันเองก็ไม่ยอมทำงานในกรุงเทพฯ เพราะเบื่ออำนาจของผู้มีโอกาสเต็มที ถึงกลับอยากออกไปอยู่ชนบท ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่ แม้แต่การได้รับค่าจ้างแรงงานคล้ายคนงาน ฉันก็สมัครใจ

          ต่อมาฉันนึกได้ว่า เพราะรักอิสรภาพ ที่มันทำให้ตัวฉันมีพลังในการริเริ่มงานใหม่ๆ มาตลอด โดยเฉพาะสิ่งใดที่ทราบว่าคนอื่นทำไม่ได้ ฉันจะต้องทำให้ได้อย่างเด็ดขาด

          แม้แต่วิชาสถิติ ซึ่งใครบ่นว่ามันยาก ตัวฉันเองก็ไปสมัครใจ แอบทำ เอาการเรียนรู้ จนกระทั่งต้องกลายเป็นครูสอนวิชาสถิติไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าใครได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตที่แม่โจ้ มันก็มีหลายสิ่งที่เตือนสติให้คนไทยรู้จักการอยู่อย่างมั่นคง ไม่ย้อท้อจากอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น

          ฉันไปอาศัยอยู่บ้านหลวง เป็นบ้านไม้ชั้นเดียว แถมยังมีเล้าไก่เก่าๆ ที่ครอบครัวชุดก่อนทิ้งเอาไว้ ฉันนำเล้าไก่ที่ทำด้วยไม้มาดัดแปลง ทำเป็นเรือนกล้วยไม้ ไม่ว่าจะเห็นขวดเก่าตกบนพื้นดินที่ไหน ฉันมักหยิบมาแล้วพลิกไปมาเพื่อดูว่ามันเหมาะกับทำขวดเพาะกล้วยไม้หรือไม่

          ฉันเริ่มเห็นขวดโอวัลตินที่ใช้แล้ว ที่ถูกโยนทิ้ง ฉันนึกถึงความสำคัญว่า “ถ้าการเพาะกล้วยไม้มันยากแสนยาก ฉันจะเปลี่ยนแผนใหม่ โดยใช้ขวดโอวัลตินมาทำขวดเพาะกล้วยไม้” แต่ก็ไม่สำเร็จ เลยใช้ขวดมาดัดแปลง ทำเป็นขวดเพาะเห็ดให้ได้ก่อน

          ฉันเพียรพยายามอยู่หลายครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น แม้ทำแล้วจะปลูกเห็ดได้ไม่มาก ตั้งใจว่าต้องทำให้ได้ 

          ฉันเริ่มต้นจากการเพาะเห็ดฟางก่อนการเพาะกล้วยไม้ เย็นวันนั้นมีโจรมือดีเข้าไปภายในบ้าน ในที่สุดเราก็เพาะเห็ดได้สำเร็จ แถมยังได้ดอกเห็ดสวยๆ ฉันถึงกับเพาะเห็ดฟางอยู่ที่หลังบ้าน แล้วนำเอาไปส่งขายที่ตลาดเก่า

          แต่มันก็ไม่แคล้วไปจากโจรมือดี เพราะวันนั้นนำเห็ดใส่กระเป๋าเป็นจำนวน 1 กก. พอไปถึงตลาดเก่า จึงรู้สึกผิดสังเกต เพราะมีชายคนหนึ่งกำลังเดินเบียดมา ทำให้ตัวฉันเองต้องพลิกตัว และมีโอกาสรอดไปได้ แต่ก็เกือบเสียปากกาไปด้ามหนึ่ง เพราะชายคนที่เดินเบียดด้านหน้านั้น เขาไว้เล็บยาว และใช้เล็บช้อนเอาปากกาหลุดติดไปด้วย

          ส่วนฉันก็ไวพอ พอรู้สึกฉันก็ใช้มือฟาดดักหน้า ทำให้มือเขาที่หยิบปากกาติดอยู่นั้นหลุดกระเด็น หลังจากนั้นเขาก็รีบเดินหนีไป

          ตัวฉันเองรู้สึกว่า กว่าจะเพาะกลัวไม้ได้ ก็เกือบจะสูญเสียปากกาไป แต่คนที่จิกปากกาไปนั้น เขารีบเดินจากไป เธอรู้ไหมว่าเห็ดที่ควรจะขายได้ กก.ละ 80 นั้น พอเอาเข้าจริง เราได้เพียง กก. ละไม่ถึง 20 บาท ยิ่งกว่านั้นเกือบเสียปากกาไปอีก

 

          จากนั้นเป็นต้นมา ก็ทำให้มั่นใจยิ่งว่า การเพาะแบบนี้มันเสี่ยงก็จริงอยู่ แต่ครั้นเราได้ปากกาคืน ก็ทำให้เรารู้สึกดีใจ เพราะได้สอนคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

 

 

----------

(หมายเหตุ : คอลัมน์ หอมกลิ่นกล้วยไม้ : ฉันศึกษากล้วยไม้มาจากไหน? (จบ) : โดย ... ศ.ระพี สาคริก)

----------