
วอนช่วย!ดญ.11ผ่าตัดสมองจนตาบอด
วอนช่วยเหลือ!เด็กหญิง 11 ปี ที่สุโขทัย ผ่าตัดเนื้องอกในสมองจนทำให้ตาทั้งสองข้างบอดสนิท ร่างกายหยุดการเจริญเติบโตมีน้ำหนักเพียง 17 กิโลกรัม แถมแม่ยังเป็นมะเร็งเต้านม
10 ก.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบเด็กหญิงวัยเพียง 11 ปี ผ่าตัดเนื้องอกในสมองจนทำให้ตาทั้งสองข้างบอดสนิทอีกทั้งร่างกายหยุดการเจริญเติบโตมีน้ำหนักเพียง 17 กิโลกรัม พักอาศัยกับคุณแม่ที่เป็นมะเร็งเต้านมและตายายวัยชราที่มีฐานะยากจน อีกทั้งคุณตายังเป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้เป็นแม่วอนผู้ใจบุญช่วยรักษาลูกน้อยให้หายเป็นปรกติและสามารถเติบโตได้ตามวัยอันควร
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 178 หมู่ 1 ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย หลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือกรณีเด็กหญิงวัยเพียง 11 ปี ซึ่งผ่าตัดเนื้องอกในสมองจนเกิดผลกระทบทำให้ตาบอดทั้งสองข้าง รวมทั้งร่างกายหยุดการเจริญเติบโตตามวัย เมื่อเดินทางไปถึงพบเด็กหญิงปาริชาติ เถาวัลย์ หรือน้องโอปอ เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2544 ปัจจุบันอายุ 11 ปี นั่งอยู่กับนางสมบูรณ์ สีด้วง ผู้เป็นแม่ โดยรูปร่างหน้าตาของเด็กน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ดวงตากลับบอดทั้งสองข้าง และมีน้ำหนักตัวแค่ 17 กิโลกรัม
นางสมบูรณ์ สีด้วง เล่าว่า ตอนคลอดน้องโอปอปกติทุกอย่าง จนกระทั่งน้องเมื่ออายุได้ 6 ปี น้องโอปอมีอาการเบลอแบบคนไม่รับรู้อะไรรอบตัว จึงพาไปตรวจกับหมอที่โรงพยาบาลและพบว่ามีเนื้องอกในสมอง จึงได้เดินทางไปรับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่ กทม.มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อปี 2551 และ 2552 ซึ่งจากการผ่าตัดในครั้งนั้นแพทย์บอกว่าจากการผ่าตัดนั้นมีผลกระทบต่อประสาทตา ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างบอดสนิทไม่สามารถมองเห็นได้ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ไม่มีการเจริญเติบโตตามวัย กล้ามเนื้อทุกส่วนคงที่ ไม่สูงขึ้น ไม่อ้วนขึ้น น้ำหนักเท่าเดิม
สำหรับพ่อของน้องโอปอ คือ นายจรัล เถาวัลย์ ได้เสียชีวิตตั้งแต่น้องโอปอยังอยู่ในท้อง ตนเลี้ยงดูน้องโอปอพร้อมกับตาและยาย คือ นายแก้ว และ นางคำ สีด้วง โดยนายแก้วผู้เป็นตาเองก็เป็นโรคอัลไซเมอร์ ส่วนตัวเองก็ตรวจพบมะเร็งหน้าอก เข้ารับการรักษาพร้อม ๆ กับช่วงที่ต้องพาน้องโอปอเข้าโรงพยาบาล ตนเองอาศัยครอบครัวพี่น้อง และญาติๆที่ช่วยกันประคบประหงมจนผ่านวิกฤติช่วงนั้นมาได้
"มีบางครั้งเคยนึกฆ่าตัวตายพร้อมกันสองคนแม่ลูก เพราะไม่รู้จะสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยวิธีไหน แต่ก็สงสารพ่อและแม่ หรือตากับยายของน้องโอปอที่เวลาตัวเองลำบาก ท้อใจก็ยังมีทั้งสองคนคอยปลอบและให้กำลังใจ จึงฮึดสู้และคอยสอนน้องโอปอให้ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ให้อยู่กับโลกมืดแบบจิตใจสว่างยอมรับชะตากรรมเพื่อหาทางสู้ชีวิตต่อไป"นางสมบูรณ์ กล่าว
นางสมบูรณ์ กล่าวว่า มีอาชีพรับจ้างขายของ ขายอาหาร แล้วแต่จะมีคนจ้าง มีรายได้วันละประมาณ 100-150 บาท ตนก็ป่วยมะเร็งเต้านมแม้จะผ่าตัดออกไปแล้วแต่ยังต้องไปตรวจรักษาตามแพทย์นัดตลอดและต้องรับผิดชอบอีก 4 ปากในครอบครัว จึงคิดไม่ออกว่าจะหาหนทางไหนมารักษาลูกสาว ทั้ง ๆ ที่อยากให้น้องโอปอได้รับโอกาสเติบโตตามวัย ตามที่แพทย์ได้แนะนำว่าสามารถเป็นไปได้ด้วยการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นยานอกระบบ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในราคาชุดละ 16,000 บาท และต้องใช้เดือนละ 1 ชุด ซึ่งถ้ารวมค่าเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่ กทม. แล้ว ค่าใช้จ่ายก็จะตกคราวละกว่า 20,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ตนและครอบครัวไม่มีทางหาเงินจำนวนนี้มารักษาน้องโอปอได้แน่นอน จึงแจ้งขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยเป็นสื่อกลางวอนขอความเมตตาผู้ใจบุญโอบอุ้มครอบครัวตนเอง ทั้งนี้ทุกครั้งที่น้องโอปอออกปากว่า หนูอยากหาย หนูอยากมองเห็น หนูอยากไปโรงเรียน ตนก็สะท้อนใจสงสารลูกสาว แต่สิ่งที่ครอบครัวของตนทำได้ก็คือ นางคำผู้เป็นยายจะใช้เวลาว่างสอนหลานตัดและพับกระดาษเป็นรูปต่างๆ เช่น นก ดาว กบ เพื่อให้หลานได้มีจินตนาการรับรู้สิ่งรอบตัวเหมือนคนอื่น ๆ สอนให้น้องโอปอได้เขียนชื่อตัวเอง สามารถจำเบอร์โทรของแม่และสามารถช่วยตัวเองด้วยการใช้ชีวิตในบ้าน เช่น การเข้าห้องน้ำ การหยิบของในตู้เย็น การเดินในบริเวณบ้านได้ด้วยการสัมผัส เพราะเชื่อว่าน้องโอปอคงต้องใช้ชีวิตในโลกมืดไปตลอดทั้งชีวิต
สำหรับผู้มีจิตใจอันเป็นกุศล เชิญร่วมบริจาคต่อยอดความเติบโตของน้องโอปอ ในชื่อบัญชี เพื่อเด็กหญิงปาริชาติ เถาวัลย์ ได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย หมายเลขบัญชี 609-2-71634-1



