
'ตู้อบ'แสงอาทิตย์-แปรรูปอาหาร
ผลิต 'ตู้อบ' แสงอาทิตย์-ไม้ฟืน หนุนแปรรูปอาหาร-ลดเน่าเสีย
จากปัญหาที่ชาวประมง โดยเฉพาะผู้อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตามเกาะแก่งต่างๆ ที่มักประสบเรื่องการนำสัตว์ทะเลจำหน่ายไปยังผู้บริโภค ด้วยระยะทางที่ห่างไกลจากชายฝั่งหลายกิโลเมตร จึงต้องเลือกวิธีการแช่แข็งแทน ทว่า ผลทำให้สัตว์น้ำที่จับมาบางส่วนเน่าเสีย กระทั่งสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก เป็นเหตุผลให้ สุทธิรักษ์ เพชรรัตน์ นักวิทยาศาสตร์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และทีมงาน ผลิต "ตู้อบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์-ไม้ฟืน" ที่นอกจากช่วยลดการเน่าเสียได้แล้ว ยังช่วยแปรรูปสัตว์น้ำเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้ด้วย
"สุทธิรักษ์" หัวหน้าโครงการวิจัย บอกว่า ด้วยปัญหาดังกล่าวข้างต้น ที่เราได้ประสบจากคำบอกเล่าของผู้ประกอบอาชีพประมงดังกล่าว คณะอุตสาหกรรมเกษตร จึงได้ผลิตตู้อบพลังแสงอาทิตย์และไม้ฟืน ไปติดตั้งบนพื้นที่เกาะบุโหลนดอน และเกาะบุโหลนเล จ.สตูล ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่บนเกาะนี้ประกอบอาชีพทำประมง
"ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะ บุโหลนดอนและเกาะบุโหลนเล จ.สตูล ซึ่งส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงหาเลี้ยงครอบครัว มักจะประสบปัญหาเรื่องการจำหน่ายสัตว์ทะเลไปยังผู้บริโภค เนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลจากชายฝั่งถึง 20 กิโลเมตร ทำให้ชาวประมงเลือกวิธีการแช่แข็งสัตว์น้ำให้มีปริมาณมากพอที่จะคุ้มค่ากับต้นทุนขนส่ง ทำให้สัตว์น้ำที่จับมาเพื่อจำหน่ายบางส่วนเกิดการเน่าเสีย ส่งผลให้ระยะเวลาที่ผ่านมาต้องสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก" หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวถึงเหตุผลของการติดตั้งตู้อบบนพื้นที่ดังกล่าว
ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงผลิตตู้อบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งให้ความร้อน และออกแบบให้สามารถใช้ไม้ฟืนเป็นแหล่งให้ความร้อนในขณะที่ไม่มีแสงแดด ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อมอบให้แก่ชาวบ้านใช้เป็นเครื่องมือแปรรูปอาหารทะเลด้วยวิธีการทำแห้งด้วยตู้อบ เช่น ปลาตากแห้ง กุ้งแห้ง หมึกตากแห้ง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาได้นานโดยไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ช่วยลดปริมาณน้ำหนักการขนส่ง และลดต้นทุนเก็บรักษา อีกทั้งเจ้าตู้อบดังกล่าวนี้ ยังเพิ่มมูลค่าให้สัตว์ทะเลเหล่านี้นอกเหนือจากทำให้แห้งแล้ว ยังแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ จำหน่าย เป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่เหล่าสัตว์น้ำได้อีกทาง
“การแปรรูปอาหารทะเลด้วยตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ชาวบ้านนำมาใช้แปรรูปอาหารทะเลให้สามารถเก็บรักษาสัตว์น้ำได้ยาวนานขึ้น อีกทั้งใช้เจ้าตู้อบตัวนี้แปรรูปเป็นสินค้าอื่นๆ ในรูปแบบสินค้าโอท็อป ก็เพื่อช่วยสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตของชาวบ้านได้อย่างยั่งยืน” สุทธิรักษ์ กล่าว
พร้อมระบุอีกว่า คณะผู้วิจัยจึงได้เปิดอบรมให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสุขลักษณะที่ดีในการแปรรูปอาหาร ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร (จีเอ็มพี) รวมถึงถ่ายทอดวิธีการแปรรูปสัตว์น้ำโดยใช้ประโยชน์จากตู้อบด้วย อีกทั้งอบรมการแปรรูปมะม่วงและมันสำปะหลัง คือการทำมะม่วงกวน มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่ม และมันสำปะหลังทอดกรอบ ซึ่งพืชทั้งสองชนิดนี้นิยมปลูกกันมากบนพื้นที่เกาะบุโหลน เพื่อส่งเสริมอาชีพและเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่เกาะบุโหลน ในช่วงที่ไม่สามารถออกไปทำประมงในช่วงฤดูมรสุมอีกด้วย
ทั้งนี้ เกษตรกรท่านใดสนใจรายละเอียด หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ตู้อบที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์-ไม้ฟืน" หรือรายละเอียดเกี่ยวกับการแปรรูปอาหารดังกล่าวข้งต้น สามารถติดต่อได้ที่ อ.พิภพ ฆ้องวง โทร.08-1929-8864 หรือ 0-2248-7967-8 ต่อ 127 ในวันเวลาราชการ



