ไลฟ์สไตล์

ครูผู้เปลี่ยนพฤติกรรมเด็กด้วย'ม้า'

ครูผู้เปลี่ยนพฤติกรรมเด็กด้วย'ม้า'

09 ก.ค. 2555

'ธนภัทร ตวงวิไล' ครูผู้เปลี่ยนพฤติกรรมเด็กด้วย 'ม้า' : สกู๊ป : โดย ... ทีมข่าวการศึกษา

          ชีวิตของ “ครู” มีผู้เปรียบไว้ว่า เป็น “เรือจ้าง” พาลูกศิษย์เดินทางข้ามฝั่งแม่น้ำไปสู่จุดหมายปลายทางคือความสำเร็จในชีวิต แต่สำหรับครูหนุ่มจากเมืองพระยาแล กลับทิ้งด้ามพาย คว้าสายบังเหียน พาลูกศิษย์ก้าวไปสู่เป้าหมายเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่คือการเป็น “คนดี”

 

          เพราะที่ โรงเรียนบ้านส้มป่อย อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ ได้มีการนำ “ม้า” มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างเสริมพัฒนาการให้แก่เด็กด้อยโอกาสที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายและสติปัญญาผ่าน “โครงการอาชาบำบัดเพื่อปรับพฤติกรรมนักเรียน” มาตั้งแต่ปี 2552 จนประสบผลสำเร็จ และขยายผลไปสู่การปรับพฤติกรรมเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสในปัจจุบัน

          “ธนภัทร ตวงวิไล” ครูผู้ได้รับ “ทุนครูสอนดี” จาก “โครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่อง ครูสอนดี” ที่ขับเคลื่อนโดย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เล่าถึงที่มาของโครงการว่า เกิดจากการซื้อม้ามาเพื่อรักษาอาการสมาธิสั้นของลูกชาย หลังจากนั้นจึงพบว่า ม้ายังช่วยแก้ปัญหาในด้านพฤติกรรมให้แก่เด็กปกติทั่วไปได้อีกด้วย

          “สำหรับเด็กที่สมาธิสั้น ปกติแล้วเขาจะไม่มีความมั่นใจ ไม่สุงสิงกับใครและจะกลายเป็นเด็กที่ขาดสังคมไปโดยปริยาย แต่พอซื้อม้ามาฝึกให้ลูก ก็จะมีเด็กวัยเดียวกันที่สนใจเข้ามา จนกลายเป็นสังคมเล็กๆ ลูกก็มีเพื่อน มีความสดชื่นมากขึ้น กล้าที่จะออกมาสู่โลกภายนอก จึงตัดสินใจนำเงินทุนอีกก้อนหนึ่งซื้อม้ามาให้เด็กคนอื่นที่สนใจ” ครูธนภัทรเล่าถึงที่มา 

          นายเชาว์ บุญเทียม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านส้มป่อย กล่าวว่า โครงการนี้เน้นเด็กนักเรียนอาจจะมีปัญหาในเรื่องของความประพฤติ ปัญหาด้านร่างกาย สมาธิสั้น เรียนช้า หรือมีปัญหาทางด้านครอบครัว โดยจะพยายามดึงเด็กกลุ่มนี้เข้ามาทำกิจกรรมนอกเวลาเรียน 

          “เด็กที่เข้าร่วมโครงการอาชาบำบัดจะได้ในเรื่องของสมาธิในการบังคับม้า ที่ส่งผลถึงสมาธิในการเรียน เด็กจะมีความสัมพันธ์และพฤติกรรมที่ดีขึ้นกับเพื่อนในโรงเรียน และคนในชุมชน ที่สำคัญยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตัวเด็กเอง เวลาที่ไปแสดงการขี่ม้าแล้วมีคนปรบมือให้" ผอ.เชาว์ระบุ

          โดยในช่วงแรกที่ดำเนินกิจกรรม ได้ใช้ม้าเพื่อบำบัดฟื้นฟูเด็กนักเรียนที่พิการซ้ำซ้อน ต่อมาเห็นว่ามีเด็กนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งที่สังคมมักมองข้าม เพราะพวกเขาขาดทั้งความสามารถในเชิงวิชาการ ขาดความสามารถในด้านกิจกรรม ซ้ำยังขาดโอกาสจากสังคม ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ จึงขยายผล “อาชาบำบัด” เพื่อนำไปสู่สร้างทักษะชีวิต ปลูกฝังจิตสาธารณะให้แก่เด็กด้อยโอกาส 

          “เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กเหลือจากสังคมทั่วไป แล้วเขาก็จะชอบหาจุดเด่นให้ตัวเอง บางคนก็คว้าสิ่งที่ดี เพื่อให้เป็นจุดเด่นแก่ตัวเอง แต่บางคนก็เอนไปทางด้านยาเสพติด บุหรี่ เหล้า แต่ถ้าเราดึงเขาเข้ามาในจุดนี้ ให้เขามีความรักความผูกพันกับสัตว์ ซึ่งจะทำให้เขามีความอ่อนโยน มีความเมตตา พฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กก็จะลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน" ครูธนภัทรเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

          โครงการนี้จะเน้นให้เด็กนักเรียนได้ทำกิจกรรมร่วมกับม้า นับตั้งแต่ศึกษาประโยชน์ของม้า ศึกษาการดูแลรักษาม้า ฝึกขี่ม้า โดยมีกติการ่วมกันคือ ต้องมีความสามัคคี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และต้องยอมรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนในกลุ่ม โดยยึดหลักเหตุและผล

          “ประโยชน์ที่เด็กจะได้จากม้ามี 2 อย่างด้วยกัน หนึ่งคือด้านทักษะชีวิต แบ่งเป็นด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เป็นสิ่งที่มุ่งหวัง สองคือจิตสาธารณะ เด็กจะคอยช่วยเหลือกัน พี่สอนน้อง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนในสังคม อยู่ในสังคมอย่างมีค่าและไม่ก่อปัญหาให้สังคม เพราะเขาพร้อมจะเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีเหมือนอย่างที่เขาได้ปฏิบัติกับม้าและม้าได้ปฏิบัติต่อเขา" ครูธนภัทรกล่าว

          ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ แม้จะต้องควักทุนส่วนตัวไปร่วม 3 แสนบาท แต่ครูหนุ่มจากเมืองพระยาแลผู้นี้ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าการให้ลูกศิษย์เป็นคนดี และขอเพียงแค่เด็กกลุ่มนี้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ก็คือว่าสิ่งที่ลงแรงลงทุนไปนั้นคุ้มค่าแล้ว

 

          “ผมเชื่อว่า เมื่อเด็กกลุ่มนี้ได้รับโอกาส ได้รับการปรับพฤติกรรม ชีวิตของเขาก็จะมีคุณค่า มีทักษะ และสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจในตัวเอง” ครูธนภัทรสรุป

 

 

----------

(หมายเหตุ : 'ธนภัทร ตวงวิไล' ครูผู้เปลี่ยนพฤติกรรมเด็กด้วย 'ม้า' : สกู๊ป : โดย ... ทีมข่าวการศึกษา)

----------