ไลฟ์สไตล์

ลอดช่องสิงคโปร์แห้ง-ผลิตภัณฑ์เงินล้าน

ลอดช่องสิงคโปร์แห้ง-ผลิตภัณฑ์เงินล้าน

07 ก.ค. 2555

ทำลอดช่องสิงคโปร์แห้งสูตรโบราณ ผลิตภัณฑ์เงินล้านชุมชนสายบัว 38 : โดย ... ดลมนัส กาเจ

          ที่จริง "กัญญาลักษณ์ ตระกูลชีวพานิตต์" หรือ "ผู้ใหญ่หวาน" เติบโตมาจากธุรกิจด้านการก่อสร้างหรือเรียลเอสเตท ทั้งทำบ้านจัดสรร และโรงแรม แต่ด้วยความเป็นผู้นำชุมชนในฐานะผู้ใหญ่บ้านหญิงในในชุมชนสายบัว 38 ซ.รามอินทรา 76 ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ สมัยนั้น เห็นลูกบ้านตกงานที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเมื่อปี 2540 จึงตัดสินใจไปเรียนการทำลอดช่องสิงคโปร์แห้งที่มหาวิทยาลับราชมงคลล้านนา จ.พิษณุโลก กลับมารวบรวมลูกบ้านกว่า 10 คน ตั้ง "กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัว 38" ผลิตทำลอดช่องสิงคโปร์แห้ง ทำให้ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียนเข้ากลุ่มปีละนับล้านบาท 

 

          กัญญาลักษณ์ บอกว่า พิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งที่เริ่มก่อตัวเมื่อปี 2539 มีลูกบ้านตกงานจำนวนมาก เลยคิดว่าต้องหาทนทางที่จะช่วยลูกบ้าน พอดีพบงานวิจัยมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จ.พิษณุโลก ที่วิจัยเกี่ยวกับการทำลอดช่องสิงคโปร์แห้งสามารถเก็บได้นาน จึงคิดจะต่อยอดสร้างเป็นอาชีพให้ชุมชนได้ จึงตัดสินใจเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา เพื่อขอเรียนรู้ ปรากฏว่าได้รับความอนุเคราะห์จากทางมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี อาจารย์ผู้สอนบอกขั้นตอนต่างๆทุกอย่างโดยไม่ต้องเสียค่าใช่ใช่จ่ายใดๆ จากนั้นกลับมารวบรวมลูกบ้านที่ตกงานมารวมตัวตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัว 38 ขึ้นมา เพื่อผลิตทำลอดช่องสิงคโปร์แห้งสูตรสมุนไพรซึ่งถือเป็นสูตรโบารณตามแบบฉบับที่มหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา วิจัยมา อาทิ สีเขียว เป็นสูตรดั้งเดิมมีส่วนผสมน้ำสมุนไพรจากใบเตย สีม่วงจากดอกกระเจี๊ยบแดง และสีม่วงจากดอกอัญชัญ ช่วงแรกผลิตออกมาขายเป็นกิโลในราคากิโลกรัมละ 60 บาท

          "ฉันคิดว่าลอดช่องสิงคโปร์คนไทยเราชอบบริโภคกันแทบทุกครัวเรือน แต่ปัญหาว่าจะเก็บนานไม่ได้ พอไปเรียนทำลอดช่องสิงคโปร์จากมหาวิทยาลัยราชมงคลล้านนา จ.พิษณุโลก กลับมาสอนลูกบ้าน พอทำได้แรกๆ หาตลาดด้วยการเสนอขายตามร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ยอมรับช่วงแรกๆ ไม่ค่อยดีนัก กระทั่ง 2 ปีผ่านไปฉันไปสอนในต่างจังหวัดทำให้ชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จัก ตลาดเริ่มดีขึ้นหลังจากที่ลูกสาวคือ วราพร ตระกูลชีวพานิตต์ จบปริญญาโทด้านการตลาดที่สถาบัณพัฒนบริหารศาตร์ หรือนิด้า มาช่วยด้านการตลาดขายผ่านอินเทอร์เน็ต และช่วยด้านการบรรจุภัณฑ์ประกอบกับสินค้าได้รับการคัดสรรเป็นสินค้าโอท็อป 4 ดาวของเขตคันนายาวปี 2547 ทำให้มีโอกาสไปขายในงานโอท็อปที่เมืองทอง ส่งผลทำให้คนรู้จักมาขึ้นและตลาดโตขึ้นเรื่อยๆ" กัญญาลักษณ์ กล่าวอย่างภูมิใจ

          ปัจจุบันเธอบอกว่า มีสมาชิกในกลุ่มอยู่กว่า 20 คนมาช่วยงาน เพื่อผลิตลอดช่องสิงคโปร์แห้งตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งมา ล้วนแต่เป็นลูกค้าประจำทั้งในโรงแรมชั้นนำในเมืองกรุง ภัตตาคาร สวนอาหาร และผู้ที่สั่งเพื่อนำไปขายตามตลาดต่างๆ วันละกว่า 100 กิโลกรัม มีทั้งบรรจุถุงขนาด 100 กรัม ขายราคาส่งถุงละ 15 บาท ขายปลีก 20 บาท เมื่อนำมาปรุงเพื่อบริโภคจะได้จะถุงละ 4 ถ้วยพอดี หากขายเป็นกิโลราคากิโลกรัมละ 100 บาท ทำให้มีเงินหมุ่นเวียนเข้ากลุ่มเดือนเป็นหลักแสนบาทหรือปีกว่า 1 ล้านบาท 

          "ตอนนี้ธุรกิจเรียลเอสเตทก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม แต่เป็นกิจการที่เล็กลงแล้ว ส่วนการทำลอดช่องนั้น ถือเป็นงานที่ช่วยเหลือชุมชน ตอนนี้สมาชิกที่มาช่วยจะมีรายได้วันละ 250-300 บาท จ่ายเป็นเดือนตกคนละ 6,000-7,500 บาท โดยไม่ต้องไปหางานที่อื่น ส่วนตัวเองบางครั้งก็ต้องไปเป็นวิทยากรสอนตามชุมชนต่างๆ ด้วย เราไม่หวงวิชา เพราะต้องการให้คนมีงานทำ ถือเป็นการทำบุญอีกแบบหนึ่ง" กัญญาลักษณ์กล่าว            

          นับเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ประสบผลสำเร็จที่เป็นแบบอย่างที่ดีอีกกลุ่มหนึ่ง ที่สามารถสร้างงาน สร้างเงินให้ชุมชนได้ปีนับล้านบาท หากใครสนใจที่อยากเรียนรู้การทำลอดช่องสิงคโปร์เพื่อรับประทานเองหรือทำขาย สามารถติดต่อได้ที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัว 38 ใน ซ.รามอินทรา 76 ถ.รามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ โทร.08-9664-3402, 08-5055-3830

 

----------

ทำลอดช่องสิงคโปร์แห้งกินเอง

          สำหรับขั้นตอนและสูตรการทำลอดช่องสิงคโปร์สูตรโบราณของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัว 38 นั้น เริ่มดังนี้

          1. เริ่มจากต้มน้ำสมุนไพรอย่างหนึ่งที่ต้องการจนเดือด

          2. เตรียมแป้งมันสำปะหลัง 3 กก.เทลงในครื่องผสมแป้งหรือกวน หรือถ้าไม่มีใช้มือนวดก็ได้

          3. ตามด้วยน้ำสมุนไพรที่ต้องการ อาทิ ใบเตย ดอกอัญชัญ หรือน้ำกระเจี๊ยบ กำลังเดือดกรองให้ได้ 3 ถ้วยตวง หรือ 1-1.5 ลิตร เทลงตามไป

          4. เปิดเครื่องกวนราว 15 นาที จนแป้งกับเข้ากันและเหนียว

          5. นำแป้งที่เหนียวมานวดให้เข้ากัน แล้วตัดเป็นท่อนๆ ขนาดพอดีกับเครื่องรีดที่สามารถหาซื้อได้ในราคาเพียงกว่า 2,000 บาท หากไม่มีใช้ขวดคลึงจนแบนหนาราว 2-3 มล.จากนั้นมาตัดอีกให้พอดีกับเครื่องตัดเส้น ซึ่งใช้เครื่องเดียวกันกับเครื่องรีด เพียงเปลี่ยนอุปกรณ์เฉพาะเท่านั้น

          6. นำเส้นลอดช่องดิบที่ตัดเป็นเส้นแล้วใส่ถาดตากแดดเพียง 6 ชั่วโมง สามารถนำมารับประทาน หรือบรรจุถึงขนาดถุงละ 100 กรัม สามารถเก็บได้เป็นอาทิตย์

 

วิธีนำมารับประทาน

          ต้มน้ำสะอาดให้เดือด แล้วเทชอดช่องสิงคโปร์แห้งลงไปจนเส้นลอดช่องสิงคโปร์ลอยขึ้นมา ตักใส่ถ้วย ผสมกับเนื้อขนุนตามเหมาะสม ใส่น้ำเชื่อมให้ดี ตามด้วยน้ำแข็งไส เติมนมสดหรือกะทิเล็กน้อยสามารถรับประทานได้เลย

 

----------

(หมายเหตุ : ทำลอดช่องสิงคโปร์แห้งสูตรโบราณ ผลิตภัณฑ์เงินล้านชุมชนสายบัว 38 : โดย ... ดลมนัส  กาเจ)

----------