
กดชัตเตอร์แสดงพลังแห่งการให้
กดชัตเตอร์แสดงพลังแห่งการให้
จุดเล็กๆ แต่เมื่อมารวมตัวกันก็สามารถเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ และนี่คือแรงผลักดันให้บริษัท เชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด นำโดย ไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร ร่วมกับ วัชระ แวววุฒินันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ผู้ผลิตรายการเจาะใจ ผนึกกำลังสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้สังคมไทยภายใต้โครงการเพาเวอร์ ออฟ ฮิวแมน เอนเนอยี พลังคนสร้างสรรค์โลก ตั้งใจชักชวนผู้ที่สนใจและรักการถ่ายภาพร่วมส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัล 1 แสนบาท แล้วส่งมอบให้มูลนิธิในดวงใจ โดยบริษัทเชฟรอนจะสมทบอีก 1 แสนบาท เป็นการแสดงพลังของการให้ โดยจัดงานเปิดตัวโครงการขึ้นที่โซนอีเดน ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันก่อน
พ่องานใหญ่ ไพโรจน์ กล่าวถึงโครงการพลังคนสร้างสรรค์โลกว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการพิเศษในโอกาสที่เชฟรอนจะครบ 50 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ดังนั้นเพื่อเฉลิมฉลองร่วมกับคนทั้งประเทศและเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจด้วยพลังจากภาพถ่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่บริษัททยึดมั่นเสมอมา ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจคือ การพัฒนาพลังคนเพราะเราเชื่อว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นได้จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากคนแต่ละคนในสังคมโครงการนี้จึงเกิดขึ้น
อีกหนึ่งแรงขับเคลื่อน วัชระ กล่าวว่า รายการเจาะใจยืนหยัดในแนวทางการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนในสังคมตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และครั้งนี้เมื่อมีโครงการดังกล่าวขึ้น ซึ่งตรงกับปณิธานของรายการจึงเข้ามาร่วมเป็นผู้ดำเนินการจัดการประกวดภาพถ่าย ทั้งยังจะทำหน้าที่ในการตีฆ้องให้ประชาชนได้รับทราบถึงโครงการดีๆ และยังนำเสนอเรื่องราวการส่งต่อแรงบันดาลใจในเชิงสารคดีสั้นอีก 6 ตอน
ทั้งนี้ภายในงานนอกจากนิทรรศการภาพถ่ายของช่างภาพกิตติมศักดิ์ จากหลากหลายวงการที่นำมาจัดแสดงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวถึง "พลังคน" แล้ว เจ้าภาพยังได้เชิญกูรูด้านถ่ายภาพอย่าง วรนันท์ ชัชวาลทิพากร ศิลปินแห่งชาติปี 2552 สาขาทัศนศิลป์ ด้านภาพถ่าย และ ธีรภาพ โลหิตกุล ช่างภาพอิสระและนักเขียนสารคดี มาร่วมถ่ายทอดเทคนิคและแนวทางในการคัดเลือกภาพ โดย วรนันท์ กล่าวถึงความหมายของการถ่ายภาพที่ดีคือ ก่อนอื่นจะต้องมองภาพด้วยตาเปล่า จำรายละเอียดของเหตุการณ์ รู้ทิศทางแสงแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์
"ภาพที่จะมีเอกภาพและจุดเด่นต้องมีองค์ประกอบของเรื่องราว สามารถถ่ายทอดให้คนดูได้เข้าใจอย่างง่ายๆ ส่วนเรื่องของการประกวดภาพในหัวข้อดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเป็นภาพคนอย่างเดียว อาจจะเป็นภาพสิ่งปลูกสร้างหรือที่ไม่มีชีวิตก็ได้ แต่สามารถบอกเล่าเรื่องราวการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ ขอแค่ขยันฝึกถ่ายภาพและเข้าไปดูงานของช่างภาพเก่งๆ ไว้เป็นแบบอย่าง แต่ไม่ใช่เพื่อเลียนแบบ"
เช่นเดียวกับ ธีรภาพ แนะนำนักกดชัตเตอร์มือใหม่ว่าอย่ากังวลหรือให้ความสำคัญกับเรื่องอุปกรณ์และวัตถุดิบในที่นี้หมายถึงสถานที่ถ่ายภาพมากเกินไป แค่กล้องธรรมดากับสายไฟระโยงระยาง รั้วบ้านแปลกๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ให้สวยงามได้ ภายใต้องค์ประกอบหลักๆ 2 ข้อ คือ เรื่องราว และ ศิลปะภาพถ่าย
"เอาแค่ว่าศึกษาอุปกรณ์ที่มีอยู่ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง เพราะกล้องดิจิทัลในปัจจุบันมีฟังก์ชั่นคล้ายๆ กัน เหมือนๆ กัน และพยายามใช้ให้ได้ตามขีดความสามารถของกล้อง บวกกับพยายามศึกษาการถ่ายภาพจากคนอื่น ฝึกถ่ายภาพมุมแปลกๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ เพราะการถ่ายภาพไม่จำเป็นต้องมีกรอบแต่กล้องดิจิทัลทำให้คนรุ่นใหม่ขาดความใส่ใจในการนำเสนอศิลปะภาพถ่าย เนื่องจากคิดว่าถ่ายไม่ดีก็ลบทิ้งได้ ซึ่งไม่เพียงจะทำให้ใช้พลังงานสิ้นเปลืองในทางอ้อมยังทำให้ภาพขาดการนำเสนอเรื่องราวที่ดี"
ปิดท้ายที่ สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ บรรณาธิการบริหารหนังสือสารคดีกล่าวถึงช่องทางการร่วมส่งภาพเข้าประกวดว่า ผู้สนใจสามารถส่งภาพได้ที่นิตยสารคดี เลขที่ 28, 30 ถนนปรินายก แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ระบุมุมซองว่าโครงการประกวด หมดเขตส่งภาพถ่ายวันที่ 20 สิงหาคมนี้ และจะประกาศผลการตัดสินเดือนกันยายน



