ไลฟ์สไตล์

เนรมิตเหมืองเก่าปลูกปาล์ม

เนรมิตเหมืองเก่าปลูกปาล์ม

06 ก.ค. 2555

เนรมิตเหมืองเก่า 'ป่าเทือกเขานมสาว' ปลูกปาล์มป้อนโรงงานไบโอดีเซล

          จากการที่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา จัดหาที่ดินว่างเปล่าในเขตพื้นที่ จ.พังงาและระนอง โดยมีพระประสงค์ให้ปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อนำผลผลิตที่ได้ป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตไบโอดีเซล พร้อมให้จัดแปลงเกษตรผสมผสานเพื่อเป็นตัวอย่างให้เกษตรกรเข้ามาดูงานและศึกษาเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น ทำให้กรมวิชาการเกษตรได้สนองงานตามแนวพระราชดำริ โดยจัดทำ “โครงการศึกษาทดลองการปลูกปาล์มน้ำมันของมูลนิธิชัยพัฒนา” ในพื้นที่ป่าเทือกเขานมสาว ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ปรากฏว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ปัจจุบันกลายเป็นต้นแบบให้แก่ผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้ทุกวัน 

 

          นายไพโรจน์ สุวรรณจินดา รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า โครงการศึกษาทดลองการปลูกปาล์มน้ำมันของมูลนิธิชัยพัฒนาที่ป่าเทือกเขานมสาวนั้น ทางสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 (สวพ.7) กรมวิชาการเกษตร ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาเริ่มดำเนินโครงการ เพื่อเป็นโครงการศึกษาทดสอบการปลูกปาล์มน้ำมันของมูลนิธิชัยพัฒนาตั้งแต่ปีเดือนมีนาคม 2549 ในพื้นที่เหมืองแร่ร้าง 621 ไร่ ที่มีสภาพพื้นที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช และสภาพดินเป็นดินทรายปนหิน มีปริมาณอินทรียวัตถุต่ำมาก และไม่มีชั้นหน้าดินด้วย จึงวางแผนปลูกสร้างสวนปาล์มน้ำมันขึ้นมา เริ่มจากการปรับสภาพพื้นที่ให้มีความเหมาะสมต่อการปลูกปาล์มน้ำมัน ด้วยปลูกพืชตระกูลถั่วคลุมดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและรักษาความชื้นในดิน 

          จากนั้นจัดระบบการปลูกแบบหลุมใหญ่ ขนาด 1x1x1 เมตร ใส่ปุ๋ยหมักลงในหลุมปลูก 50 กก./หลุม เพื่อต้นกล้าปาล์มน้ำมันเจริญเติบโตดีในระยะแรก ทั้งยังทำการคลุมโคนต้นด้วยทะลายเปล่าปาล์มน้ำมัน 200 กก./ต้น/ปี เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดินและเพิ่มการทำงานของจุลินทรีย์ในดิน และเก็บรักษาความชื้นในดิน จากนั้นปลูกปาล์มน้ำมันพันธุ์ลูกผสมสุราษฎร์ธานี 1-6 จำนวน 420 ต้น บนเนื้อที่ 25 ไร่ ในเดือนเมษายน 2549 และทยอยปลูกปาล์มน้ำมันสายพันธุ์คอมแพ็กท์ กาน่า (Compact Ghana) จำนวน 6,883 ต้น พื้นที่ 430 ไร่ ปัจจุบันมีปาล์มน้ำมันในแปลงต้นแบบรวม 7,303 ต้น มีอายุแตกต่างกัน ส่วนการดูสวนปาล์มน้ำมันนั้น ทำตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ทั้งการกำจัดวัชพืชรอบๆ โคนต้นปาล์ม การใส่ปุ๋ย การป้องกันกำจัดหนู โรค แมลงศัตรูพืช การปรับปรุงบำรุงดิน การวิเคราะห์ดินและใบปาล์มน้ำมัน รวมถึงการเก็บเกี่ยวในระยะสุกที่เหมาะสมเป็นต้น  

          ด้าน นายสุรกิตติ ศรีกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการผลิตพืชภาคใต้ตอนบน กรมวิชาการเกษตร เสริมว่า ผลการศึกษาตลอดระยะเวลา 6 ปี พบว่า ปาล์มน้ำมันมีการเจริญเติบโตดีพออายุ 3 ปีสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เฉลี่ยแบ่งตามช่วงอายุดังนี้คือ 3-4 ปี ได้ผลผลิตไร่ละ 1,146 กก./ปี อายุ 4-5 ปี ได้ผลผลิตไร่ละ 2,301 กก./ปี มีรายได้จากการขายทะลายปาล์มสดรวม 1,326,000 บาท คาดว่า เมื่อปาล์มน้ำมันอายุได้ 7 ปีจะมีผลผลิตไม่ต่ำกว่าปีละ 1,000 ตัน มูลนิธิชัยพัฒนาจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 5,250,000 บาท 

          จากการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้มีแปลงปลูกปาล์มน้ำมันต้นแบบ “คุระบุรี โมเดล” (Kuraburi model) โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตรในการปลูกและจัดการสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถใช้เป็นศูนย์เรียนในการปลูกปาล์มน้ำมันได้ โดยเกษตรกรและผู้สนใจเข้าไปศึกษาเรียนรู้การจัดการสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ปีละประมาณ 1,000 ราย

 

          หากสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีการปลูกและจัดการสวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม สอบถามได้ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 โทร.0-7725-9445-6 หรือศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันสุราษฎร์ธานี โทร.0-7725-9450