ไลฟ์สไตล์

วอนรัฐแก้วิกฤติราคามะพร้าว

วอนรัฐแก้วิกฤติราคามะพร้าว

02 ก.ค. 2555

วอนรัฐแก้วิกฤติราคามะพร้าว กรรมซ้ำสองกระหน่ำเกษตรกร : โดย ... ดลมนัส กาเจ

          นับตั้งแต่รัฐบาลอนุญาตให้มีการนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 และสินสุดลงเมื่อสิ้นเดือนพฤษภาคม 2555 ดูเหมือนว่าทำให้ราคามะพร้าวภายในประเทศตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันการนำเข้าเข้าจำนวน 5 แสนตัน หรือกว่า 35 ล้านผล ได้สิ้นสุดไปแล้ว แต่ราคามะพร้าวภายในประเทศยังไม่กระเตื้องต้นแต่อย่างใด ทั้งที่เกษตรกรชาวสวนมะพร้าวอีกนับหมื่นๆ รายที่ได้รับความเสียที่เกิดจากการระบาดของหนอนหัวดำและแมลงดำหนามในขณะนี้ 

 

          ข้อมูลด้านราคาของมะพร้าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวเริ่มตกต่ำหลุดเพดานผลละ 10 บาท มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 เหลือผลละ 8.59 บาท จากเดือนมีนาคม ที่ราคามะพร้าวผลละ 10.46 บาท (ดูตารางประกอบ) พอถึงเดือนมิถุนายน 2555 เหลือเพียง 4.21 บาท ขณะที่การซื้อขายในพื้นที่หรือหน้าสวน เกษตรกรหลายพื้นที่ต่างยืนยันว่าซื้อกันในท้องถิ่นเพียงลูกละ 2.50-3 บาทเท่านั้น จากเดิมทีเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ.2554) ราคาอยู่ที่ลูกละ 15-20 บาท 

          การที่สถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำในครั้งนี้ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวต่างเดือดร้อนอย่างทั่วหน้า เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบปัญหากับการระบาดของหนอนหัวดำและแมลงดำหนามที่ระบาดนับแสนๆไร่อยู่แล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ระบาดมากที่สุด ที่ นายอุดมเดช คนสมบูรณ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า เสียหายถึง 195,868 ไร่ จากพื้นที่ปลูกมะพร้าวจำนวน 401,012 ไร่ มีเกษตรกรที่เดือดร้อนถึง 23,443 ราย 

          สาเหตุที่ราคามะพร้าวตกต่ำในขณะนี้เกิดมาจากองค์ประกอบหลายปัจจัยด้วยกัน ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ส่งผลให้การส่งออกมะพร้าวในรูปแบบต่างๆ น้อยลง ขณะที่ นายประมวล พงษ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ได้ตั้งกระทู้ถามสด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในระหว่างประชุมสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ว่า เกิดจากที่รัฐบาลปล่อยให้มีการลักลอบนำเข้ามะพร้าวจากต่างประเทศ และนโยบายนำเข้ามะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย และอินโดนีเซีย จำนวน 5 แสนตัน หรือกว่า 35 ล้านผล ทำให้ราคามะพร้าวแก่ขนาดใหญ่ของชาวสวนภายในประเทศมีราคาผลละ 3 บาทเท่านั้น 

          อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บางจังหวัดที่เริ่มหันมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาบ้างแล้ว หลังจากเกษตรกรชาวสวนมะพร้าวในหลายจังหวัดออกมาเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นที่ จ.ประจวบคีรีคันขันธ์ สุราษฎร์ธานี และชุมพร เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลได้รับทราบถึงผลกระทบจากราคามะพร้าวตกต่ำ ติดต่อกันเป็นเวลานาน จนทำให้ชาวสวนมะพร้าวได้รับความเดือดร้อนกันเป็นอย่างมากในขณะนี้

          ล่าสุดผลจากการประชุมหน่วยงานที่ส่วนเกี่ยวข้องใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธาน มีการสรุปว่า จะนำงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 5 ล้านบาท สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ทันที เพื่อจัดซื้อมะพร้าวแห้งจากเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกมะพร้าวไว้ไม่เกิน 20 ไร่ ในราคามะพร้าวแห้งกิโลกรัมละ 18 บาท คาดว่าจะสามารถซื้อมะพร้าวแห้งได้กว่า 200 ตัน ในต้นเดือนกรกฎาคม 2555 แต่นั่นเป็นเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และแก้ปัญหาได้เพียงบางจุด บางส่วน แต่ในความเป็นจริง ชาวสวนมะพร้าวยังยืนยันว่า ราคาซื้อจริงในพื้นที่อยู่ที่ผลละ 3 บาทเท่านั้น

          นายพะสิน พัฒนปณชัย ประธานกลุ่มสมาชิกเลี้ยงแตนเบียนบราคอนบ้านจวนบน ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันว่า แม้จังหวัดจะใช้งบประมาณของ อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ แก้ปัญหาได้เพียงบางส่วนเฉพาะมะพร้าวแห้งเท่านั้น แต่ผลมะพร้าวสดที่มีการซื้อขายในสวนมะพร้าวราคาไม่เกิน 3 บาท เกษตรกรไม่สามารถที่จะอยู่ได้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลมาช่วยเหลืออย่างยั่งยืน อย่างน้อยราคามะพร้าวต้องผลละ 10 บาท เกษตรจึงจะอยู่ได้ 

          "ผมมีสวนมะพร้าวอยู่ 10 ไร่ เจอหนอนหัวดำและแมลงดำหนามระบาดทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 2552 ผมสู้มาจนเงินหมด สวนมะพร้าวเสียหาย ทำให้ผลผลิตลดลงกว่า 70% ตอนนี้ผมมองช่องทางปราบหนอนหัวดำได้แล้ว ด้วยการปล่อยแตนเบียนบราคอน จนต้นมะพร้าวฟื้นขึ้นมากว่า 70% แต่มาเจอมะพร้าวราคาตกต่ำไปอีก ตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้ว จึงอยากให้รัฐบาลมาช่วยอย่างจริงจังเหมือนที่รับจำนำราคาพืชเศรษฐกิจอย่างอื่นบ้าง" นายพะสิน กล่าว

          เช่นเดียวกับ นายคีรี ริดห้าว ชาวสวนมะพร้าวจากบ้านหนองตาเสือ ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี บอกว่า ราคามะพร้าวลดลงมา 2 เดือนแล้ว จากปีที่แล้วที่เคยขายผลละ 15-20 บาท พอมาต้นปีเหลือราคาผลละกว่า 10 บาท และลดลงมาเรื่อยๆ จนเหลือผลละ 2.50-3 บาท ทำให้เกษตรกรขาดรายได้เป็นอย่างมาก จึงอยากให้ภาครัฐมาช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านใน อ.กุยบุรี ส่วนใหญ่เป็นชาวสวนมะพร้าว การที่มะพร้าวราคาตกต่ำสร้างความเดือดร้อนอย่างทั่วหน้า เพราะเกษตรกรส่วนหนึ่งเดือดร้อนมาจากหนอนหัวดำและแมลงดำหนามอยู่แล้ว 

          สอดคล้องกับ นายปรีชา ซั่วต๋อ ประธานสหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานี จำกัด กล่าวว่า สหกรณ์การเกษตรเมืองสุราษฎร์ธานีมีสมาชิกทั้งหมดกว่า 800 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนมะพร้าว แต่หลังจากราคามะพร้าวตกต่ำมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2555 ทำให้สมาชิกต่างเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เพราะราคามะพร้าวที่คัดเอาผลใหญ่ขายได้เพียงผลละ 4 บาท มะพร้าวคละผลละ 3 บาท ขณะที่ราคาจ้างเก็บเกี่ยวผลมะพร้าวตกราคาผลละ 2-2.50 บาท เกษตรกรจะมีรายได้เพียงผลละไม่ถึง 1 บาท อยากถามว่า เกษตรกรจะอยู่กันได้อย่างไร จึงปล่อยให้มะพร้าวร่วงหล่นลงมาเอง เพราะไม่คุ้มที่จะจ้างคนเก็บเกี่ยวให้

          "ผมมีสวนเป็นมรดกอยู่ 10 ไร่ ที่ ต.คลองน้อย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ถ้าราคาตกต่ำอย่างนี้คงอยู่ไม่ได้ ขณะนี้ผมไปศึกษาเกี่ยวกับสวนปาล์มที่ อ.หลังสวน จ.ชุมพร เพราะหากราคามะพร้าวอยู่อย่างนี้ก็คงไม่ไหว แต่ผมมาคิดอีกทีว่า จะโค่นก็เสียดาย เพราะมะพร้าวเก่าแก่ และการดูแลง่ายด้วย สวนปาล์มราคาอยู่ได้ ล่าสุดทางจังหวัดบอกว่าจะซื้อในราคาผลละ 7 บาท ก็พอบรรเทาได้ระดับหนึ่ง แต่จะให้เกษตรกรอยู่ได้ในภาวะที่ราคาสินค้าแพงขึ้นทุกวันต้องผลละ 10 บาท" นายปรีชา กล่าว 

 

          นี่เป็นเสียงสะท้อนจากสวนมะพร้าว ที่กำลังเดือดร้อนทั้งโรคระบาดและราคาตกต่ำในขณะนี้

 

 

----------

(หมายเหตุ : วอนรัฐแก้วิกฤติราคามะพร้าว กรรมซ้ำสองกระหน่ำเกษตรกร : โดย ... ดลมนัส  กาเจ)

----------