ไลฟ์สไตล์

ไม่มีบรรยากาศต้องสร้างบรรยากาศ

ไม่มีบรรยากาศต้องสร้างบรรยากาศ

01 ก.ค. 2555

หนังสือที่เธอถือมา : ไม่มีบรรยากาศ ต้องสร้างบรรยากาศ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

1.“หลายสิ่งหลายอย่างต้องการบรรยากาศ ถ้าไม่มีบรรยากาศ ต้องสร้างบรรยากาศ”

                        ในเพิงร้านลาบ “สมชัยโภชนา” ที่บ้านขี้เหล็ก ชุมพวง โคราช เพื่อนกลุ่มหนึ่งนั่งกินดื่มอยู่ก่อนแล้ว ด้วยรายการอาหารที่เขาเลือกเขาถนัด ทั้งหนังกบทอด ผัดเผ็ดปลาไหล และที่เพิ่งนำมาวางบนโต๊ะร้อนๆ ควันฉุยๆ เห็นเครื่องปรุงสดๆ น้ำแกงข้นๆ และตัวโค้งงอยาวๆ ของมัน ก็คือ ต้มเปรตปลาไหล

                        แต่ไหนแต่ไร ผมไม่ใช่ผู้นิยมปลาไหล ไม่ถึงกับเกลียด เจอเพื่อนกินก็กินบ้าง  บางทีก็ซดแต่น้ำแกง เหมือนครั้งนี้ที่ซดแต่น้ำแกง เข้าตำรา “เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” หรือเปล่าไม่รู้ แต่ยอมรับว่าต้มเปรตปลาไหลของร้านนี้เขาอร่อยจริงๆ ตั้งแต่เห็นหน้าตาว่าน่ากิน กระทั่งได้พิสูจน์ด้วยการกินจริงๆ

                        ตอนพวกเราเข้าไปสมทบ เป็นเวลาใกล้ค่ำ ทำให้โต๊ะใต้เพิงเริ่มมืดๆ มัวๆ เพื่อนคนสั่งต้มเปรตปลาไหลมองออกไปข้างนอกเห็นแสงแดดบนลานโล่งกว้าง น่าย้ายโต๊ะออกไปข้างนอก เขาพูดปุ๊บก็ลุกขึ้นจัดแจงยกโต๊ะด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้เจ้าของร้านมาจัดให้ พวกเราจึงได้ออกไปนั่งโต๊ะเดิมและอาหารเดิม ในมุมพื้นที่ใหม่ที่สว่างด้วยแสงแดดยามเย็น จังหวะเวลาที่ดีอยู่แล้ว  ก็ดีขึ้นอีกอย่างคาดไม่ถึง มันดีกว่าที่จะนั่งอยู่ในมุมเดิมนั้นเยอะเลย เพียงเพราะมีผู้คิด และลงมือทำในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รายรอบตัว “หลายสิ่งหลายอย่างต้องการบรรยากาศ ถ้าไม่มีบรรยากาศ ต้องสร้างบรรยากาศ”

                        ผมพลอยแลเห็นและคิดอะไรบางอย่างได้  พอพูดคำบางคำออกไป เพื่อนๆ ต่างก็พากันโยงบรรยากาศวงข้าวปลา สู่บรรยากาศวงอื่นๆ ที่ไกลออกไป

 

2.“จุดประกายความใฝ่ฝัน  เพาะเมล็ดพันธุ์วรรณกรรม”

                        พวกเรานัดพบกันในค่าย กองทุนศิลปินครูบ้านป่า สลา คุณวุฒิ รุ่นที่ 36 ช่วงวันสุนทรภู่ ในฐานะกรรมการคนหนึ่งของกองทุนฯ เห็นตัวเลขของรุ่น รู้สึกตกใจไม่น้อย สมาชิกค่ายถ้าค่ายละ 100-200คน ถึงวันนี้ก็น่าจะนับได้หลายพันคน หลายเยาวชนนักเรียนที่ผ่านประสบการณ์ค่ายนี้ก็อาจเติบโต ผ่านโรงเรียน ผ่านมหาวิทยาลัย ผ่านทางเลือกชีวิต ไปทำงานต่างๆ ตามวิถีตัวเอง

                        “การเขียนการอ่านหนังสือก็ต้องการบรรยากาศ ถ้าไม่มีบรรยากาศ ก็ต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศนี่แหละ ค่ายส่งเสริมการเขียนการอ่านที่หลายแห่งจัดขึ้น รวมทั้งค่ายที่เรามา ก็คือการสร้างบรรยากาศ โดยคนเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความคิดความฝันร่วมกัน ไม่ต้องรอแต่นโยบายรัฐบาล  หรือปล่อยให้มันเลยตามเลยไปตามยถากรรม ถึงวันนี้คนที่เห็นคุณค่าหันมาอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง รู้จักคิดจักอ่าน รู้จักรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ก็มีมากขึ้นไม่น้อยเลย เพราะการสร้างบรรยากาศ-คำว่าบรรยากาศนี่มันก็อร่อยจริงๆ” เพื่อนหลายคน-เหมือนจะได้พูดประสานเสียงกันเช่นนั้นในวงต้มเปรตปลาไหล

3.บรรยากาศ-ยังกระตุ้นปรากฏให้เห็นอีกในหลายวง

                        ทั้งในวงของนักเรียนตัวเล็กๆ น้อยๆ ที่พากันวาดรูป แต่งกลอน แต่งเพลง ร้องเพลง อย่างสนุกสนานต่อหน้าพวกเรา และกระทั่งพวกเราเองที่ได้บรรยากาศดึกๆ ดื่นๆ หลังเลิกงาน พากันขุดกรุนิทานก้อมมาเล่ากันอย่างมโหฬารเฮฮาแบบไม่น่าเชื่อ ปราศจากบรรยากาศที่เหมาะสมของมัน  บางสิ่งบางอย่างก็ไม่อาจเกิดขึ้นง่ายๆ

                        ครูสลา คุณวุฒิ ยังไปร่วมสร้างหรือเปลี่ยนบรรยากาศอีกครั้งในวันสุดท้ายของงาน  ต่อหน้าครู บุคลากร นักเรียนสมาชิกค่ายจำนวนหนึ่ง และนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียน ในห้องประชุมใหญ่

                        โดยส่วนตัว-แม้เจอและฟังครูสลามาไม่รู้เท่าไหร่รอบแล้ว ก็ยังอยากฟังและฟังสนุกกับสิ่งที่เขาเล่าเรื่องบทเพลงและแรงบันดาลใจ ในแบบ “เมื่อแต่งเพลงนั้น กำลังฝันถึงสิ่งใด” เพลงบางเพลงแม้เรื่องราวและใช้คำเชยๆ แต่โด่งดังติดหูผู้คนอย่าง “รองเท้าหน้าห้อง” เขาก็เล่าได้อย่างให้เห็นภาพ สามารถเป็นตัวอย่างสำหรับวิธีการคิด การอ่าน การเขียน การเล่าเรื่อง จากปี 2525 ที่เขาแต่งเพลง “สาวชาวหอ” แบบเด็กหนุ่ม แล้วบรรยากาศได้พลิกผันให้เพลงนั้นได้รับการขับร้องโดยนักร้องยอดนิยม รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ชีวิตครูสลาก็เปลี่ยนแปลงพัฒนาในวงการเพลงลูกทุ่งไทยมาร่วมสามทศวรรษ

                        1.ขึ้นต้องโดนใจ 2.เนื้อในต้องคมชัด 3.ประหยัดคำไม่วกวน 4.ทำให้คนฟังนึกว่าเป็นเพลงของเขา 5.จบเรื่องราวประทับใจ (หลักประจำใจในการแต่งเพลงของ สลา คุณวุฒิ)

---------------------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : ไม่มีบรรยากาศ ต้องสร้างบรรยากาศ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)