
สัมผัส'รักษ์สหกรณ์'ที่เมืองเพชรร่วมปลูกฝังเยาวชนให้เข้มแข็ง
สัมผัส'รักษ์สหกรณ์'ที่เมืองเพชรร่วมปลูกฝังเยาวชนให้เข้มแข็ง : ท่องโลกเกษตร โดย... ดลมนัส กาเจ
ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2459 กิจการสหกรณ์ถือกำเนิดในประเทศไทยเป็นแห่งแรกที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นประเภทสหกรณ์หาทุนภายใต้ชื่อสหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้ นับจากวันนั้นมาถึงวันนี้กิจการสหกรณ์ถือกำเนิดมาแล้ว 96 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีกิจการสหกรณ์ทุกประเภทในประเทศไทยมีรวมกันราว 8,000 แห่ง ซึ่งในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นความสำคัญของกิจการสหกรณ์ พระองค์จึงทรงให้ความสำคัญกับกิจการนี้มาโดยตลอด และมีการพัฒนาระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับทรงมอบหมายให้ พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ องคมนตรีและประธานมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทรับผิดชอบดูแลงานด้านนี้โดยตรง
แม้กิจการของสหกรณ์ในประเทศไทยมีถึง 8,000 แห่ง แต่ในจำนวนนี้มีเพียงไม่กี่แห่งที่เข้มแข็งและทำหน้าที่ของสหกรณ์ได้บรรลุวัตถุประสงค์ ที่พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส กรมหมื่นพิทยาลงกรณทรงตั้งไว้ จึงทำให้หลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนต่างพยายามที่สนันบสนุนและส่งเสริมเพื่อให้ระบบสหกรณ์มีความเข็มแข็ง โดยเฉพาะเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ดูเหมือนว่าจะให้การสนับสนุนสหกรณ์ค่อนข้างเป็นรูปธรรม อย่างล่าสุด เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทร่วมกับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดโครงการมหกรรม “รักษ์สหกรณ์” ขึ้นที่โรงเรียนบ้านหุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยมี พล.อ.อ.กำธน เป็นประธานเปิด และมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก องคมนตรีร่วมในพิธีเปิดด้วย
สำหรับโครงการมหกรรม “รักษ์สหกรณ์” ขึ้นที่โรงเรียนบ้านหุบกะพง จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกรักถิ่นฐานบ้านเกิดให้เยาวชน ตลอดจนสร้างความเข้าใจในระบบสหกรณ์ให้เหล่าอนาคตของชาติ ซึ่งจากที่ทีมท่องโลกเกษตรเดินทางไปร่วมในงานนี้พบว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจและมีเยาวชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
พล.อ.อ.กำธน บอกว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าระบบสหกรณ์จะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน เมื่อทำแล้วจะทำให้ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนสุขสบายขึ้น มีอำนาจต่อรองมากขึ้น ไม่ว่าจะซื้อหรือจะขาย และการรับสนองพระราชดำริมาก็ไม่ได้มุ่งแต่เรื่องการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนเท่านั้น หากแต่มองถึงความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา การสาธารณสุข และอีกหลายๆ อย่าง รวมทั้งการป้องกันสิ่งที่ไม่ดีที่จะเกิดขึ้น
"สหกรณ์เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน ผมเองมีโอกาสได้ดูแลมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท ที่สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธินี้มีวัตถุประสงค์จะพัฒนาชีวิตของประชาชนในชนบท ผมก็ดึงเขาเข้ามาร่วมเพื่อพัฒนาชีวิตในชนบทที่นี่ มาช่วยกันดูแลตามอัตภาพ แล้วก็มีหน่วยงานอื่นๆ มาช่วยเหลือกัน เช่น กรมการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าเด็กเข้าใจในบทบาทของสหกรณ์ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่กิจการสหกรณ์จะมั่นคงขึ้น แต่ต้องอดทนและต้องหัดกันตั้งแต่เด็ก” พล.อ.อ.กำธน กล่าว
ด้าน นายวินัย จิตรัว ผู้จัดการทั่วไปซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมอาชีพและพัฒนาหมู่บ้านสหกรณ์มาตั้งแต่ปี 2540 ตามดำริของ พล.อ.อ.กำธน ในฐานะประธานมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ ที่ดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาระบบสหกรณ์และการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกและเยาวชนลูกหลานสหกรณ์ จึงได้มีการจัดกิจกรรมค่ายพักแรม 3 วัน 2 คืน ให้แก่เยาวชนเป็นประจำทุกปี ในพื้นที่สหกรณ์สันกำแพง จ.เชียงใหม่ และสหกรณ์ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการจัดกระบวนการพัฒนาเยาวชนและนักเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย และมีคณะกรรมการสหกรณ์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ร่วมเป็นคณะทำงาน โดยมีชาวซีพีเอฟจิตอาสาและนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในพื้นที่เป็นพี่เลี้ยงค่าย ดูแลน้องๆ ในระหว่างร่วมโครงการ
ส่วนในงานมหกรรมรักษ์สหกรณ์ ที่จัดขึ้นที่โรงเรียนบ้านหุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ในครั้งนั้นมีกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่นิทรรศการแสดงผลงานของสมาชิกโครงการที่สะท้อนให้เห็นวิถีชุมชน ที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาดำเนินงานจนประสบผลสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นสรรค์สร้างและพัฒนาโครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ หุบกะพง ดอนขุนห้วย หนองพลับ กลัดหลวง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.เพชรบุรี ให้มีความก้าวหน้า โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอเพียง กิจกรรมฐานการเรียนรู้เพื่อเยาวชน 6 ฐาน ได้แก่ ฐานวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงป่าละอู ฐานผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน ฐานเศรษฐกิจพอเพียง ฐานขยะแลกไข่ ฐานชวนน้องทำบัญชีสร้างความดีเพื่อพ่อหลวง ฐานปฐมพยาบาล และสต็อป ทีน มัม (Stop teen mom) โดยวิทยากรจากซีพี นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันกีฬาเยาวชนและชาวสหกรณ์ ทั้งฟุตบอล ตะกร้อ วอลเลย์บอลหญิง เปตอง รวมถึงกีฬาพื้นบ้าน
ด.ญ.จริยา ปัญญาศานติ หรือน้องเก๋ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประฐมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านป่าเด็ง หนึ่งในผู้ร่วมงานบอกว่า ดีใจที่มีโอกาสได้ร่วมโครงการดีๆ อย่างนี้ร่วมกับเพื่อนๆ กว่า 100 คนจาก 9 โรงเรียน และสนุกกับกิจกรมต่างๆ ที่พี่ๆ เลี้ยงค่ายจัดขึ้น แถมยังได้ความรู้จากฐานการเรียนรู้เหมือนเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียน หลังจากนี้เธอจะบอกเล่าถึงกิจกรรมให้เพื่อนที่ไม่ได้มาด้วย และชวนน้องๆ ให้มาร่วมกิจกรรมในปีต่อไป
ขณะที่ นายบุญพเรศ นาคสุวรรณ หรือ น้องวายุ จากมหาวิทยาลัยศิลปากรเพชรบุรี ที่ร่วมเป็นอาสามาดูแลน้องๆ บอกว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสมาเป็นวิทยากรย่อยและพี่เลี้ยงค่ายให้น้องๆ เขาตั้งใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเพราะไม่เพียงได้ช่วยกิจกรรมเพื่อสังคมเท่านั้น ยังเป็นการฝึกฝนตนเองด้านการเป็นวิทยากร การทำงานร่วมกันกับเพื่อนๆ ขณะเดียวกันก็ยังได้รับความรู้ต่างๆ ไปพร้อมๆ กับน้องๆ ได้รู้ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ มากมาย
ก็นับเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์อีกกิจกรรมหนึ่งที่ก่อให้เกิดการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหกรณ์ และสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชาวสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี
.......................................
(หมายเหตุ สัมผัส'รักษ์สหกรณ์'ที่เมืองเพชรร่วมปลูกฝังเยาวชนให้เข้มแข็ง : ท่องโลกเกษตร โดย... ดลมนัส กาเจ)



