
บิ๊กแบนด์ออร์เคสตราปั้นเยาวชนไทยรับอาเซียน
บิ๊กแบนด์ออร์เคสตราปั้นเยาวชนไทยรับอาเซียน : ขวัญเรียม แก้วสุวรรณ
"ไม่คิดเลยว่าจะเข้ารอบสุดท้ายมาได้ เพราะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่มาในวันนั้นเยอะมาก และอีกอย่างผมมีประสบการณ์ด้านกีตาร์แค่ปีเดียว แต่ไม่ได้คิดมาก เพราะคิดว่าจะมาหาประสบการณ์จากเวทีโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางดนตรี "Ruam Smai Big Band" เพื่อฝึกฝนให้ตัวเองเล่นได้มากกว่านี้" ทัตพงศ์ มาสุข หรือน้องเป้ วัย 16 ปี โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ราชบุรี เล่าถึงความรู้สึกหลังจากได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 50 คน ที่จะขึ้นแสดงคอนเสิร์ต "บิ๊กแบนด์ออร์เคสตรา" วงแรกในประเทศไทย ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
น้องเป้ เล่าว่า เมื่อทราบข่าวจากแม่ว่าจะมีการแข่งขันความสามารถทางด้านดนตรี ก็ไม่รอช้าที่จะมาสมัคร แม้ว่าจะฝึกเล่นกีตาร์มาแค่ปีเดียว หากเปรียบเทียบกับคนอื่นซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่ก็ทำให้ได้รับความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นมาก เช่น ปกติเล่นอยู่ที่บ้านก็จะเป็นการแกะโน้ตจากเพลง ใช้สัมผัสหูฟังแล้วก็เล่นเลย แต่ที่นี่ทีมงานจะสอนการดูโน้ตแบบเป็นสากล
"เมื่อก่อนคิดอยากเล่นยังไงก็เล่น ไม่สนตัวโน้ต แต่พอเรามาเล่นกับคนหมู่มากต้องเล่นให้เข้ากับเพื่อนทั้งหมด 50 คน แต่ก็ไม่ยากครับ เพราะคณะกรรมการและพี่ๆ ทีมงานจะสอนและฝึกซ้อม ซึ่งวันหนึ่งจะซ้อม 5-6 ชั่วโมง แต่เฉพาะเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หยุดแค่นั้นเพราะในวันธรรมดาอาจารย์ที่สอนก็จะให้การบ้านแต่ละคนไปฝึกซ้อมเครื่องดนตรีของตนเองที่บ้าน พอถึงวันเสาร์-อาทิตย์ก็มารวมวงกัน รวมๆ แล้วก็รวมวงกัน 15 ครั้ง" น้องเป้ กล่าว
เมื่อถูกถามว่าเหนื่อยไหม น้องเป้ ตอบอย่างไม่รอช้าว่า "เหนื่อยนะครับ วันหนึ่งซ้อมเกือบ 6 ชั่วโมง แต่ถามว่ามันคุ้มกับคุณค่าที่ได้มามาก... ได้ประสบการณ์ใหม่ ได้เพื่อนใหม่ ได้สังคมใหญ่ขึ้น ได้แสดงดนตรีแนวบิ๊กแบนด์ที่ผมคิดอยากจะเล่น และที่สำคัญได้เล่นเครื่องดนตรีที่ผมคิดว่าใช่ที่สุดสำหรับผม"
ไม่ต่างจาก ภัทรา พงษ์แสงสุริยะ หรือน้องมินนี่ สาวน้อยนักไวโอลิน วัย 15 ปี 1 ใน 50 คนที่จะขึ้นแสดงศักยภาพที่สั่งสมมากว่า 5 ปี บอกว่า ชอบการเล่นไวโอลินตั้งแต่อายุ 10 ปี จากการสนับสนุนของครอบครัว ตั้งแต่นั้นมาก็พยายามฝึกฝนตัวเองอยู่เสมอ ล่าสุดได้เข้าร่วมโครงการจากการติดตามข้อมูลข่าวสารทางเฟซบุ๊กของสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) โดยมาสมัครที่ตึกเคพีเอ็น
"เหตุผลแรกที่เข้ามาที่นี่คือ อยากได้ประสบการณ์ด้านดนตรีบิ๊กแบนด์ว่าเป็นอย่างไร เพราะปัจจุบันเห็นแต่การเล่นแนวแจ๊ส คลาสสิก ครั้งนี้จะได้รู้และเรียนรู้ไปด้วยว่าบิ๊กแบนด์เขาทำกันอย่างไร ซึ่งหนูก็ได้รู้แล้วว่ามันไม่ได้เชยอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะเครื่องดนตรีที่ใช้ก็เหมือนกับวงออร์เคสตราทั้งหมด" น้องมินนี่ อธิบาย
ทว่า เวที "ร่วมสมัย บิ๊กแบนด์" เยาวชนครั้งแรกในเมืองไทยจะเกิดไม่ได้หากขาดหัวเรือใหญ่อย่าง ดำรงค์ ทองสม รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม และ ณพ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร สถาบันดนตรีเคพีเอ็น ร่วมกันเปิดเวทีให้น้องๆ เยาวชนมีพื้นที่แสดงความสามารถ
รองผอ.สศร. กล่าวว่า การเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถด้านดนตรีบิ๊กแบนด์ ยังไม่มีปรากฏให้เห็นในเมืองไทย ทั้งๆ ที่ยังมีกลุ่มเยาวชนที่สนใจอยู่จำนวนมาก แต่ยังขาดพื้นที่ให้เขาได้แสดงออก ดังนั้น สศร. จึงจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางดนตรี "Ruam Smai Big Band" ขึ้น โดยเปิดรับสมัครเยาวชนอายุระหว่าง 12-18 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก มีเยาวชนมาสมัครกว่า 612 คน แต่คณะกรรมการคัดเลือกเหลือ 150 คน เพื่อเข้ากิจกรรมค่ายฝึกอบรมดนตรี 3 วัน ซึ่งมีเครื่องดนตรีทั้งหมด 12 ชนิด ได้แก่ ไวโอลิน วิโอล่า เชลโล่ กลอง เบส กีตาร์ไฟฟ้า คีย์บอร์ด อัลโตแซกโซโฟน เทเนอร์แซกโซโฟน บาริโทนแซกโซโฟน ทรัมเป็ต ทรอมโบน หลังจากนั้นคัดเลือกเหลือเพียง 50 คนที่จะได้ยืนบนเวทีประกาศศักยภาพของคนไทยก่อนเข้าสู่ประเทศอาเซียน
ประธานกรรมการบริหารเคพีเอ็น เล่าว่า หลายคนคิดว่าบิ๊กแบนด์เป็นวงดนตรีที่เชยมาก แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะดนตรีแต่ละอย่างจะมีเสน่ห์ของมันเอง และการเกิดเวทีนี้ขึ้นนับเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจที่มีหน่วยงานภาครัฐเล็งเห็นคุณค่าของดนตรี และก้าวเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะหากเปรียบเทียบกับชาติอื่นในอาเซียน เด็กไทยยังถือว่ามีโอกาสน้อยมาก ทั้งที่ความจริงเด็กไทยมีความสามารถที่อยู่ในช่องที่มองไม่เห็นอีกจำนวนมาก เชื่อว่าหากเกิดเวทีเช่นนี้ขึ้นอีกจำนวนมาก จะเป็นประตูให้เด็กๆ ได้กล้าคิด กล้าทำ กล้าฝัน และท้ายที่สุดนำไปสู่เยาวชนที่มีคุณภาพในเวทีอาเซียนต่อไป
อย่าลืมไปให้กำลังใจ Ruam Smai Big Band ทั้ง 50 คน วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ เริ่ม 13.00-15.00 น. ที่หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย



