
เตร่ตรอกป้อมปราบฯ-พระนครท์ ดะนุชนาม
ศิลปวัฒนธรรม : เตร่ตรอกป้อมปราบฯ-พระนคร : เรื่อง/ภาพ : วุฒินันท์ ดะนุชนาม
พูดถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเกาะรัตนโกสินทร์ หลายคนคงรู้จักดีและเคยไปสัมผัสมาบ้างแล้ว แต่ในความคุ้นชินนี้บางแห่งอาจถูกมองข้าม อย่างชุมชนเมืองย่านป้อมปราบศัตรูพ่าย-พระนคร ที่มีความเป็นมายาวนานและเคยเจริญรุ่งเรืองในอดีต จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสถานที่อันอุดมไปด้วยวัฒนธรรมและเรื่องเล่านี้กำลังเลือนหายไปตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป
นั่นจึงเป็นที่มาของงาน "เตร่ตรอก ลัดเลาะรั้วบ้าน ฟื้นตำนานป้อมปราบศัตรูพ่าย-พระนคร ครั้งที่ 2" ตอน "ย้อนรอยอดีตสู่วิถีชีวิต ฟื้นฟูวัฒนธรรม" บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยความร่วมมือแนบแน่นของชาวชุมชนย่านเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านบาตร ชุมชนวัดสระเกศ ชุมชนสิตาราม ชุมชนจักรพรรดิพงษ์ ชุมชนวัดสุนทรธรรมทาน และ ชุมชนวังกรมพระสมมตอมรพันธ์ ช่วยกันสร้างเครือข่ายเพื่อฟื้นฟูชุมชนเมืองขึ้นมา หวังยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชูเสน่ห์ด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และสถาปัตยกรรมอาคารอนุรักษ์เป็นจุดดึงดูด
นพดล พิพัฒน์สัตยากูล ลูกหลานชุมชนในฐานะรองประธานเครือข่ายฟื้นฟูชุมชนป้อมปราบฯ เผยว่า งานนี้จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีความแตกต่างจากปีที่ผ่านมา เพราะเป็นการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน ที่สำคัญเน้นให้เยาวชนเข้ามามีบทบาทในการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเอง นอกจากจะเป็นการปลูกฝังให้รู้จักรากเหง้าแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ที่มีความยั่งยืนอีกด้วย
"ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชุมชน อย่างน้อยบ้านตัวเองเรื่องสังคมสิ่งแวดล้อมดีขึ้นมาก ยาเสพติดน้อยลง ที่สำคัญที่บ้านในชุมชนของเราจากที่ไม่ค่อยพูดคุยกัน ทะเลาะกันบ้าง ตอนนี้มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้แต่ละที่จะมีจุดเด่นต่างกันแต่เราก็สามัคคีกัน อย่างชุมชนบ้านบาตรก็มีการตีบาตร ชุมชนสิตารามมีกิจกรรมเกี่ยวกับโขนลิเก เป็นต้น ในอนาคตเราจะมาร้อยเรียงเป็นเรื่องเดียวกัน
จริงๆ แล้วเดินเข้าไปในหกชุมชนชาวบ้านเขาจะรู้ในวิถีของเขา พร้อมที่จะเล่าพูดคุยความเป็นมาของชุมชนตัวเอง มีเครือข่ายที่สามารถให้ข้อมูลได้ ซึ่งหลังจากการจัดงานครั้งแรกที่ชาวบ้านยังไม่มีส่วนร่วม มาครั้งนี้ก็ลงลึกรายละเอียดมากขึ้นเพราะเราทำกันเอง และต่อไปจะจับมือกันทั้งเวิ้งให้คึกคักขึ้นมา เชื่อว่าจะได้ผลในเชิงเศรษฐกิจชุมชนรวมถึงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์" รองประธานเครือข่ายฟื้นฟูชุนชนเมือง กล่าว
การเดินเตร่ตรอกลัดเลาะรั้วบ้านครั้งนี้ ได้แบ่งออกเป็นสองเส้นทาง โดยเส้นทางแรกเริ่มจากรอบภูเขาทองผ่านย่านอาชีพเก่าแก่คู่พระนคร อาทิ วังเก่าย่านค้าสังฆภัณฑ์ ชุมชนเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณวังของกรมพระสมมตอมรพันธ์ หรือพระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ พระโอรสในรัชกาลที่ ๔ ต้นราชากุล "สวัสดิกุล ณ อยุธยา" ตัววังสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และสร้างห้องแถวในบริเวณวังขึ้นเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของข้าทาสบริวาร ปัจจุบันถูกปิดร้างเพราะสภาพทรุดโทรมมาก ต่อด้วยการเดินชมวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่มีอาชีพเย็บผ้าเหลืองเป็นจีวร สบง และขายเครื่องสังฆภัณฑ์ต่างๆ ที่สืบทอดกันมายังรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่สมัยอยุธยาในชุมชนบ้านบาตรฝั่งตรงข้ามวัดเทพธิดาราม
ส่วนอีกเส้นทางถือว่าเป็นไฮไลท์ของการเดินเตร่ตรอกเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นเส้นทางย้อนรอยวัฒนธรรม อาทิ เรียนรู้ประวัติของคณะละครทองหล่อ ชุมชนสิตารามจากคุณป้า จินตนา จูวงษ์ อดีตนางเอกคณะละคร ที่มุ่งสอนการแสดงให้เยาวชนในชุมชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการสืบสานอนุรักษ์ เดินต่อไปอีกไม่ไกลยังมีค่ายมวยแสงมรกต เป็นค่ายมวยที่สร้างความภาคภูมิใจให้คนในชุมชนเป็นอย่างมาก นักมวยที่เติบจากค่ายนี้และโด่งดังมีชื่อเสียง ได้แก่ ปิ่นสยามแสงมรกต, ส.อำนวยศิริโชค และ ศิลาแหลมทองการแพทย์
จากนั้นไปดูการแสดงรำแก้บน ถือว่าเป็นอีกอาชีพที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานอย่างคุณป้า รินจง นุตรินทร์ อายุ 48 ปี หนึ่งในสมาชิกคณะรำแก้บน บอกว่าตัวเองทำอาชีพนี้มานานนับ 30 ปีแล้ว และจะสืบสานตราบยังมีลมหายใจ ใกล้ๆ กันยังมีอาชีพปักสะดึงชุดรำ ชุดโขน ซึ่งนับว่าหาดูได้ยาก วัฒนธรรมที่ควบคู่กับวิถีชีวิตของคนในย่านนี้ยังมีอีกมากมายที่รอให้คนรุ่นหลังเข้ามาเรียนรู้และสืบสาน
ใครที่กำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวเคล้าความรู้ และอยากย้อนรอยวัฒนธรรมของคนในย่านป้อมปราบฯ ก็เชิญแวะเวียนไปสัมผัสกันได้
----------------------------------
(ศิลปวัฒนธรรม : เตร่ตรอกป้อมปราบฯ-พระนคร : เรื่อง/ภาพ : วุฒินันท์ ดะนุชนาม)



