ไลฟ์สไตล์

ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

27 มิ.ย. 2555

ดิฉันมีเรื่องรบกวนจะปรึกษา คือว่าดิฉันและพี่ชายได้ซื้อรถร่วมกัน โดยในสัญญามีดิฉันเป็นเจ้าของรถ แต่รถยนต์พี่ชายเป็นคนใช้และเป็นคนจ่ายค่างวดรถ

 ปัจจุบันนี้พี่ชายได้ลาออกจากงาน เลยตัดสินใจขายรถให้เต็นท์รถมือสอง ดิฉันเป็นเจ้าของรถ จึงเป็นคนทำสัญญาซื้อ-ขายสิทธิ์เช่าซื้อรถยนต์ (ซื้อขายดาวน์) และได้เซ็นโอนกรรมสิทธิ์ต่างๆ ให้กับคนที่รับซื้อรถ โดยคนรับซื้อรถแจ้งว่า จะส่งค่างวดต่อจากพี่ชายอีก 14 งวด
 สิ่งที่ดิฉันอยากทราบก็คือ ถ้าเจ้าของเต็นท์รถไม่ส่งค่างวดต่อหรือส่งไม่ครบจำนวนที่ค้างอยู่ ทางไฟแนนซ์จะต้องเรียกเก็บค่างวด หรือฟ้องร้องมาที่ดิฉันหรือไม่
 ดิฉันจะปฏิเสธการเป็นเจ้าของรถแล้วได้หรือไม่ เพราะดิฉันมีสัญญาซื้อ-ขายสิทธิ์เช่าซื้อรถยนต์ (ซื้อขายดาวน์) โดยในสัญญาระบุชื่อผู้ซื้อสิทธิ์ ซึ่งก็คือเจ้าของเต็นท์รถมือสอง โดยในสัญญาข้อ 3 ผู้ซื้อสิทธิ์จะต้องปิดบัญชีโดยชำระค่าเช่าซื้อ ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอื่นใดอันเกี่ยวกับรถที่ขายสิทธิ์ ซึ่งเจ้าของเต็นท์รถเขียนด้วยปากกาว่า ผ่อนต่อตามสัญญา
 ส่วนข้อ 4 เขียนว่า ผู้ซื้อสิทธิ์จะชำระค่าเช่าซื้อให้แก่บริษัทต่อไปจนครบงวดก็ได้ แต่ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายใดๆ แก่ผู้ขายสิทธิ์ มิฉะนั้นผู้ซื้อสิทธิ์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายนั้นต่อบริษัทให้เช่าซื้อหรือต่อผู้ขายสิทธิ์แล้วแต่กรณี
 ถ้าเจ้าของเต็นท์รถไม่ส่งรถต่อ ดิฉันต้องรับผิดชอบหรือเปล่า เพราะรถยังเป็นชื่อดิฉันอยู่
 ปลา
 ตอบ
  ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ก่อนอื่นเลยคงต้องย้อนกลับไปที่ว่าขณะที่คุณจะเอารถไปขายให้เต็นท์นั้น ทางไฟแนนซ์รับรู้เรื่องนี้แค่ไหน ยอมรับกับการเปลี่ยนลูกหนี้หรือเปล่า ถ้าไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย ไฟแนนซ์ก็มีสิทธิ์ที่จะมาทวงหนี้เอากับคุณ เนื่องจากคุณเป็นผู้ทำสัญญาเช่าซื้อรถไปจากเขา ดังนั้น เขาก็มีสิทธิ์ที่จะตามทวงหนี้เอากับคุณ และฟ้อง หากคุณไม่ทำตามสัญญาที่ได้ทำไว้ โดยที่คุณเองก็จะไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความรับผิดชอบดังกล่าว เพราะสัญญาซื้อขายระบุชื่อคุณเป็นลูกหนี้
 ดังนั้นคุณปฏิเสธการเป็นเจ้าของรถไม่ได้ แต่สิ่งที่คุณทำได้คือ ตามไปทวงทางเต็นท์เพื่อให้ชำระหนี้ ถ้าเต็นท์ไม่ยอมคุณก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเพื่อให้ชำระหนี้ที่มีอยู่ได้
 หลังจากนั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลว่าจะเป็นอย่างไร
 ลุงแจ่ม