ไลฟ์สไตล์

ไม่อ่านหนังสือบ้างได้ไหมพี่

ไม่อ่านหนังสือบ้างได้ไหมพี่

24 มิ.ย. 2555

หนังสือที่เธอถือมา : ไม่อ่านหนังสือบ้างได้ไหมพี่ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม

๑.“การอ่านหนังสือ จะทำให้เราสามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่เหงา”

                         หลายคนพูดไว้ประมาณนั้น นั่นอาจเป็นเพราะเขาเหล่านั้นเป็นคนอ่านหนังสือแล้ว เห็นคุณค่าของหนังสือแล้ว บริหารจัดการตัวเองได้ด้วยหนังสือแล้ว ว่าด้วยการอ่านหนังสือ-ในที่นี้น่าจะหมายรวมถึงเครือข่ายด้วย อย่างการดูหนัง การฟังเพลง

                         “ตาดู หูฟัง ใจคิด” อย่างน้อยก็เข้าข่ายที่เราท่องๆ จำๆ มาแต่เด็ก คือ “สุ จิ ปุ ลิ” โดยส่วนตัว-ก็สามารถอยู่คนเดียวได้โดยไม่เหงา เพราะอ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง และคิดทำโน่นทำนี่ไปตามถนัด มันมีเรื่องให้บริหารจัดการตัวเองได้ตลอดเวลา สามารถอยู่บ้านได้โดยไม่ทุรนทุราย ที่จะออกไปหาเพื่อนคุยแก้เบื่อ ที่จะไปหาร้านกินดื่มเพื่อคลายเหงา แม้เป็นคนติดเพื่อนและติดการกินดื่มบ้างก็ตาม แต่ก็นั่นแหละ-แล้วสำหรับคนที่เขาไม่อ่านหนังสือ ไม่ดูหนัง ไม่ฟังเพลง หรือที่ถึงอ่าน-ดู-ฟัง-อย่างไรก็ยังเหงาอยู่นี่สิ มันอาจเป็นไปได้ทั้งนั้น เพราะการอ่านหนังสือที่ว่านี้ มิใช่สูตรสำเร็จ

                         ชาวบ้านชาวช่องที่เขาไม่อ่านหนังสือเลย เขาก็อยู่ของเขาได้กับหน้าที่การงานเฉพาะหน้า จะเหงาหรือไม่เหงาไม่รู้ แต่คนเราย่อมมีวิธีบริหารจัดการตัวเองไปตามสภาพความเป็นจริง
 มีผู้บอก-คนเราถ้าสามารถเรียนรู้เข้าอกเข้าใจตัวเองโดยธรรมชาติ ก็ไม่ต้องอ่านหนังสือ หนังสือเป็นเครื่องมือหนึ่งของคนเท่านั้น ทว่า-วิธีการนั้นก็มิใช่สูตรสำเร็จอีกเช่นกัน

๒.เวลานั่งร้านข้าวแกง ร้านลาบ ร้านก๋วยเตี๋ยว สิ่งหนึ่งที่ผมสนใจ ก็คือ หนังสือพิมพ์รายวัน

                         นับเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของร้านอาหารเล็กๆ ทั่วไป หนึ่ง-เขาคงชอบอ่านหนังสือพิมพ์รายวันและรับมันมาอ่านเองอยู่แล้ว สอง-เขาคิดถึงวัฒนธรรมการอ่านหนังสือพิมพ์

                         รู้สึกดีกับร้านอาหารเล็กๆ ที่มีหนังสือพิมพ์ให้อ่าน แม้บางเล่มบางฉบับจะเก่าๆ ขาดๆ  เพราะไม่ได้ซื้อเล่มใหม่มาก็ตาม ระหว่างสั่งและรออาหาร จะเห็นคนเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน แบบนี้เชื่อได้ว่าสักคำสองคำ สักข่าวสองข่าว สักภาพสองภาพ จะต้องเข้าสู่การรับรู้ของเขา ยังเคยเห็นกรรมกรก่อสร้าง หรือคนขายลอตเตอรี่ นั่งกินข้าวพร้อมอ่านหนังสือพิมพ์ โดยที่บางทีถ้าไม่เข้าร้านอาหาร เขาอาจไม่มีหนังสือพิมพ์ให้อ่านเลยในชีวิต

                         เท่าที่เห็น-ไทยรัฐ และ เดลินิวส์ จะมีมากที่สุด รองลงมาก็ ข่าวสด และ คม ชัด ลึก หนังสือพิมพ์หลายฉบับ ไม่เคยซื้อเลย แต่ได้อ่านจากร้านอาหาร ผมชอบการ์ตูน ชัย  ราชวัตร ได้อ่านผลงานของเขาบ่อยๆ ก็จากหนังสือพิมพ์ที่เจ้าของร้านอาหารแบ่งปัน ในช่องทางเดียวกัน หลายคนที่ผ่านร้านอาหารลักษณะนี้ ก็อาจพบข้อมูลข่าวสาร หรือข้อเขียนข้อคิดเห็นอื่นๆ ที่เขาสนใจ

                         ยังไม่ต้องพูดถึงห้องสมุด หรือร้านหนังสือ เพราะคนจำนวนไม่น้อยแค่จะกินเช้ากินค่ำยังต้องคิดมาก การเข้าห้องสมุด หรือร้านหนังสือ จึงถือเป็นเรื่องห่างไกล

๓.เคยลองถามเด็กๆ ที่มักพบกันตามค่ายการอ่านการเขียน บ้านใครมีหนังสือเล่มใดติดบ้านบ้าง

                         คำตอบคือเงียบ มีบ้างที่ตอบว่า “มีแต่หนังสือสวดมนต์” “มีแต่หนังสือดูดวง” “มีแต่หนังสือใบ้หวย-ทำนายฝัน” ไม่มี-หนังสือพิมพ์รายวัน, หนังสือนิยาย, หนังสือมวย, หนังสือดารา, หนังสือกีฬา, หนังสือขายหัวเราะ, หนังสือศาลาคนเศร้า, หนังสือคู่สร้างคู่สม, หนังสือขวัญเรือน, หนังสือสกุลไทย, หนังสือกุลสตรี ฯลฯ กลายเป็นบ้านร้างไร้หนังสือที่น่าเห็นใจ และที่น่าเห็นใจยิ่งกว่านั้น เด็กๆ เหล่านั้นอาจเป็นลูกหลานคนยากคนจน ที่ปากท้องต้องมาก่อน หนังสือมาทีหลัง หรือไม่ต้องมาเลยก็ได้

                         แต่ยุคนี้สมัยนี้ก็ไม่แน่-บ้านเหล่านั้นถึงยากจน ไม่มีหนังสือ ก็อาจมีโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ กระทั่งแท็บเล็ต ที่เขาจะขนจากจีนมาแจกเด็ก ป.๑-ในนามนโยบายรัฐบาลไทย จะบอกว่าเด็กไม่อ่านหนังสือก็บอกไม่ถูก บางทีอาจถูกเด็กย้อน “ไม่อ่านหนังสือบ้างได้ไหมพี่”

--------------------------------------

(หนังสือที่เธอถือมา : ไม่อ่านหนังสือบ้างได้ไหมพี่ : โดย...ไพวรินทร์ ขาวงาม)