
'ข่าวสารดิจิตอล'เส้นเลือดเลี้ยงกองทัพสมะกัน
ข่าวสารดิจิตอล : เส้นเลือดหล่อเลี้ยงกองทัพสหรัฐ
ชื่อขององค์การนาซา หรือ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา กลายเป็นที่ติดปากติดหูคนไทยในเวลานี้ ไม่ใช่เพราะผลงานการพัฒนายานอวกาศที่จะใช้สำรวจดาวอังคาร หรือกล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ใช้ค้นหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก แต่เป็นเพราะเงื่อนงำของโครงการนี้ที่ใช้ "สำรวจ" สภาพภูมิอากาศของไทย รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้าน และใช้ "ข้อมูล" ที่ได้มาจากโครงการในการ "สนับสนุน" การวางแผนปฏิบัติการศูนย์ป้องกันพิบัติภัยในเอเชีย ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia Composition, Cloud, Climate Coupling Regional Study: SEAC4RS) ที่นาซากำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาลไทยอยู่ในเวลานี้ (ณ เวลาที่เขียนบทความยังไม่มีการอนุมัติหรือถอนโครงการแต่อย่างใด)
ที่ต้องเน้นคำว่า "สำรวจ" "ข้อมูล" และ "สนับสนุน" เพราะคำเหล่านี้มีนัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีความเชี่ยวชาญด้านการสืบหาข่าวกรอง และการใช้ข้อมูลสนับสนุนการดำเนินการด้านต่างๆ ของรัฐบาลอย่างยิ่ง และในปัจจุบันสหรัฐอเมริกาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบปฏิบัติการรบของฝ่ายทหารไปสู่สงครามดิจิตอลเต็มรูปแบบ
สงครามดิจิตอลของกองทัพสหรัฐนั้นพึ่งพาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลในรูป "ดิจิตอล" ทั้งระบบ นั่นหมายความว่าข่าวสารที่ได้รับจากหน่วยงานต่างๆจะกระจายไปยังหน่วยงานรับผิดชอบเพื่อส่งผ่านไปยังหน่วยปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หน่วยปฏิบัติการที่มีกำลังอาวุธในมือพร้อมที่จะโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็ว
พลอากาศเอกนอร์ตัน ชวาร์ทซ์ ประธานเสนาธิการกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาเคยอธิบายถึงรูปแบบการทำสงครามของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในยุคที่เทคโนโลยีการสงครามอิเล็กทรอนิกส์มีความก้าวหน้า ด้วยการบูรณาการระบบเครือข่ายการสื่อสารและสารสนเทศ นั้นหมายรวมถึงการบูรณาการระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ที่เพิ่มขีดความสามารถของ อากาศยาน และระบบตรวจการณ์ต่างๆ ในการตรวจสอบเปรียบเทียบข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ตลอดจนทำให้หน่วยกำลังสามารถคัดกรองข้อมูลลวงต่างๆ อันเกิดจากการโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ออกจากระบบได้
ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link : TDL) คือการรับ/ส่ง ข้อมูลแบบดิจิตอล ผ่านรูปแบบของข้อมูลมาตรฐานที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ด้วยขีดความสามารถในการรับ/ส่งข้อมูลแบบ ตามเวลาจริง การป้องกันการรบกวนทางสัญญาณ และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ซึ่งทำให้กองทัพสามารถรับรู้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของการปฏิบัติการต่างๆ ร่วมกัน การกำหนดเป้าหมายและการพิสูจน์ทราบฝ่าย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจทางการทหารได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ
อย่าลืมว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ริเริ่มความคิดการพัฒนาระบบส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ระยะไกล ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 หรือ กว่า 60 ปีที่แล้ว ก่อนที่ระบบนี้จะได้รับการพัฒนาต่อยอดโดยเอกชนซึ่งทำให้เกิดเครือข่าย "อินเทอร์เน็ต" ขึ้นมาในทศวรรษ 1970
นั่นหมายความว่ากองทัพสหรัฐอเมริกามีความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลเริ่มต้นจากข้อมูลอะนาลอก มาสู่ยุคดิจิตอลในทุกวันนี้
นอกจากนั้นปัจจุบันสหรัฐอเมริกายังมีดาวเทียมสารพัดรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียมสำรวจภูมิศาสตร์ ดาวเทียมสำรวจชั้นบรรยากาศ ดาวเทียมบอกพิกัดสำหรับระบบจีพีเอส และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์บัญชาการภาคพื้นดิน ไม่นับเครื่องบินที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับเป็นศูนย์กลางการกระจายข่าวสาร และล่าสุดอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลภาคพื้นดินและโจมตีด้วยจรวดไปยังเป้าหมายที่ต้องการในสมรภูมิ
เรียกได้ว่ากองทัพสหรัฐอเมริกามีเส้นเลือดใหญ่เป็นข้อมูลดิจิตอล ที่คอยหล่อเลี้ยงแขนขาที่เป็นหน่วยปฏิบัติการรบ ผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศที่ได้ชื่อว่าก้าวหน้าที่สุดในโลกนั่นเอง



