ไลฟ์สไตล์

ลูกขนไก่แผลงฤทธิ์ 'หนุ่ม'ฉัตรชัย ไม่เล่น นอนไม่หลับ

ลูกขนไก่แผลงฤทธิ์ 'หนุ่ม'ฉัตรชัย ไม่เล่น นอนไม่หลับ

23 มิ.ย. 2555

(ลูกขนไก่แผลงฤทธิ์ 'หนุ่ม'ฉัตรชัย ไม่เล่น นอนไม่หลับ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์/ภาพ อุทร ศรีพันธ์ )

              ..."ที่จริงไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่เราควรทำกับคนที่มีทักษะมากกว่า แล้วเราจะได้ความรู้จากเขา แม้กระทั่งการทำงานผมแฮปปี้ที่จะทำงานกับคนเก่ง  แล้วผมก็เรียนรู้ตาม"

              ไม่เคยให้โทษกับใครจริงๆ สำหรับการกีฬา ที่ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็สามารถสร้างสุข มิตรภาพ และสุขภาพที่ดีให้แก่ผู้เล่นเสมอ  หลายครั้งที่ขอเวลานอกนำเสนอกิจกรรมของคนรุ่นใหม่กับการกีฬาที่คลั่งไคล้ สังเกตได้ว่าทุกคนไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยกับการฝึกฝน เหมือนกับอาจารย์หนุ่มหล่อผู้สืบทอดสถาบันออกแบบแฟชั่นและตัดเย็บไพลิน "หนุ่ม" ฉัตรชัย ศุภเลิศโสภณ ที่ขอใช้เวลาว่างทั้งหมดกับกีฬาแบดมินตันแบบเต็มร้อย  พอวางเข็มด้ายจากงานดีไซน์เสร็จก็แบกกระเป๋ากีฬาไปหาก๊วนตีแบดมินตันตามคอร์ตต่างๆ เสมอ โดยวันนี้คุณครูหน้าใสขอนัดมาหวดลูกขนไก่กันที่คอร์ทใกล้บ้านย่าน ซ.นวลจันทร์ เกษตร-นวมินทร์ ด้วยชุดกีฬาทะมัดทะแมง และรองเท้าคู่โปรดครบเซตพร้อมลุยแมทช์หนักเสมอ

              " ตอนเรียนจบกลับมาใหม่ๆ ผมยังไม่ยุ่งเท่าไหร่เลยมาลองตีแบด สนุกๆ แต่พอเห็นเพื่อนที่เล่นเป็นแล้วรู้สึกว่าเท่ดีเขามีทักษะเยอะ ซึ่งคนเล่นเป็นกับเล่นไม่เป็นแตกต่างกันมาก หลังจากนั้นเลยจ้างเทรนเนอร์มาสอนเป็นปีๆ เลย เริ่มจากพื้นฐานไปแข่งกับคนเล่นฝีมือดีเพื่อให้เราพัฒนาไปเรื่อยๆ ทีนี้พอเริ่มจริงจังเราจะขยันขึ้น ยิ่งเราเป็นครีเอทีฟด้วยการเล่นกีฬาบ่อยจะคิดไอเดียใหม่ได้ดีเหมือนสมองมันเแล่นมาก ผมเลยติดและเล่นมา 5 ปีเต็มแล้ว เหมือนอะดรีนาลินหลั่งทุกวัน วันไหนไม่ได้เล่นจะนอนไม่หลับ เชื่อไหมเวลามีเพื่อนโทรชวนไปตีแบดผมตื่นเต้นมาก คิดว่าเราจะเจออะไรบ้างตั้งแต่บ่ายทั้งๆ ที่เรายังไม่ได้เล่นเลย (หัวเราะ)  "อาจารย์หนุ่มดีกรีนักเรียนดีไซน์จากมหาวิทยาลัย เซนทรัล เซนต์ มาร์ติน ประเทศอังกฤษ บอกถึงที่มาและความรู้สึกต่อกีฬาโปรด 

              แม้คอร์ตแบดจะใกล้บ้าน แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดความอะเลิตในตัวเขา ยิ่งเวลาได้จู่โจมและรับกับก๊วนเพื่อนที่หลากหลาย เป็นเสน่ห์ให้อาจารย์หนุ่มอยากตระเวนไปเล่นตามที่ต่างๆ ทั้งลาดพร้าว ประชาชื่น บางรัก ฯลฯ ซึ่งการได้พบปะผู้คนนี้เองเป็นจุดเด่นที่เขาให้ความใส่ใจมากที่สุด

              "เวลาเล่นกีฬาเราได้เจอเพื่อนง่าย และหลากหลายด้วย มีมิตรภาพใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอจากการชักชวนเพื่อนร่วมคอร์ตข้างๆ มาร่วมทีมด้วยกัน บางครั้งได้คำแนะนำ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กัน ยิ่งเล่นยิ่งสนิท มีแกล้งกัน ได้กล้าเล่นกันแรงๆ ผมโดนแกล้งบ่อยนะ(หัวเราะ)  เพราะยังเล่นไม่เก่งมาก แต่ผมก็ชอบเล่นกับคนเก่งๆ ที่จริงไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่เราควรทำกับคนที่มีทักษะมากกว่า แล้วเราจะได้ความรู้จากเขา แม้กระทั่งการทำงานผมแฮปปี้ที่จะทำงานกับคนเก่ง  แล้วผมก็เรียนรู้ตาม โดยจะบอกลูกศิษย์เสมอว่าอย่าคิดว่าตัวเองเก่งเราต้องเป็นนักเรียนรู้เสมอ และบอกอีกว่าผมไม่ใช่อาจารย์ที่เก่งที่สุด แต่เราจะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน " คุณครูหน้าใส บอกถึงประโยชน์ดีๆ ที่ได้พบปะเพื่อนใหม่ในคอร์ต

              เมื่อชุดพร้อมอุปกรณ์พร้อม นักกีฬาหน้าใสและคู่หูก็อบอุ่นร่างกาย อากาศยามเย็นทำให้ภายในอบอุ่นไม่ร้อนมากเหมาะกับการตีแบบสนุกสนาน โดยเจ้าตัวบอกว่าส่วนมากจะรวมก๊วนเพื่อนๆ มาเหมาคอร์ทเล่นกันเป็นปุฟเฟต์ ตั้งแต่ 2 ทุ่มจนคอร์ทปิดไปเลย

              "กีฬาทำให้ผมแอคทีฟขึ้นรู้สึกสนุกตลอดเวลา ผมสอนตั้งแต่ 9 โมงเช้า - 4 โมงเย็น ทั้งที่นวมินทร์ และ เอสพลานาด  รัชดาภิเษก สลับกันไปมา วิธีการสอนของผมก็นำกีฬามาใช้ คือเรียนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องฝึกซ้อมทำให้เกิดความเคยชิน  และเวลาที่ผมเล่นกีฬาถ้าไม่ฝึกบ่อยก็จะนึกไม่ออกว่าจะตียังไงต่อ เวลาไปต่างประเทศ 7-8 วัน ผมจะอึดอัดอยากกลับบ้าน อยากตีแบดเพราะห่างมือนานกลับไปเล่นใหม่จะไม่พลิ้วเหมือนที่เราไปเล่นทุกวัน  บางวันจะตีดึกจนถึงประมาณตี 1 จนเขาปิดไฟไล่ไปเลยก็มีบ่อยๆ (หัวเราะ) เสร็จแล้วก็พากันออกไปกินข้าวข้างทางกัน โชคดีด้วยที่เจอคนเล่นเข้าขากัน บางคนเล่นแบบเคร่งเครียดจะเอาชนะ จะเอาแชมป์อย่างเดียว แต่ก๊วนผมเล่นเพื่อความสนุกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันมากกว่า" นักดีไซน์ในคราบนักแบด เผย

              จากการเรียนศิลปะด้านจิตรกรรมมาโดยตลอด หนุ่มคนนี้บอกไม่เคยคิดว่าจะก้าวสู่วงการแฟชั่นได้ แต่ด้วยกุศโลบายของคุณแม่ อ.ไพลิน  ศุภเลิศโสภณ ที่ชักชวนให้เจ้าตัวมาสอนศิลปะตั้งแต่เด็กๆ ทำให้ลูกชายคนที่ 3 จากจำนวนพี่น้อง 4 คน เริ่มเรียนรู้ปรับตัวเพื่อรับตำแหน่งอาจารย์ใหญ่สอนตัดเสื้อสวยๆ ในปัจจุบัน และเพราะการคลุกคลีอยู่กับกองผ้ามาตั้งแต่เด็กทำให้เข้าใจเรื่องของแฟชั่นได้รวดเร็วแบบไม่ต้องสงสัย โดยเจ้าตัวนำภาวะการเรียนรู้นี้มาเปรียบเทียบกันการกีฬาว่า   

               " เคยมีอาจารย์สอนแบดบอกว่าถ้าคุณตีเล่นๆ แล้วคุณอายสายตา 2 คู่ ยังน้อยกว่าถ้าคุณลงแข่งแล้วมีสายตาเป็นพันๆ จับจ้อง  ตอนนั้นคุณจะต้องควบคุมให้ได้ มีชั้นเชิง สู้ในสภาวะกดดันได้ดี ถ้าเกิดภาวะกดดันมากเท่าไหร่เราจะเกิดการพัฒนาทักษะมากเท่านั้น ถ้ามีภาวะฉุกเฉินเราสามารถเลือกเปลี่ยนเกมส์ได้ถูกต้อง ผมว่าเหมือนการออกแบบเสื้อผ้าในสภาวะกดดัน ที่ต้องมีปัจจัยทั้งวัตถุดิบ ทุน ลูกค้า ถ้าโดนกดดันมากๆ การสร้างานจะสามารถทำต่อได้เมื่อเรามีสติ มีสมาธิ มีความกล้าไม่อย่านั้นฝ่อหมด ในโลกแฟชั่นเรากล้าที่จะนำเสนอ  เหมือนเวลาเล่นกีฬาแล้วเจอคนหินๆ ก็ต้องไม่กลัวต้องพยายามเรียนจากเขาเริ่มจากปรับสภาพตัวเอง ใช้สมาธิเรียนรู้เกมส์ อ่านเกมส์ให้ออกแล้วเราก็จะเล่นได้สนุก "ดีไซน์หนุ่ม บอกวิธีการพัฒนาตัวเองที่หาได้ในคอร์ทแบด

               ว่าจบเจ้าตัวก็ลุกมาวอร์มอัพแบบชิลๆ พร้อมกับเปรยว่าเพราะเล่นหนักเลยเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ แต่ก็จะมีวิธีวอร์มเป็นชุดๆ เพื่อบรรเทาความปวดหลังเล่น คือวิ่งไปรอบสนามยืดเส้นยืดสายให้พร้อม แล้ววิ่งคอร์ท 6 จุด คือสามารถวิ่งไปรับลูกได้ถูกจุด และกลับมายืนที่เดิมได้อย่างแม่นยำ และต้องฝึกสมาธิเพื่อคุมทั้งคอร์ทให้ได้ทั้งหมด

               " ตอนนี้ผมมีไม้แบด 10 กว่าไม้แล้ว กลายเป็นโรคติดแผนกกีฬาเลยล่ะ จากที่เคยเดินห้างแล้วซื้อของแต่งบ้านกับเสื้อผ้า ตอนนี้เปลี่ยนเลยซื้ไม้แบดแพงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ยิ่งพอเห็นใครใช้อะไรดีๆ เราก็อยากได้ เป็นแฟนเพจของอุปกรณ์แบดยี่ห้อต่างๆ เห็นเขาอัพเดทอะไรใหม่ก็อยากได้อีก จะมีไม้สำรองที่เหมือนกันประมาณ 3 อัน พอตีจนเอ็นขาดหรือหวดชนกันจนไม้หักก็เอามาใช้ใหม่ได้ทันที " หนุ่มลุ่มหลงกีฬาแบด เล่าไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป 

                เห็นลีลาการหวดลูกเทียบเคียงทีมชาติแบบนี้ แต่ อ.หนุ่มบอกว่า นักกีฬาเป็นเพียงความฝันเท่านั้นเพราะถ้าจะเป็นต้องฝึกซ้อมกันตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็ยังยืนยันว่าต้องลงสนามเล่นทุกวันให้สุขใจอยู่ดี

                และนั่นอาจเป็นเคล็ดลับให้หนุ่มวัย 36 ปี คนนี้กลายเป็นคนหน้าละอ่อนเกินคาด ซึ่งเจ้าตัวคอนเฟิร์มว่าที่ไม่ต้องไปหาหมอหน้าที่ไหน เพราะกีฬาช่วยไว้แน่นอน.....

(ลูกขนไก่แผลงฤทธิ์ 'หนุ่ม'ฉัตรชัย ไม่เล่น นอนไม่หลับ : คอลัมน์ขอเวลานอก : โดย...เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์/ภาพ อุทร ศรีพันธ์ )