ไลฟ์สไตล์

'ชีวิตในอพาร์ตเม้นท์'ความเป็นจริงในสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธ

'ชีวิตในอพาร์ตเม้นท์'ความเป็นจริงในสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธ

23 มิ.ย. 2555

'ชีวิตในอพาร์ตเม้นท์'ความเป็นจริงในสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธ : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย.. ดร.ภัทรพล

           จะว่าไปแล้วคงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้นะครับ สภาพสังคมเศรษฐกิจของเราในปัจจุบันที่ได้พัฒนาขึ้นภายใต้กรอบ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ” ฉบับที่ 1 เป็นต้นมา ภายใต้การกำกับดูแลของ WORLD BANK และ IMF ตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นระยะเวลาล่วงเลยมากว่า 50 ปี ที่สังคมไทยถูกครอบโดยแนวคิด “ทุนนิยม” เต็มรูป ทั้งยังดำเนินชีวิตภายใต้แนวคิด “วัตถุนิยม” เต็มรูปเช่นกัน จนเกิดเป็นคำขวัญว่า “งานคือเงิน  เงินคืองาน บันดาลสุข” ทำให้บรรดาผู้คนวัยทำงานและวัยเจริญพันธุ์ต้องเร่งทำงานอย่างหนักแข่งขันกันอย่างรุนแรงเพื่อหา “เงิน” มาตอบสนองแนวคิดดังกล่าว 
 
          ผลคือ คนส่วนใหญ่มักจะมีความต้องการความสะดวกสบายจากบรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ จนเกินพอดี  อีกทั้งยังมีความต้องการข้าวของเครื่องใช้ไม้สอย เสื้อผ้า หน้า ผม รองเท้า ฯลฯ ปรุงแต่งกันจนเกินฐานะ เป็นผลให้ผู้คนส่วนใหญ่ต่างนำ “เงินอนาคต” มาใช้  โดยผ่านการกู้ยืม “เงิน” ในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาบัตรเครดิตและการให้บริการ “เงินด่วน” รูปแบบต่างๆ ผลคือ คนส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาพเป็นหนี้ มากบ้าง น้อยบ้าง ตามแต่ดีกรีของความหลงใหลได้ปลื้มไปกับแนวคิด “ทุนนิยม” กับ “วัตถุนิยม” ว่าจะรุนแรงมากน้อยเพียงใดครับ  
 
          ผลจากการเป็นหนี้ทำให้บุคคลกลุ่มนี้ขาดเครดิตที่จะขอการสนับสนุนจากสถาบันการเงินเพื่อให้มีบ้านพักอาศัยในรูปแบบต่างๆ เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทาวน์เฮ้าส์, คอนโดมิเนียม หรือ บ้านแฝด, บ้านเดี่ยว ที่นับวันก็ดูจะไกลเกินเอื้อมไปทุกที ทำให้คนวัยทำงานและวัยเจริญพันธุ์กลุ่มนี้แหละครับ ต้องพักอาศัยในอพาร์ตเม้นท์ เพราะนอกจากจะสะดวกสบายและใกล้แหล่งงานแล้วยังมีราคาประหยัด
 
          เนื่องด้วยโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจและสังคมเป็นเช่นนี้ เลยเป็นผลให้เกิดเป็นกระแสของ “ค่านิยม” ในการพักอาศัยในอพาร์ตเม้นท์จนกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบของการพักอาศัยที่สำคัญของบรรดาผู้คนในสังคมเมือง และที่น่าสนใจคือ บรรดาคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นคนต่างถิ่นอพยพมาหางานทำ มาแสวงหาโอกาสและความก้าวหน้าของชีวิตจากต่างจังหวัดไกลๆ มุ่งสู่เมืองใหญ่
 
          เมื่อ “รู้เช่นเห็นชาติ” เช่นนี้ผมก็ได้ตั้งใจแน่วแน่มานานนับสิบปีแล้วว่า จะขอทุ่มเทสรรพกำลังความรู้ความสามารถเพื่อที่จะพัฒนารูปแบบของการใช้ “ชีวิตในอพาร์ตเม้นท์” ความเป็นจริงในสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธ ซึ่งไม่ว่าท่านจะชอบให้บรรดาลูกหลานของท่านหรือบรรดาคนที่ท่านรักใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ตเม้นท์หรือไม่ก็ตาม แต่ในปัจจุบันเมื่อกระแสสังคมเป็นเช่นนี้ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นใดครับ 
 
          ทั้งหลายทั้งปวงนี่แหละครับก็เป็นที่มาของแนวคิดในการพัฒนา “รูปแบบอพาร์ตเม้นท์ไม่บานกับอาจารย์เชี่ยว” ซึ่งลึกๆ ผมก็มีความภูมิใจนะครับว่า ได้ทำ “หน้าที่ทางจริยธรรม” ยกรูปแบบมาตรฐานของที่พักอาศัยที่เรียกว่า “ห้องพัก” ใน “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ที่ดีขึ้นและเหมาะสมกับการใช้ชีวิตมากขึ้น
 
          ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ สิ่งหนึ่งที่ผมมักกล่าวย้ำเตือนสติของบรรดาผู้ที่คิดจะลงทุนทำ “อพาร์ตเม้นท์ไม่บาน” ไว้ว่า บรรดาผู้ที่พักในอพาร์ตเม้นท์ของท่านก็ล้วนแล้วแต่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่ได้ด้อยไปกว่าท่าน ดังนั้นหากท่านคิดจะลงทุนทำอพาร์ตเม้นท์แล้วจำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ท่านจะต้องสามารถพักทุกห้องในอพาร์ตเม้นท์ของท่านอย่างปลอดภัยและอยู่เย็นเป็นสุขได้ หากถึงขนาดที่ว่าท่านที่เป็นเจ้าของอพาร์ตเม้นท์เองไม่สามารถพักในห้องพักของท่านเองได้ ก็อย่าคิดลงทุนทำเลยครับ เพราะจะเป็นการทำบาปเสียเปล่าๆ ก็อยากฝากย้ำเตือนสติกันไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
.......................................
(หมายเหตุ 'ชีวิตในอพาร์ตเม้นท์'ความเป็นจริงในสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธ : คอลัมน์ คลินิคคนรักบ้าน โดย.. ดร.ภัทรพล)