
'หยาดน้ำฝน'ท่ามกลางความแห้งแล้ง
หยาดน้ำฝน...ท่ามกลางความแห้งแล้ง : คอลัมน์ พอแล้วรวย : โดย ... อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู
อาจารย์ยักษ์นึกถึงผู้คนในยุคนี้ที่ต้องอยู่ท่ามกลางข่าวสารวิกฤติการณ์ต่างๆ แล้วก็ให้เห็นใจ เช้าตื่นขึ้นมาก็ต้องรับข่าวสารนานา ที่ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเหตุเภทภัย ชวนให้หวั่นใจ
เช้านี้มีข่าวตรวจพบการระบาดของเชื้อไข้หวัด 2009 ที่โคราช มีคนติดเชื้อไป 28 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ แม้ต่อมากรมควบคุมโรคจะออกมาแถลงการณ์ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะขณะนี้หวัด 2009 ถือเป็นโรคประจำท้องถิ่นไปแล้ว อาจารย์ยักษ์ได้ฟังคำแถลงก็ยังงง งง ว่าการที่หวัด 2009 กลายเป็นโรคประจำถิ่นไปแล้วนั้น มันลดความอันตรายลงหรืออย่างไร!!
ถัดมาแทบจะเรียกได้ว่าเป็นข่าวประจำไปแล้ว คือข่าวภัยพิบัติ น้ำท่วม ฝนแล้ง ซึ่งปีนี้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ย่างเข้ากลางปี สร้างความตระหนกตกใจ ท่ามกลางการคาดเดาว่าปีนี้จะรอดหรือไม่รอด ขณะที่ภาคเหนือ ภาคใต้ก็ทยอยประสบภัยน้ำท่วม ในขณะที่บางพื้นที่ก็ยังต้องเจอกับภัยแล้ง
อันที่จริงแล้วท่ามกลางข่าวร้ายในหน้าหนังสือพิมพ์ สิ่งที่อาจารย์ยักษ์ประสบพบเจอจริงๆ ในแต่ละวัน ก็ถือว่าเป็นข่าวดี ทั้งการจัดกิจกรรมฟื้นฟูทะเลของกองทัพเรือร่วมกับมูลนิธิรักษ์ดิน รักษ์น้ำ เรื่องชาวเขาสมอคอน จ.ลพบุรี ที่ขบวนนักปั่นจักรยานจะไปเยี่ยมให้กำลังใจ ข่าวดีที่เด็กๆ จากโรงเรียนบ้านโป่งเกตุ จ.สระบุรี ได้ขยายผลจับมือกับโรงเรียนในพื้นที่อีก 12 โรงเรียน จัดกิจกรรมเยาวชนรักษ์ต้นน้ำขึ้น โดยเฉพาะข่าวดีที่ได้รับจากพนักงานเครือโรงงานคิง ฟิชเชอร์ ที่ได้ผ่านการอบรมไปแล้ว พากันกลับไปสร้างกิจกรรมให้เกิดความพอเพียงขึ้นในโรงงาน เกิดพลังสามัคคีเพื่อฟื้นฟูอารยธรรมดีๆ เช่น การทักทาย การยกมือไหว้ การเคารพธงชาติเป็นประจำวัน การสร้างวินัย และการตั้งเป้าหมายที่ดีของโรงงาน พนักงานกว่า 1 หมื่นคน ของโรงงานมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตอาหารสำรองไว้ในยามยาก เป็นทั้งความภาคภูมิใจในภาระหน้าที่ และความตระหนักถึงความสำคัญในฐานะ “ผู้ผลิตอาหาร”
ขณะเดียวกันในวันนี้โรงงานกระดาษริเวอร์โปร์ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ ที่ จ.สระบุรี ก็ส่งคนมาอบรมตามหลักสูตร สร้างจิตอาสา พัฒนาองค์กรด้วยพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง เวลา 3 วัน 2 คืน เพื่อเตรียมบ่มเพาะพนักงานในโรงงานริเวอร์โปร์ ซึ่งเป็นโรงงงานผลิตกระดาษรีไซเคิลไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายป่า ผลิตกระดาษไม่ฟอกสีออกมาให้เป็นตัวอย่างของอุตสาหกรรม โดยพนักงานที่เข้าอบรมก็พร้อมจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้หมู่กลุ่ม มีการสัญญากันต่อหน้าพระ ใส่รหัส “สู้โว้ย” เพื่อสร้างกำลังใจให้กันและกัน พร้อมการประกาศย้ำจากผู้บริหารโรงงานที่มาให้กำลังใจพนักงานรุ่น 1 ซึ่งอาจารย์ยักษเชื่อว่านี่แหละจะเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทย
ข่าวดีอีกข่าวคือ กระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มสนับสนุนงบจัดอบรมด้านการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในโรงงานให้กับโรงงานต้นแบบ 32 โรงงาน จะขยายเพิ่มในปีหน้าอีก 100 โรงงาน และถ้าโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้รักษาความพอเพียงไว้ได้จริง อยู่รอดได้ มีภูมิคุ้มกันต่อความแปรปรวนของระบบเศรษฐกิจโลก ไม่ต้องปลดคนงาน ไม่ต้องปิดบริษัท ก็จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของพี่น้องร่วมชาติได้มาก เพราะทุกวันนี้อุตสาหกรรมที่ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ต่างประสบปัญหาใหญ่ บางอุตสาหกรรมตัวเลขตกลงถึง 49%
การจะอยู่รอดท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ เป็นอีกเรื่องที่ต้องวิตกกังวล แต่เมื่อดูตัวเลขจำนวนประชากรที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ดูศักยภาพของภาคที่แข็งแกร่ง รวมทั้งการรวมเอาทรัพยากรสำคัญที่สุด คือ “มนุษย์” เข้าไปรวมกันไว้ในภาคอุตสาหกรรมเกินครึ่งของประเทศ อาจารย์ยักษ์เชื่อว่า ถ้าโรงงานอุตสาหกรรมเอาจริงเอาจัง บ่มเพาะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้พนักงาน แต่ละคนเอาจริงเอาจังกับการทำตนให้เป็นต้นแบบ สร้างเรื่องดีๆ ให้โรงงาน ขยายไปยังบ้าน ชุมชน ก็จะกลายเป็นโรงงานต้นแบบ และเป็นตัวอย่างให้โรงงานอื่นเอาเป็นแบบอย่าง
นี่คือหยาดน้ำฝนท่ามกลางความแห้งแล้ง ที่เริ่มจากหยดเดียวเล็กๆ ก็กลายเป็นหยาดฝนที่ประพรมจนชุ่มฉ่ำ ดับความแห้งแล้งได้
----------
(หมายเหตุ : หยาดน้ำฝน...ท่ามกลางความแห้งแล้ง : คอลัมน์ พอแล้วรวย : โดย ... อาจารย์ยักษ์ มหาลัยคอกหมู)
----------



