
ศิริราชผ่าตัดโรคถ่ายเลือดในครรภ์แฝดสำเร็จแห่งแรกเอเชีย
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 18 พ.ค. ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นประธานในการแถลงข่าวเรื่อง ศิริราชส่องกล้องรักษาแฝดในครรภ์แก้ไขหลอดเลือดที่รกผิดปกติ สำเร็จเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ร่วมกับ รศ.นพ.ชาญชัย วันทนาศิริ หัวหน้าภาควิชาสูตศาสตร์-นรีเวชวิทยา รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ผศ.นพ.ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา ผู้ทำการผ่าตัดทารกครรภ์แฝดตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยวิธีส่องกล้อง ผศ.นพ.อนุวัฒน์ สุตัณฑวิบูลย์ ผู้รับผิดชอบดูแลการตั้งครรภ์แฝดที่มีภาวะหลอดเลือดผิดปกติ นางญาณี โพธิบัวทอง อายุ 41 ปี คุณแม่ครรภ์แฝดชายที่ได้รับการรักษาและผ่าตัดคลอด ด.ช.กฤตณัฐ หรือ “น้องเจเจ” และ ด.ช. ณัฐกฤต หรือ “น้องบีบี”
ผศ.นพ.อนุวัฒน์ สุตัณฑวิบูลย์ ผู้รับผิดชอบดูแลการตั้งครรภ์แฝดที่มีภาวะหลอดเลือดผิดปกติ กล่าวว่า ในรายนี้แม้ว่าจะมีการฝากครรภ์เร็ว โดยฝากตั้งแต่อายุครรภ์ประมาณเดือนเศษ แต่เนื่องจากคุณแม่มีอายุค่อนข้างมาก จึงได้รับคำแนะนำให้ตรวจด้วยเครื่องอัตราซาวด์ และพบว่าตั้งครรภ์แฝดโดยคนหนึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย ขณะที่อีกคนหนึ่งเล็กกว่าปกติ ลักษณะที่เห็นน่าจะเกิดจากไข่ใบเดียวกันและมีการเชื่อมต่อของหลอดเลือดระหว่างทารกทั้ง 2 มีการถ่ายเทเลือดระหว่างทารกทั้ง 2 บ้างแล้ว แต่ยังไม่มาก ภาวะนี้ทางการแพทย์เรียกว่า “โรคถ่ายเลือดในครรภ์แฝด หรือ twin to twin transfusion syndrome จนอายุครรภ์ได้ 15 สัปดาห์ พบว่าเด็กมีขนาดแตกต่างกันมากจนน่าวิตกมาก
เนื่องจากทารกคนหนึ่งเป็นคนถ่ายเลือดทำให้มีพัฒนาการเติบโตช้าผิดปกติ แคระแกน และมีน้ำคร่ำน้อยเนื่องจากถูกเบียดจนแฟลไปติดอีกข้างหนึ่งของผนังมดลูก ขณะที่ทารกอีกคนเป็นคนรับเลือด กลับมีขนาดตัวโตเกินไป ทำให้มีปริมาณน้ำคร่ำมาก หากปล่อยทิ้งไว้จะเกิดภาวะเลือดข้น บวมน้ำ หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตทั้งคู่
ผศ.นพ.อนุวัฒน์ กล่าวว่า กรณีของนางญาณี แต่งงานมา 10 ปี แล้ว มีบุตรยาก ทำสารพัดวิธีแต่ไม่สำเร็จ จนมาตั้งครรภ์เอง เมื่อมาฝากครรภ์ ได้ทำการอัลตราซาวน์ตั้งแต่ยังไม่ถึง 2 เดือน พบว่าตั้งครรภ์แฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน เห็นเด็ก 2 คนขนาดเท่าเม็ดถั่ว แต่เด็กไม่เท่ากัน จนอายุครรภ์ประมาณ 2 สัปดาห์คิดว่าน่าจะมีการถ่ายเลือดระหว่างกัน จึงได้วางแผนร่วมกับแพทย์ท่านอื่น ๆ ในการดูแลและรักษา กรณีนี้ถือว่าตรวจเจอเร็ว ถ้าอายุครรภ์มากอาจจะรักษาได้ยาก
ผศ.นพ.อนุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในอดีตไม่สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาครรภ์แฝดเช่นนี้ได้มากนัก ที่พอทำได้คือ คอยตรวจติดตามด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ ถ้าเด็กมีขนาดต่างกันค่อนข้างมากและเสี่ยงที่จะเสียชีวิตมาก ก็จะรีบผ่าตัดคลอดออกมา ซึ่งบ่อยครั้งได้ทารกที่คลอดก่อนกำหนด และมีอัตราการเสียชีวิตสูง กรณีนางญาณี คณะแพทย์คิดว่า การใช้กล้องส่องตรวจทารกในครรภ์ หรือ ฟีโตสโคป ซึ่งเป็นเครื่องมือส่องตรวจและรักษาทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ น่าจะเป็นการรักษาที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการรักษาที่ต้นเหตุ และเป็นที่ยอมรับของวงการแพทย์ในปัจจุบัน แต่มีความเสี่ยงประมาณ 10-20%
รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์ หัวหน้าสาขาวิชาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ กล่าวว่า ครรภ์แฝดมี 2 ชนิดคือ ครรภ์แฝดจากไข่ 2 ใบ และครรภ์แฝดจากไข่ใบเดียวซึ่งกรณีแฝดจากไข่ใบเดียวกันอุบัติการณ์ 1 ต่อ 250 หรือ 1,000 คนเจอประมาณ 4 คน กรณีเส้นเลือดเชื่อมกัน 1 หมื่นคนจะเจอประมาณ 6 คน ในอดีต จะรอให้เด็กโตและผ่าออก และเด็กก็จะเสียชีวิต แต่ปัจจุบันเรามีกล้องที่เจาะเข้าไปในตัวมดลูก และผ่าตัดแยกเส้นเลือด โดยเอาเข็มจิ้มผ่านรก ใช้แสงเลเซอร์ จี้ให้เส้นเลือดขาดออกจากกัน เมื่อแยกในเวลาอันควร เด็กโตพอ แยกสำเร็จ เด็กก็จะต่างคนต่างโต และคลอดออกมาได้ในที่สุด
สำหรับค่าใช้จ่ายนั้นเราจะคิดเพียงค่าห้อง ส่วนค่าส่องกล้องยิงเลเซอร์ราคาเป็นล้าน ทางโรงพยาบาลไม่คิด เนื่องจากเป็นรายแรก ซึ่งเป็นการเรียนรู้ร่วมกันและเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย คือ ไม่รักษาก็เสียชีวิต ดังนั้นถ้าถามว่าช่วงนี้จะขอมารักษาฟรีได้หรือไม่ ขอเรียนว่าทางโรงพยาบาลยินดี เพราะที่อื่นไม่มี และคิดว่าการรักษาในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ทางการแพทย์ และผู้ป่วยด้วย
ผศ.นพ.ตวงสิทธิ์ วัฒกนารา ผู้ทำการผ่าตัดทารกครรภ์แฝดตั้งแต่อยู่ในครรภ์ด้วยวิธีส่องกล้อง กล่าวว่า แฝดที่มาจากไข่ใบเดียวกัน จะมีโอกาสเกิดการเชื่อมต่อของหลอดเลือดระหว่างทารกทั้ง 2 มีการถ่ายเลือดระหว่างกันและมีโอกาสเสียชีวิตทั้งคู่ การรักษาจะใช้วิธีการผ่าตด ขั้นตอนคือ ใช้กล้องที่มีขนาดเล็กมากเพียง 2 มิลลิเมตร สอดเข้าไปในโพรงมดลูก แล้วใช้เลเซอร์ที่มีกำลังต่ำจี้ตัดหลอดเลือดที่ผิดปกติบนแผ่นรกในครรภ์ให้ขาดออกจากัน
กรณีของนางญาณีมีอยู่ด้วยกันถึง 5 เส้น และเมื่อทำลายหลอดเลือดที่ผิดปกติลง การไหลเวียนของหลอดเลือดที่เชื่อมระหว่างทารกทั้ง 2 คนก็หยุด ช่วยให้ทารกทั้ง 2 คนนั้นเจริญเติบโตได้ตามศักยภาพของตนเองต่อไป กรณีของนางญาณี ทีมแพทย์ได้ตัดสินใจร่วมกันผ่าคลอดขณะตั้งครรภ์ได้ 35 สัปดาห์ ผลการผ่าตัดเป็นที่น่าพอใจ ได้ทารกเพศชายทั้งคู่น้ำหนักแรกคลอด 2,540 กรัม และ 2,180 กรัม เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา
ผศ.นพ.ตวงสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การผ่าตัดคนไข้รายนี้ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชม.โดยการผ่าตัดจะได้ผลดี หากทำในรายที่โรคยังไม่รุนแรงมาก และในอายุครรภ์ที่เหมาะสม คือ 16-24 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถไปดูแตนเองที่บ้านได้จนกว่าจะครบกำหนดคลอด อย่างไรก็ตามในอดีตทารกแฝดที่มีการเชื่อมต่อของเส้นเลือดระหว่างกันหากปล่อยตามธรรมชาติโอกาสจะเสียชีวิตทั้งคู่มี 100% โดยในกรณีที่ทารกคนหนึ่งหัวใจหยุดเต้น โอกาสที่อีกคนจะช็อครุนแรงและเสียชีวิต รวมทั้งเกิดความพิการทางสมองก็จะตามมา ดังนั้นการตรวจวินิจฉัยได้ตั้งแต่อายุครรภ์น้อย ๆ จะเป็นประโยชน์มาก
นางญาณี กล่าววา คนทั่วไปคิดว่าคนตั้งครรภ์แฝดโชคดี แต่พ่อแม่จะเครียดมาก เพราะปัญหาเยอะมาก ก่อนที่จะผ่าตัดส่องกล้องก็กังวลใจ เพราะเราไม่เคยได้ยินโรคนี้ จากที่ค้นหาทางอินเทอร์เน็ตพบว่า โรคนี้มีคนเป็นน้อยมาก ซึ่งการรักษาจะอยู่ที่ออสเตรเลีย และยุโรป โดยมีค่าใช้จ่ายแพงมาก เพราะต้องใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใหม่มาก และในประเทศไทยมีโรงพยาบาลศิริราชเพียงแห่งเดียวที่รักษาได้ โดยในช่วงแรกก็กังวลเรื่องค่าใช่จ่ายเพราะสูงมาก แต่เมื่อมารับการรักษา ที่ศิริราชให้กรณีตนเป็นกรณีตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายจึงไม่สูงมากเท่ากับการรักษาปกติทั่วไป และภายหลังการผ่าตัดทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ซึ่งขณะนี้ลูกชายทั้ง 2 มีอายุ 2 เดือนแล้ว สุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีพัฒนาการปกติ
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า นอกจากการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีส่องกล้องยังใช้แยกแฝดในครรภ์แบบกาฝาก ซึ่งเป็นภาวะที่ทารกแฝดไข่ใบเดียวกันที่คนหนึ่งมีความพิการอย่างรุนแรง คือ มีลักษณะภายนอกเป็นก้อนเนื้อ ไม่สามารถพัฒนาเป็นอวัยวะ แต่จะดูดเลือดและสารอาหารจากทารกที่ปกติตลอดเวลา หากไม่ได้รับการรักษา ทารกปกติจะแท้งไปในที่สุด และในอนาคตคณะแพทยศาสตร์จะขยายผลการรักษาทารกในครรภ์ที่มีความพิการของกระดูกสันหลัง และไส้เลื่อนกระบังลมต่อไป



