ไลฟ์สไตล์

ระวังโรค "ไข้เลือดออก"

ระวังโรค "ไข้เลือดออก"

21 มิ.ย. 2555

สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยปีนี้แนวโน้มสูงขึ้น มีผู้ป่วยตั้งแต่ต้นปี จากที่พบการระบาดในหลายพื้นที่ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน ร่วมกับมีการพบผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ในกลุ่มอายุมากกว่า 15 ปี และมีการเปลี่ยนแปลงชนิดของเชื้อเดงกี่ (dengue serotype) มีแนวโน้มว่าปีน

 จากการเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยา ได้รับรายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555-21 พฤษภาคม 2555 รวม 10,147 ราย อัตราป่วย 15.97 ต่อประชากรแสนคน (พบผู้ป่วย 16 คนในประชากรหนึ่งแสนคน) ในจำนวนนี้เสียชีวิต 9 ราย อัตราป่วยตายร้อยละ 0.09 พบอัตราป่วยสูงในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน สตูล และบางพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งมักจะระบาดในช่วงต้นฤดูฝนจนถึงฤดูหนาว ประชาชนควรป้องกันตนเองและร่วมมือกันทุกบ้านในชุมชนกำจัดลูกน้ำยุงลายให้หมดไป หรือให้เหลือน้อยที่สุด จะทำให้ชุมชนนั้นปลอดโรคไข้เลือดออก
ทุกบ้านสามารถกำจัดลูกน้ำยุงลายได้ด้วยตนเองอย่างง่ายๆ เช่น 
 - ใส่ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลายทีมีฟอส หรือทรายอะเบทในภาชนะใส่น้ำทุกชนิดทุกภาชนะ โดยใช้ทรายกำจัดลูกน้ำ 10 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ) ใส่ในภาชนะที่มีความจุน้ำ 100 ลิตร (5 ปี๊บ) และ 20 กรัม (2 ช้อนโต๊ะ) ใส่ในภาชนะที่มีความจุน้ำ 200 ลิตร (10 ปี๊บ) ถ้าขนาดของภาชนะมีขนาดเล็กลงหรือใหญ่ขึ้น ให้ปรับขนาดของทรายกำจัดลูกน้ำตามขนาดของภาชนะ ซึ่งขนาดของทรายดังกล่าวสามารถกำจัดลูกน้ำได้นาน 1-3 เดือน โดยที่คนและสัตว์เลี้ยงไม่มีอันตรายจากทรายกำจัดลูกน้ำ
 - กรณีที่ไม่สามารถใช้ทรายกำจัดลูกน้ำหรือไม่สามารถหาได้ ต้องเปลี่ยนน้ำในภาชนะนั้นๆ หรือคว่ำน้ำทิ้งทุกๆ 7 วัน แต่ต้องระวังอย่าเทน้ำทิ้งในท่อระบายน้ำ หรือแหล่งน้ำเป็นอันขาด เพราะลูกน้ำจะเจริญเติบโตใน  แหล่งน้ำนั้นได้ แม้ว่าจะเป็นน้ำสกปรกก็ตาม หรืออาจจะใช้ปลาขนาดเล็กที่กินลูกน้ำที่พอจะหาได้ในพื้นที่ เช่น ปลาหางนกยูง ปลากัด ปลากริม เป็นต้น แต่วิธีนี้ควรใช้ในกรณีที่ภาชนะนั้นมีจำนวนลูกน้ำไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นภาชนะขนาดใหญ่หรือภาชนะที่มีลูกน้ำจำนวนมาก ควรใส่ทรายกำจัดลูกน้ำจะให้ผลดี และเหมาะสมที่สุด
 -  ทุกภาชนะควรปิดฝาให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงลายไปวางไข่ได้ แต่ถ้าไม่ปิดฝาก็ควรใช้ทรายกำจัดลูกน้ำใส่ในขนาดที่กำหนดไว้แม้ว่าจะไม่มีลูกน้ำก็ตาม การกำจัดลูกน้ำยุงลายต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง และร่วมมือกันทุกบ้านในชุมชน ต้องกำจัดลูกน้ำอย่างทั่วถึงทุกภาชนะ ทุกบ้าน และเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับชนิดของภาชนะ
 ในกรณีที่มีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน เจ้าหน้าที่องค์กรปกครอง เทศบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะออกไปพ่นยาฆ่าแมลงเพื่อกำจัดยุงลายที่มีเชื้อโรคอยู่ภายในบ้าน ในชุมชนนั้นให้หมดไป
 ดังนั้น ทุกบ้านต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมโรค โดยปิดหน้าต่างทุกบานและประตูหลังบ้านให้มิดชิด ส่วนประตูบ้านให้เปิดไว้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปพ่นยาฆ่ายุง (หมอกควันหรือพ่นฝอยละออง) ภายในบ้าน เมื่อพ่นยาเสร็จแล้วให้ปิดประตูบ้าน เพื่ออบยาฆ่ายุง ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จะทำให้ยุงลายในบ้านตายเกือบทั้งหมด แต่ถ้าไม่ปิดประตูหน้าต่างขณะพ่นยา ยุงลายจะบินไปบ้านอื่นได้ การพ่นยาฆ่ายุงลายจะต้องพ่นยาภายในบ้านเพราะส่วนใหญ่ยุงลายอาศัยอยู่ในบ้าน การพ่นยานอกบ้านจะไม่มีประโยชน์ในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก
 การฆ่ายุงลายอาจจะใช้ไม้ตียุงที่ใช้ถ่านไฟฉายขนาดเล็ก จะทำให้ยุงลายตายได้ง่ายๆ การใช้สเปรย์ขนาดเล็กพ่นไปบริเวณที่พบยุงลายก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
 การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด โดยใช้ยาทาป้องกันแมลงกัด หรือนอนในมุ้งอาจจะไม่สะดวก แต่ก็ป้องกันยุงลายกัดได้ในระดับหนึ่ง เมื่อสงสัยว่าบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก โดยมีไข้สูงลอยเกิน 38.5 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน หรือหน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะ หรือปวดกระบอกตา ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว จะทำให้ลดการเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกได้
 “ทุกคนร่วมกันกำจัดลูกน้ำยุงลาย ลดการป่วยตายจากไข้เลือดออก
สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค